“คุณควรจะหยุดรบกวนเวลาส่วนตัวของผมเสียที ศศินา”
น้ำเสียงของคิรากรเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่ก่อตัวในใจกลางฤดูหนาว เขาไม่ได้แม้แต่จะปรายตาไปมองร่างระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีเพลิงที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเขา มือหนาของชายหนุ่มยังคงกำปากกาแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องมองไปยังภาพวาดสีน้ำบนโต๊ะ—ภาพที่รินรดาเคยเขียนทิ้งไว้ให้เขาก่อนจะจากไปเมื่อค่ำคืนก่อน
“เวลาส่วนตัวหรือคะ? หรือว่าเป็นเวลาที่เอาไว้โหยหาผู้หญิงคนนั้นกันแน่” ศศินาหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เดินนวยนาดเข้าไปใกล้จนกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของเธอแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาท “อย่าลืมสิคะคิรากร ว่าเธอเป็นใคร... รินรดาก็แค่ผู้หญิงที่หนีปัญหาชีวิตมาพักพิงกับคุณ แต่เมื่อไหร่ที่เธอได้สิ่งที่ต้องการ เธอจะทิ้งคุณไปเหมือนที่เคยทำกับคนอื่น”
“ออกไป” คำสั่งสั้นๆ นั้นเฉียบขาดจนร่างบางชะงัก
คิรากรวางปากกาลงแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันรอบตัวเขาแผ่ขยายราวกับคลื่นใต้น้ำ เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่รินรดาแบกรับไว้ในดวงตาคู่นั้นเมื่อวาน... ความเศร้าที่เขามีส่วนทำให้มันร้าวลึกขึ้น เขาทนไม่ได้ที่ต้องมาฟังคำถากถางเกี่ยวกับเธอในยามที่เขากำลังตัดสินใจจะรั้งเธอไว้ด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี
ศศินาแค่นยิ้มก่อนจะยอมเดินจากไป แต่ก่อนจะลับสายตา เธอทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “อย่าคิดว่าความอ่อนโยนจอมปลอมนั่นจะช่วยเยียวยาแผลเป็นในอดีตของคุณได้ สิ่งที่เธอให้คุณได้ ก็แค่ร่างกาย... ไม่ใช่หัวใจ”
ทันทีที่เสียงประตูปิดลง คิรากรก็ทรุดตัวลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าของรินรดาที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตาผุดขึ้นมาซ้ำๆ เขาตัดสินใจก้าวยาวออกจากห้องทำงาน ตรงไปยังเรือนรับรองริมทะเลสาบ สถานที่ที่เขาบอกให้เธอรอเขาอยู่ที่นั่น
...
ภายในเรือนรับรอง แสงจันทร์สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งบางกระทบลงบนร่างของรินรดาที่นั่งขดตัวอยู่บนโซฟากำมะหยี่ เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ความว่างเปล่าในแววตานั้นกลับบั่นทอนหัวใจของชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาให้แทบแหลกสลาย
“ริน...”
เธอสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอสั่นระริก “คุณมาทำไมคะคิรากร... คุณควรจะอยู่กับเธอไม่ใช่หรือคะ”
คิรากรไม่ตอบ แต่เขาเดินเข้าไปหาช้าๆ ทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่ปรกลงมาปิดหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้น้ำตาที่เธอพยายามกักเก็บไว้เริ่มเอ่อล้นอีกครั้ง
“ผมไม่มีใครทั้งนั้นนอกจากคุณ” เขาเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มใส “ริน... ความเจ็บปวดที่คุณเผชิญมา ผมไม่อาจลบมันออกไปได้ด้วยคำพูด แต่ผมขอโอกาสให้ร่างกายและหัวใจของผมได้ทำหน้าที่เยียวยาคุณในคืนนี้ได้ไหม”
รินรดาไม่ตอบ แต่เธอเอียงใบหน้าเข้าหาฝ่ามืออุ่นของเขา ความเย็นชาที่เคยเกาะกินหัวใจเธอเริ่มละลายหายไป แทนที่ด้วยความโหยหาที่กัดกินใจมาตลอดหลายวันที่ห่างกัน เธอเลื่อนมือขึ้นมาวางทาบลงบนอกซ้ายของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงเพียงเพื่อเธอเท่านั้น
คิรากรโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหนาประทับลงบนเรียวปากบางอย่างแผ่วเบาในตอนแรก ก่อนจะค่อยๆ รุกเร้าและร้อนแรงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาอุ้มร่างบางขึ้นอย่างทะนุถนอมราวกับเธอเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต ก่อนจะพาร่างนั้นไปวางลงบนเตียงกว้าง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่อาบไล้ไปทั่วห้อง
สัมผัสของเขาในค่ำคืนนี้ไม่มีความดิบเถื่อนเหมือนทุกครั้ง มีเพียงความปรารถนาอันลึกซึ้งและการปลอบประโลม ทุกสัมผัสที่เขาไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดเปรียบเสมือนการจารึกว่าเธอคือคนเดียวที่ครอบครองทุกตารางนิ้วในชีวิตของเขา รินรดาส่งเสียงครางแผ่วเมื่อนิ้วเรียวของเขากรีดกรายผ่านแผ่นหลัง เธอกอดรัดแผ่นหลังกว้างนั้นไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือออก เขาจะหายไปเหมือนเงาจันทร์
“รักผมนะริน... อยู่กับผม... อย่าไปไหนอีกเลย” คิรากรกระซิบชิดใบหู เสียงของเขาแหบพร่าด้วยอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้
บทรักดำเนินไปอย่างเนิบช้าแต่เร่าร้อน ร่างกายของทั้งสองผสานเข้าหากันเป็นหนึ่งเดียว ความเจ็บปวด อดีตที่ขมขื่น และความหวาดกลัวต่อโลกภายนอก ถูกแทนที่ด้วยจังหวะรักที่สอดประสานกันอย่างลงตัว ในช่วงเวลาที่ความเสียวซ่านแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน รินรดารู้สึกว่าหัวใจของเธอที่เคยแตกสลาย กำลังถูกเขารวบรวมขึ้นมาใหม่ทีละชิ้นด้วยความอ่อนโยนที่เปี่ยมล้น
...
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง ทั้งสองนอนกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ความเงียบงันในห้องไม่ได้น่าอึดอัด แต่กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย รินรดาซบหน้าลงกับอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจของเขาที่ค่อยๆ ปรับจังหวะให้คงที่
“คุณจะไม่มีวันทิ้งผมไปใช่ไหม” คิรากรถามขึ้นท่ามกลางความมืด เสียงของเขาเจือไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอฉายความแน่วแน่ “ตราบใดที่คุณยังต้องการฉัน ฉันก็ไม่มีวันไปไหนค่ะ”
คิรากรยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาจูบหน้าผากเธอเบาๆ ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เขาไม่รู้เลยว่าหายนะที่เขากำลังหวาดระแวงกำลังจะมาเยือนถึงหน้าประตูเรือนรับรองในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
เสียงทุบประตูหนักๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบสงัด ตามมาด้วยเสียงของคนรับใช้ที่ตื่นตระหนกจนคุมเสียงไม่อยู่
“คุณคิรากรคะ! แย่แล้วค่ะ! ศศินา... เธอถือบันทึกส่วนตัวของรินรดามาที่นี่ แล้วเธอกำลังจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนในงานเลี้ยงการกุศลที่ห้องโถงใหญ่ได้รับรู้ค่ะ!”
คิรากรลุกพรวดขึ้นจากเตียงทันที ใบหน้าคมเข้มเปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด เขาหันมามองรินรดาที่ตัวสั่นเทาอยู่บนเตียง ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตระหนกสุดขีด เพราะนั่นคือความลับเพียงหนึ่งเดียวที่เธอไม่เคยแม้แต่จะบอกใคร... ความลับที่อาจทำลายชีวิตของเธอไปตลอดกาล
เข็มฉายานิศหวังว่ารี้ดที่รักจะยังคงจับมือไว้ไม่ปล่อย ในตอนที่ความลับกำลังถูกกระชากออกมากลางแสงไฟนะคะ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 26
สัมพันธ์ลึกซึ้งที่เยียวยา
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!