พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 28

เล่ห์เหลี่ยมผู้หญิง

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
“หลักฐานคาตาแบบนี้ คุณยังจะเข้าข้างผู้หญิงคนนี้อีกหรือคะ คิรากร?” น้ำเสียงของศศินาบาดลึกดั่งคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูบนเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้อง มือเรียวของเธอประสานกันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่มีซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเปิดทิ้งไว้ เผยให้เห็นภาพถ่ายชุดหนึ่งที่แสดงถึงการนัดพบของเธอกับชายแปลกหน้าในมุมมืดของคาเฟ่เมื่อสองวันก่อน คิรากรนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ใบหน้าคมสันนิ่งเรียบจนอ่านไม่ออก แววตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองไปที่ภาพเหล่านั้นสลับกับใบหน้าซีดเผือดของรินรดา “ฉันไม่ได้นัดเขามา... ฉันไม่รู้จักคนในภาพด้วยซ้ำ” รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว ความรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นให้อับจนหนทางทำให้น้ำตาเอ่อคลอ หากเธอก็พยายามกลั้นมันไว้ด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด “โถ่ รินรดาคะ... ความจริงมันก็อยู่ตรงนี้ จะปฏิเสธให้เสียเวลาทำไม” ศศินาเดินเยื้องย่างเข้ามาใกล้ หญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมสีแดงเพลิงดูโดดเด่นและทรงอำนาจ เธอเอื้อมมือไปแตะไหล่ของคิรากรเบาๆ ท่าทีนั้นดูเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ “ถ้าคุณคิดจะขายความลับของอัครเดชากุลเพื่อเงินก้อนโต ก็แค่ยอมรับออกมาตรงๆ คิรากรอาจจะปรานีคุณก็ได้” คิรากรยังคงเงียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวผ่านรินรดาไปอย่างเชื่องช้า ความกดอากาศรอบตัวดูเหมือนจะลดต่ำลงจนน่าอึดอัด เขาหยิบภาพถ่ายขึ้นมาดูอีกครั้ง ก่อนจะหันมาสบตารินรดา สายตาที่เคยอ่อนโยนและรุ่มร้อนในยามค่ำคืน บัดนี้กลับกลายเป็นความเย็นชาที่ทำเอาหัวใจคนมองแตกสลาย “ผมให้โอกาสคุณพูดอีกครั้ง... รินรดา” เสียงของเขาต่ำและแหบพร่า “ใครเป็นคนส่งให้คุณทำแบบนี้” “ไม่มีใครสั่งทั้งนั้นค่ะ! คุณก็รู้ว่ารินไม่ได้เป็นคนแบบนั้น ทำไมคุณถึงไม่เชื่อรินเลย...” เธอก้าวเข้าไปหาเขา หวังจะคว้ามือชายหนุ่มไว้ แต่มือของเขากลับเลื่อนหนีไปอย่างเย็นชา “สิ่งที่ตาเห็น กับสิ่งที่หัวใจสัมผัส... บางครั้งมันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเดียวกัน” คิรากรพึมพำกับตัวเอง ทว่าศศินากลับหัวเราะร่วนในลำคอ “หัวใจงั้นหรือคะ? คิรากร คุณเป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่นักกวี อย่าปล่อยให้ความหลงใหลบดบังความจริงสิคะ” ศศินาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดหน้าจอที่แสดงบันทึกการโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่บัญชีธนาคารต่างประเทศ ซึ่งชื่อบัญชีปลายทางนั้นดูเหมือนจะเป็นชื่อของรินรดาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน รินรดามองตัวเลขเหล่านั้นด้วยความตื่นตะลึง “นี่มันอะไรกัน... ฉันไม่มีบัญชีนี้ รินไม่เคยได้รับเงินก้อนนี้!” “หลักฐานมัดตัวแน่นขนาดนี้ คุณยังจะเล่นบทนางเอกผู้ถูกกระทำอยู่อีกเหรอ?” คิรากรขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ผมให้คุณเข้ามาในชีวิตผม ให้คุณได้มากกว่าใคร... แต่สิ่งที่ผมได้กลับมาคือการหักหลังงั้นหรือ?” เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มสมเพชปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกผลักให้ตกเหวที่ลึกสุดหยั่ง “ออกไปจากที่นี่ซะ รินรดา ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจไม่แจ้งความข้อหาจารกรรมข้อมูลบริษัท” “คิรากร... ฟังรินก่อน!” เธอพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อเขา แต่ชายหนุ่มกลับสะบัดตัวเดินหนีไปทางระเบียง ทิ้งให้เธอยืนเคว้งอยู่กลางห้อง ศศินาเดินเข้าไปใกล้รินรดา เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างหูหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง มันไม่ได้อ่อนหวานอย่างที่แสดงต่อหน้าคิรากร แต่มันร้ายกาจและสะใจ “คนอย่างเธอไม่มีวันคู่ควรกับที่นี่หรอกรินรดา... กลับไปอยู่ในโคลนตมที่เธอจากมาเถอะ เพราะที่นี่คือที่ของฉัน” รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอเดินโซเซออกจากห้องทำงานนั้นโดยไม่หันกลับไปมอง สายตาที่คิรากรใช้มองเธอเมื่อครู่มันฝังแน่นอยู่ในใจราวกับคำสาปแช่ง ในขณะที่เธอกำลังก้าวออกจากประตูใหญ่ของคฤหาสน์หรู ชายในชุดสูทสีดำสนิทคนหนึ่งก็เดินสวนเข้ามา เขาหยุดเดินและส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ รอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและแฝงไปด้วยนัยบางอย่างที่เธอยังไม่เข้าใจ “คุณรินรดารีบร้อนไปไหนหรือครับ?” เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพเกินเหตุ รินรดาชะงัก เธอจำหน้าเขาได้... เขาคือคนเดียวกันกับที่อยู่ในภาพถ่ายในห้องทำงานนั้น! “คุณ!” เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ ชายคนนั้นเพียงแค่ก้มศีรษะให้เธอเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้รินรดายืนนิ่งอยู่กับความสับสนที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่มันคือแผนการที่วางไว้เป็นขั้นเป็นตอน ในขณะที่ก้าวเท้าพ้นรั้วคฤหาสน์ รินรดาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเธอสั่นอยู่ในกระเป๋า ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น *'ถ้าไม่อยากให้ความลับของพ่อเธอถูกแฉจนหมดตัว ก็จงหายตัวไปซะ อย่าได้ปรากฏตัวต่อหน้าคิรากรอีก'* รินรดากำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วสั่นเทา เธอหันกลับไปมองตึกสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ความอบอุ่นที่เธอเคยได้รับมันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงพันธะเร้นลับที่พันธนาการเธอไว้ไม่ให้ไปไหน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้ดีว่าหากเธอเดินจากไปตอนนี้ นั่นหมายถึงการยอมรับความพ่ายแพ้ต่อผู้หญิงที่ร้ายกาจอย่างศศินาไปตลอดกาล ความเงียบงันของยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเธอนิ่งสงบลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับกระตุ้นให้เธอนึกถึงคำพูดของคิรากรที่บอกว่า *‘บางครั้งสิ่งที่ตาเห็น อาจไม่ใช่ความจริง’* เขาพูดประโยคนั้นเพื่อประชดเธอ หรือเขากำลังส่งสัญญาณบางอย่างให้เธอกันแน่? ลมหายใจที่พ่นออกมากลายเป็นไอจางๆ ท่ามกลางความเย็นเยียบ รินรดาตัดสินใจหันหลังกลับไปมองอาคารนั้นอีกครั้ง ทันใดนั้น เงาตะคุ่มของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังม่านหน้าต่างในห้องทำงานของคิรากรก็ดึงดูดสายตาของเธอ... เงาร่างนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ศศินา แต่ยังมีอีกคนที่กำลังกอดรัดศศินาจากด้านหลังอย่างเร่าร้อนด้วยท่วงท่าที่เธอจำได้ดีว่ามันคือสัมผัสของใคร เข็มฉายานิศขอขอบคุณรี้ดที่รักทุกคนที่ยังคงกอดรัดรินรดาไว้แน่นๆ ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดเช่นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%