“คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมกับใครอยู่ ศศินา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคิรากรไม่ได้มีความโกรธเคืองเจือปน แต่มันกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่เคลือบด้วยกำมะหยี่ เขานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าคมสันของเขาดูเคร่งขรึมและมีอำนาจยิ่งขึ้น ในมือถือแก้ววิสกี้ที่ยังไม่พร่องไปจากเดิม ทว่าสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกลับจดจ้องไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่วางตา
ศศินาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอจัดเสื้อผ้าที่ค่อนข้างล่อแหลมให้เข้าที่ ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วเรียวยาวไปตามขอบโต๊ะไม้ราคาแพง “ถามแปลกนะคะคิรา... หรือว่าคุณกลัว? กลัวว่าความลับที่ฉันกุมไว้อาจจะทำให้ ‘ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ’ ของคุณต้องแตกสลายไปตลอดกาล”
“รินรดาไม่ใช่ตุ๊กตา” คิรากรวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กึก’ เพียงเบาๆ แต่มันกลับดังก้องในความเงียบงัน “และคุณก็ไม่ควรเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงกับเรื่องที่ไม่มีวันเป็นจริง”
“ไม่มีวันงั้นเหรอคะ?” ศศินาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมไปยังด้านหลังเก้าอี้ของชายหนุ่ม เธอโน้มตัวลงมาจนกระทั่งกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยแตะจมูกคิรากร มือเรียวของเธอวางลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างถือวิสาสะ “คุณรู้อยู่แก่ใจว่าตระกูลพรรณรายกำลังจะล่มสลาย และคนที่จะช่วยพวกเขาได้มีแค่คุณ... แต่ถ้าคุณเลือกจะปกป้องเธอจนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ข่าวฉาวเรื่องความไม่โปร่งใสของบริษัทคุณเมื่อห้าปีก่อนที่ฉันถืออยู่ จะกลายเป็นพาดหัวข่าวในเช้าวันพรุ่งนี้ทันที”
คิรากรไม่ได้สะทกสะท้าน เขายกยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจคนมองต้องกระตุกวูบ
“เล่นหมากรุกน่ะศศินา... คนฉลาดเขาไม่มองแค่กระดานตรงหน้าหรอก เขาต้องมองไปถึงสามตาข้างหน้า” เขาหยิบรีโมทขึ้นมากดปุ่มหนึ่ง หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่เบื้องหลังค่อยๆ เลื่อนลงมา ปรากฏภาพถ่ายและเอกสารที่ทำเอาศศินาหน้าซีดเผือด “คุณคิดว่าคุณเป็นคนเดียวที่สะสมหลักฐานงั้นหรือ? ไฟล์เสียงที่คุณแอบอัดตอนคุยกับบอร์ดบริหารชุดเก่า เพื่อวางแผนฮุบบริษัทผม... มันอยู่ในมือผมตั้งนานแล้ว”
ศศินาชะงัก ร่างกายที่เคยสง่างามสั่นสะท้านเล็กน้อย “คุณ... คุณรู้?”
“ผมรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเงาจันทร์” คิรากรลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าประชิดศศินาจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูดไปชนกับขอบโต๊ะทำงานของเขา “ผมปล่อยให้คุณเล่นสนุกมานานพอแล้ว เพราะผมต้องการรู้ว่าเบื้องหลังคุณยังมี ‘ใคร’ อีกที่คอยชักใย”
ในวินาทีนั้นเอง บรรยากาศในห้องที่เคยตึงเครียดกลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นไปอีก เมื่อประตูห้องทำงานถูกผลักออกช้าๆ รินรดายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยอ่อนหวานบัดนี้คลอไปด้วยหยาดน้ำใส เธอถือแฟ้มเอกสารบางอย่างในมือที่สั่นเทา
“คิรา... นี่มันหมายความว่ายังไงคะ?” รินรดาถามเสียงสั่น “สิ่งที่ศศินาพูด... เรื่องที่คุณช่วยเหลือครอบครัวฉัน เพียงเพื่อจะแลกกับอะไรบางอย่างที่ฉันไม่เคยรู้... มันคือเรื่องจริงเหรอคะ?”
คิรากรชะงัก สายตาที่เคยเด็ดขาดเปลี่ยนเป็นอ่อนลงทันทีที่เห็นนางเอกในดวงใจ “ริน... ฟังผมก่อน มันไม่ใช่เรื่องที่คุณคิด”
“ไม่ใช่แล้วมันคือเรื่องอะไรคะ!” รินรดาเดินเข้ามาใกล้ มือที่ถือเอกสารปาลงบนโต๊ะด้วยแรงอารมณ์ที่เกินควบคุม “เอกสารพวกนี้... ฉันได้รับมันเมื่อสิบนาทีที่แล้ว จากคนที่คุณอ้างว่าเป็นหุ้นส่วนคุณ! เขาบอกว่าคุณวางแผนเรื่องหนี้สินของพ่อฉันไว้ตั้งแต่แรก ตั้งแต่ก่อนที่เราจะเจอกันเสียอีก!”
ศศินาที่เห็นช่องโหว่จึงรีบคว้าจังหวะนี้ไว้ทันที เธอแสยะยิ้มที่มุมปาก “เห็นไหมคะคิรา ความจริงมันปิดไม่ได้หรอก... รินรดาคะ บอกเขาไปสิว่าคุณจะเลือกอะไร ระหว่างผู้ชายที่ปูทางชีวิตคุณด้วย ‘กับดัก’ กับความจริงที่กำลังจะทำลายทุกอย่างให้ราบคาบ”
คิรากรหันไปมองรินรดา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด นี่คือสิ่งที่เขาไม่เคยต้องการให้เกิดขึ้น หมากที่เขาเตรียมไว้เพื่อจัดการกับศัตรู กำลังจะกลายเป็นคมดาบที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตัวเอง
“ริน... ผมทำไปเพราะผมรักคุณ ผมแค่ต้องการปกป้องคุณจากคนพวกนี้” เขาก้าวเข้าไปหาเธอ แต่รินรดากลับถอยหลังหนี
“รัก... หรือแค่ต้องการครอบครองในสิ่งที่ตัวเองสร้างมากับมือคะ?” เธอถามเสียงพร่า ก่อนจะหันไปหาศศินาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดจนน่าใจหาย “ในเมื่อคุณต้องการให้ฉันเลือกนักใช่ไหมคะศศินา... งั้นฉันขอเลือกในแบบที่พวกคุณคาดไม่ถึงเลยแล้วกัน”
รินรดาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดลำโพง เสียงที่ดังออกมาจากปลายสายคือเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้คิรากรถึงกับนิ่งค้างไปทันที
“เรียบร้อยแล้วครับคุณหนู... หลักฐานทั้งหมดของ ‘อัครเดชากุล’ ผมส่งถึงมือเจ้าหน้าที่รัฐเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ไม่มีใครค้ำหัวคุณได้อีกแล้วครับ”
คิรากรหน้าถอดสี นี่ไม่ใช่หมากที่เขาคาดการณ์ไว้ เขามองรินรดาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา หญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าอ่อนหวานและเปราะบาง บัดนี้กลับยืนหยัดด้วยแววตาที่เย็นชาและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้คิรากรที่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น เธอโน้มตัวกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
“คุณคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมให้ใครมาวางหมากกระดานชีวิตให้เล่นได้ตลอดไปงั้นเหรอคะคิรากร... แผนของคุณมันก็ดีนะคะ แต่ฉันเสียใจด้วยที่ต้องบอกว่า... ฉันเพิ่งเปลี่ยนกระดานใหม่ทั้งหมดแล้ว”
ก่อนที่คิรากรจะได้ตั้งตัว แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดของห้องก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงไซเรนจากรถตำรวจที่ดังแว่วเข้ามาจากทางหน้าคฤหาสน์ ทุกอย่างรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง รินรดาหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจอีกเลย
คิรากรกำหมัดแน่น พลางมองภาพเหตุการณ์ที่พลิกผันเกินควบคุม... นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของสงครามที่เขาก็ไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดออกไปได้อย่างไร
หวังว่าตอนนี้จะถูกใจรี้ดที่รักทุกท่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เข็มฉายานิศ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 37
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!