พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 44

หัวใจที่แตกสลาย

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
"คุณจะไปไหน... รินรดา!" เสียงทุ้มต่ำของคิรากรสั่นพร่า เขาไม่ได้ตวาด แต่แรงบีบที่ข้อมือของเธอขณะที่เธอกำลังจะเปิดประตูห้องทำงานออกไปนั้นสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมเข้มที่เคยดุดันและทรงอำนาจ บัดนี้กลับฉายแววแตกสลายราวกับเศษแก้วที่บาดลึกลงไปในอกของเขาเอง รินรดาไม่หันกลับมามอง เธอเพียงแต่ยืนนิ่ง ไหล่บางสั่นไหวเล็กน้อยภายใต้ชุดเดรสผ้าไหมสีนวล "ที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับความเชื่อใจหรอกค่ะคุณคิรากร... ไม่เคยมีตั้งแต่วันแรกที่คุณเลือกเชื่อคำพูดของศศินามากกว่าหัวใจของฉัน" "แต่นั่นมันเป็นอดีต! ผมไม่เคย..." "อดีตของคุณมันกำลังกลืนกินปัจจุบันของฉันจนไม่เหลือซากแล้วค่ะ" เธอสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขาด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้หัวใจจะร้าวรานจนแทบขาดใจ เมื่อประตูห้องปิดลง เสียงกุญแจที่ถูกล็อกจวนเจียนจะทำให้โลกทั้งใบของเขามืดมิดลงทันที คิรากรทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานราคาแพง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของรินรดายังคงอบอวลอยู่รอบกาย มันเป็นกลิ่นที่เขาเสพติด... กลิ่นของความอบอุ่นที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต บัดนี้มันกลายเป็นยาพิษที่กรีดลึกในความทรงจำ เขาหยิบขวดเหล้าสีอำพันขึ้นมาเทลงในแก้ว แรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านทำให้มือสั่นระริก ความมืดมนที่เขาเคยคิดว่าเอาชนะมันได้ด้วยเงินตราและอำนาจ กลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดเขาไว้กับความโดดเดี่ยวอีกครั้ง เขาโหยหาเธอ... โหยหาไออุ่นจากเรือนร่างที่เขารู้ดีว่าหากได้ครอบครองในยามนี้ มันอาจจะเป็นเพียงความสุขชั่วคราวที่ฉาบเคลือบด้วยความขมขื่น *ก๊อก ก๊อก* ประตูเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ศศินาก้าวเข้ามาในชุดราตรีสายเดี่ยวสีแดงเพลิงที่ขับเน้นสรีระโค้งเว้าเย้ายวน สายตาของนางแบบสาวมองดูคิรากรที่กำลังตกอยู่ในห้วงความล้มเหลวด้วยรอยยิ้มสมเพช "ดูท่าทางคุณสิคะคิรากร... ผู้ชายที่เคยคุมเกมได้ทุกอย่าง ตอนนี้กลับต้องมานั่งจมกองทุกข์เพราะผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเลย" เธอเดินตรงเข้ามา สองมือเรียวแตะลงบนไหล่กว้างของเขา ปลายนิ้วลากไล้ผ่านแผงอกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่ไม่คงที่ คิรากรคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายกร้าวด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกบีบคั้น "ออกไป... ศศินา อย่าให้ผมต้องหมดความอดทนกับคุณไปมากกว่านี้" "คุณก็รู้ว่าคุณไล่ฉันไม่ได้" ศศินาโน้มตัวลงมา ใบหน้าสวยเฉี่ยวอยู่ใกล้จนเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แตกต่าง เธอจงใจปล่อยกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ทำให้เขาคลื่นไส้ แต่ในยามที่ขาดสติ เขากลับใช้มันเป็นเครื่องมือในการระบายความโกรธแค้น "รินรดาไม่มีวันกลับมาหาคนขี้ขลาดอย่างคุณหรอกค่ะ ความลับที่ฉันถืออยู่ในมือน่ะ... มันใหญ่พอที่จะทำลายชื่อเสียงของอัครเดชากุลได้ในพริบตา" "หมายความว่ายังไง?" คิรากรกระชากตัวเธอเข้ามาใกล้ แรงปะทะทำให้ร่างของศศินาเซเข้ามาแนบชิดกับอกแกร่งของเขา ศศินาหัวเราะร่า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างใบหู "ถ้าคุณอยากรู้... ก็พิสูจน์สิคะว่าคุณยังเป็นผู้ชายที่ร้อนแรงเหมือนที่ฉันเคยจำได้หรือไม่" สัญชาตญาณดิบที่ถูกกดทับมานานปะทุขึ้น คิรากรไม่ได้ตอบรับด้วยความรัก แต่เขาตอบรับด้วยความกระหายที่จะลืมเลือนความเจ็บปวด เขากระชากศศินาเข้าหาตัว ปากหยักหยามบดขยี้ลงบนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสด มันไม่ใช่รสจูบที่อ่อนหวานเหมือนที่เขามอบให้รินรดา แต่มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์และความคลุ้มคลั่ง เขาช้อนตัวเธอขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียว ก่อนจะโยนลงบนโซฟาหนังตัวยาว ศศินาร้องครางอย่างพึงใจเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม เขาโถมตัวลงไปบดเบียดร่างกายเข้าหากัน เสื้อเชิ้ตราคาแพงถูกกระชากจนกระดุมหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง สัมผัสที่เร่าร้อนและรุนแรงเกิดขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงาน กลิ่นของความต้องการผสมปนเปไปกับกลิ่นของความเกลียดชัง มือของเขาเลื่อนผ่านเรียวขาเนียนสวย บีบเค้นด้วยแรงโทสะที่พยายามเปลี่ยนให้เป็นความสุขสม ศศินาแอ่นกายรับสัมผัสนั้นด้วยความหลงใหล เธอรู้ดีว่านี่คือชัยชนะที่ไร้เกียรติ แต่เธอไม่สน... ขอเพียงได้ครอบครองคิรากรในยามที่เขาแตกสลาย เสียงครางกระเส่าและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังก้องไปทั่วห้อง คิรากรหลับตาลง ภาพของรินรดาลอยซ้อนทับขึ้นมาในจินตนาการ เขาจินตนาการว่าร่างกายที่เขากำลังสอดประสานอยู่นี้คือหญิงสาวที่เขารัก... จินตนาการว่าความร้อนแรงที่เขากำลังปรนเปรออยู่นี้คือกุญแจที่จะช่วยฉุดรั้งเขาขึ้นมาจากเหวนรก ความสุขสมกระชากผ่านร่างของทั้งคู่ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ คิรากรหอบหายใจหนักขณะที่เขาสอดประสานกายเข้ากับเธออย่างล้ำลึก แรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุดทำให้เขาสะท้านไปทั้งร่าง แต่ทันทีที่ความเร่าร้อนเหล่านั้นจางหายไป... ความจริงที่โหดร้ายก็ถาโถมเข้ามาแทนที่ เขาผลักศศินาออกห่างอย่างรังเกียจ แม้จะยังคงหอบหายใจอยู่ก็ตาม "ออกไปซะ" ศศินาจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ด้วยท่าทีผู้ชนะ เธอมองเขาราวกับมองของเล่นที่ใช้แล้วทิ้ง ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนไว้ออกมาวางบนโต๊ะ "อ่านซะนะคิรากร... แล้วคุณจะรู้ว่าเหตุผลที่รินรดาทิ้งคุณไป ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องของฉัน แต่มันคือสิ่งที่ครอบครัวคุณทำไว้กับเธอเมื่อสิบปีก่อน" คิรากรชะงักไป มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบซองเอกสารนั้นมาเปิดดู แสงไฟจากโต๊ะทำงานส่องสว่างกระทบใบหน้าของเขาที่ซีดเผือดลงเรื่อยๆ เมื่ออ่านเนื้อหาข้างในจบ ร่างกายของเขาก็ชาวาบไปถึงกระดูก มันไม่ใช่ความเข้าใจผิด... มันคือการฆาตกรรมที่ถูกปิดบังด้วยชื่อของตระกูลอัครเดชากุล และคนที่กำหลักฐานชิ้นสำคัญนี้ไว้ ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นบุคคลที่เขารักที่สุดที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับกระบอกปืนในมือ! "รินรดา..." คิรากรครางชื่อเธอออกมาด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นหญิงสาวที่เขารักยืนอยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความแค้น ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางที่แสนเจ็บปวดของพวกเขามาจนถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ รี้ดที่รักของเข็มฉายานิศโปรดเตรียมใจให้พร้อมสำหรับตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%