“ถ้าสายตาที่เธอใช้มองฉันมันเป็นมีด... ฉันคงตายไปเป็นร้อยครั้งแล้วสินะ รินรดา”
คิรากรเอ่ยขึ้นในความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานหรูหราบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเพียงเล็กน้อย ทว่าแรงกดดันมหาศาลกลับแผ่ออกมาจากแววตาคมกริบที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า—ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่บัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่กำชายกระโปรงแน่นสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ “ถ้าการตายของฉันช่วยลบล้างสิ่งที่พี่คินทำไว้กับครอบครัวฉันได้... ฉันก็น่าจะทำไปตั้งนานแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้มันยืดเยื้อจนกลายเป็นความอัปยศแบบนี้”
“ความอัปยศเหรอ?” คิรากรลุกขึ้นช้าๆ ก้าวผ่านโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่มาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นยาสูบจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขากำลังทำให้นาฬิกาชีวิตในหัวใจของเธอรวนเร “งั้นบอกฉันสิ ว่าสัมผัสที่เธอเคยเรียกร้องจากฉันในทุกค่ำคืนที่ผ่านมา มันก็คือความอัปยศด้วยหรือเปล่า?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนแส้ที่ฟาดลงบนความรู้สึก รินรดากลั้นหายใจ เธอถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะกับบานประตูที่ปิดสนิท ระยะห่างที่หดหายไปทำให้เขาสามารถเชยคางเธอขึ้นมาบังคับให้สบตา
ความโหยหาที่กัดกินใจทั้งสองในช่วงเวลาที่ต้องแยกจากกันมันพรั่งพรูออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ คิรากรกดจูบลงบนเรียวปากบางอย่างรุนแรงและเร่าร้อน เป็นจูบที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงความหิวกระหายที่ต้องการตอกย้ำว่าเธอยังคงเป็นของเขา... แม้ในวันที่ความเกลียดชังจะเบ่งบาน
รินรดาไม่ได้ผลักไส แต่น้ำตาหยดหนึ่งกลับร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม รสเค็มปร่าของน้ำตาแทรกซึมผ่านสัมผัสของทั้งสอง เป็นความขมขื่นที่แปรเปลี่ยนเป็นแรงอารมณ์ คิรากรถอนจูบออกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นแนบอก เดินตรงไปยังโซฟาตัวยาวกลางห้อง
เขาวางเธอลงอย่างเบามือ ทว่าแววตากลับดุดันราวกับนักล่าที่กักขังเหยื่อไว้ใต้ร่าง คิรากรใช้ริมฝีปากไล้ไปตามซอกคอหอมกรุ่น สูดกลิ่นกายที่เขาทรมานกับมันมาตลอดหลายสัปดาห์ “เธอหนีไป แต่ร่างกายเธอกลับโกหกไม่เป็นเลยนะรินรดา... ดูสิ มันกำลังสั่นเพราะต้องการฉันแค่ไหน”
มือหนาเลิกกระโปรงตัวสวยขึ้นเผยให้เห็นเรียวขาเนียนละเอียดที่สั่นระริก ความร้อนจากฝ่ามือที่สัมผัสผ่านผิวเนื้อทำให้รินรดาสะอื้นออกมาด้วยความอัดอั้น เธอโอบรัดรอบคอเขาไว้แน่น ราวกับคนจมน้ำที่พยายามไขว่คว้าหาท่อนไม้
“เกลียดฉันให้มากกว่านี้สิคะ... ถ้ามันจะทำให้เธอไม่หายไปไหนอีก” คิรากรกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเว้าวอนภายใต้ความโหดร้าย
สัมผัสของเขาเร่งเร้าและหนักหน่วง การสอดประสานที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงเพื่อตอบสนองกามารมณ์ แต่มันคือการปะทะกันของความโหยหาและความเจ็บปวด คิรากรปรนเปรอเธอด้วยความชำนาญ มือหนึ่งกอบกุมความนุ่มหยุ่น อีกมือเร่งจังหวะให้เธอหลุดพ้นจากความยับยั้งชั่งใจ รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสจนแผ่นหลังแอ่นโค้ง เสียงครางหวานหูที่เล็ดลอดออกมานั้นบาดลึกถึงจิตวิญญาณของเขา
ความรักที่ถูกบดบังด้วยเงาของความแค้นกำลังแตกสลายและก่อตัวขึ้นใหม่ในจังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ในนาทีที่ความสุขสมถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ คิรากรกอดร่างบางไว้แน่นจนแทบจะกลืนกิน เธอคือความทุกข์ทรมานที่หอมหวานที่สุดที่เขาเคยลิ้มลอง และเขารู้ดีว่าหากปล่อยเธอไปอีกครั้ง โลกทั้งใบของเขาคงดับสูญ
หลังจากความเงียบงันกลับคืนมาอีกครั้งภายในห้องที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความโหยหา คิรากรประคองร่างที่อ่อนระทวยของรินรดาไว้ในอ้อมแขน เขากำลังจะเอ่ยบางอย่างเพื่อพังกำแพงระหว่างกัน แต่แล้วเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและไร้มารยาทก็ดังก้องขึ้น
“คินคะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าคุณอยู่ในนั้นกับนางแพศยานั่น!”
เสียงของศศินาดังลอดเข้ามาพร้อมกับการพยายามผลักประตู คิรากรชะงัก ร่างกายที่เพิ่งผ่อนคลายกลับแข็งเกร็งขึ้นมาทันที ในขณะที่รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนสะท้อนผ่านกระจกเงาด้านหลังของเขา
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาหยุดเต้นไม่ใช่เสียงของศศินา... แต่เป็นข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ของคิรากรที่วางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งสว่างวาบขึ้นด้วยรายชื่อผู้ส่งที่เป็นความลับสุดยอดของตระกูลอัครเดชากุล พร้อมคำสั่งที่ว่า *‘กำจัดรินรดา พรรณราย ภายในคืนนี้’*
เข็มฉายานิศขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันแสนเปราะบางนี้ด้วยกันนะคะ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 45
ความโหดร้ายของความเหงา
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!