นิ้วเรียวของรินรดาสั่นระริกขณะที่เธอกดเปิดอ่านข้อความนั้นด้วยลมหายใจที่แทบจะหยุดกะทันหัน แสงไฟสีฟ้าเย็นเยียบจากหน้าจอโทรศัพท์ของคิรากรสะท้อนเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เบิกกว้าง หัวใจของเธอกำลังถูกบีบอัดด้วยความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูง *‘กำจัดรินรดา พรรณราย ภายในคืนนี้’* คำสั่งนั้นชัดเจนยิ่งกว่าความจริงใดๆ ที่เธอเคยได้รับรู้มาตลอดการใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ชายคาคฤหาสน์อัครเดชากุล
“นั่นอะไรหรือคะริน?”
เสียงหวานหยดย้อยของศศินาดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบคว่ำโทรศัพท์ลงบนพื้นโต๊ะด้วยความลนลาน ร่างโปร่งบางหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่กำลังยิ้มละไม หากแต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ไปถึงดวงตาที่แฝงแววเย้ยหยันและคุกคามอย่างปิดไม่มิด
“เปล่าค่ะ... ฉันแค่จะหยิบน้ำดื่ม” รินรดาพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น แต่มือที่กำขอบโต๊ะจนข้อนิ้วขาวซีดกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
ศศินาก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ฟุ้งกระจายอยู่นั้นช่างบาดจมูกเสียเหลือเกิน หล่อนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากลมหายใจ “โกหกไม่เก่งเลยนะคะริน... คนที่เป็นนักเขียนอย่างคุณ น่าจะรู้นะคะว่าความลับที่ถูกเปิดเผยก่อนเวลาน่ะ มักจะมีจุดจบที่น่าสงสารเสมอ”
ศศินาเลื่อนมือเรียวมาเชยคางรินรดาขึ้น บังคับให้เธอต้องสบสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชัง รินรดาตระหนักได้ในทันทีว่าศศินาไม่ได้แค่ต้องการคิรากรคืน แต่นางพญาในคราบเทพธิดาผู้นี้คือคนเดียวกับที่อยู่เบื้องหลังความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาเธอ
“เธอเป็นคนส่งข้อความนั้นใช่ไหม?” รินรดาเค้นเสียงถาม แม้จะหวาดหวั่น แต่ความกล้าที่ถูกต้อนจนมุมเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว
ศศินาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผละออกแล้วเดินไปที่บาร์เหล้า รินแก้วไวน์แดงสดดั่งเลือดขึ้นมาจิบช้าๆ “คุณรู้อะไรไหมริน? คิรากรเขาไม่ได้รักคุณหรอกค่ะ เขาแค่หลง... หลงในเรือนร่าง หลงในความอ่อนหวานที่คุณแสร้งทำ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกระหว่าง 'สมบัติล้ำค่าของตระกูล' กับ 'ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้า' คุณคิดว่าเขาจะเลือกใคร?”
รินรดาไม่อาจทนฟังต่อได้อีก ร่างบางหมุนตัวหมายจะวิ่งหนีออกจากห้องทำงาน แต่กลับปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของคิรากรทำให้เธอชะงักงัน เขาอยู่ตรงนี้... ตั้งแต่เมื่อไหร่?
“จะไปไหนริน?” เสียงเข้มขรึมของคิรากรดังกังวานในความเงียบ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะหยุดที่โทรศัพท์เครื่องนั้นที่ยังสว่างวาบอยู่ เขาไม่แสดงท่าทีแปลกใจแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขาคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
คิรากรเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของรินรดาไว้แน่น พละกำลังของเขาบีบกระชับจนเธอรู้สึกเจ็บแปลบ แต่แววตาที่เขามองเธอนั้นกลับลึกล้ำจนยากจะอ่านออก “ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเข้ามาในห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต”
“ถ้าฉันไม่เข้ามา ฉันก็คงไม่รู้ว่า... คุณกำลังจะฆ่าฉัน” รินรดาพูดออกไปทั้งน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้น เธอเงยหน้ามองเขาทั้งความเจ็บปวดและความผิดหวัง “ตอบมาสิคะคิรากร! ว่ามันไม่จริง!”
คิรากรเหลือบไปมองศศินาที่ยืนยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันกลับมาประชิดตัวรินรดาจนหลังของเธอแนบติดกับบานประตูที่เขาปิดล็อกไว้ด้วยมือข้างเดียว กลิ่นอายความเป็นชายที่ดุดันบีบคั้นให้รินรดาสั่นสะท้าน เขากดจูบลงบนซอกคอขาวเนียนอย่างรุนแรงและเร่าร้อน เป็นการจูบที่ไม่ใช่ความรัก แต่เป็นการครอบครองที่เปี่ยมไปด้วยโทสะ
“ริน... คุณรู้อะไรไหม” เขาพึมพำข้างใบหู น้ำเสียงแหบพร่าสั่นประสาท “ความตายที่ผมมอบให้ มันหอมหวานกว่าที่คุณคิดเยอะ”
เขาสอดมือเข้าไปในสาบเสื้อของเธอ ปลายนิ้วกร้านลากไล้ผ่านผิวเนียนนุ่ม สัมผัสที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบให้ลุกโชนอย่างไม่อาจหักห้าม รินรดารู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความปรารถนาที่อันตรายที่สุด เมื่อมือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสความนุ่มหยุ่นกลางกายเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนเธอต้องหลุดเสียงครางหวานออกมาอย่างลืมตัว
“คิรากร... หยุดนะ...” เธอประท้วงทั้งที่ร่างกายกำลังอ่อนระทวยไปตามแรงสัมผัสของเขา
“ผมหยุดไม่ได้แล้วริน...” เขาขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำลายหัวใจเธอให้แหลกสลาย “เพราะนี่จะเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้ทำแบบนี้... ก่อนที่คุณจะหายไปจากชีวิตของผมจริงๆ”
ท่ามกลางความวาบหวามที่เขากำลังปรนเปรอให้ ร่างกายของรินรดากลับเย็นวาบเมื่อคิรากรเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบมีดพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ถาดเอกสารบนโต๊ะ แล้วกดปลายคมกริบนั้นแนบไปกับแผ่นหลังของเธอเบาๆ ในขณะที่ริมฝีปากของเขายังคงนัวเนียอยู่กับลำคอระหง
“คุณรักผมไหมริน?” เขาถามพลางจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของเธอ ก่อนจะขยับกายเข้าหาเธออย่างหนักหน่วงจนรินรดาต้องเผลอจิกเล็บลงบนไหล่กว้าง “ถ้าคุณรักผม... คืนนี้ก็จงถวายตัวให้ผมอย่างเต็มใจ เพราะหลังจากที่คุณถึงจุดสูงสุดกับผมแล้ว... คนที่จะตัดสินใจว่าจะให้คุณอยู่หรือตาย คือผมคนเดียวเท่านั้น”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงเคาะที่แผ่วเบาแต่กึกก้อง “คุณคิรากรครับ... ถึงเวลาทำตามคำสั่ง 'กำจัดรินรดา' แล้วครับ รถเตรียมพร้อมอยู่ด้านล่างแล้ว”
เข็มฉายานิศขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางมาจนถึงบทที่แสนเข้มข้นนี้นะคะ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 46
ค้นหาคำตอบ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!