“คิรากร... ถ้าคุณยังนิ่งเงียบอยู่แบบนี้ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะว่าประตูห้องนี้มันไม่ได้แข็งแรงไปกว่าความอดทนของฉันหรอกค่ะ”
รินรดากระแทกฝ่ามือลงบนบานประตูไม้โอ๊คหนาหนัก เสียงดังก้องสะท้อนไปตามทางเดินหรูหราของคฤหาสน์กลางหุบเขา อากาศรอบกายเธอเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ทว่าความร้อนรุ่มในอกกลับแผดเผาจนเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
เสียงกลอนประตูด้านในขยับ... ก่อนที่มันจะเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่ไร้สิ่งปกปิดของชายหนุ่ม กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของคิรากรประทะเข้ากับใบหน้าของเธอทันที ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นดูอ่อนล้าแต่ทว่าดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังถูกรบกวนเวลาพักผ่อน
“ริน...” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธปนน้อยใจ “คุณไม่มีสิทธิ์มาอาละวาดที่นี่”
“สิทธิ์เหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงสั่นเครือ “แล้วผู้หญิงคนนั้นที่ควงมาถึงที่นี่ล่ะคะ เธอมีสิทธิ์อะไรถึงได้สิทธิ์นั้นมาครองในขณะที่พันธะที่คุณสร้างขึ้นกับฉัน... มันยังประทับอยู่บนร่างกายนี่!”
เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ไม่รอให้เขาอนุญาต คิรากรผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเสียอาการ รินรดาคว้าปกเสื้อเชิ้ตที่เขากำลังสวมใส่ทับเพียงหลวมๆ แล้วกระชากเข้ามาใกล้จนจมูกของคนทั้งสองแทบจะชนกัน
“มองฉันค่ะ คิรากร” เธอกระซิบชิดริมฝีปากเขา สัมผัสถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่เป่ารดผิวแก้ม “อย่าหนีด้วยการใช้ผู้หญิงคนอื่นมาเป็นเกราะกำบัง ความขลาดกลัวของคุณมันกำลังทำลายเรา... หรือจริงๆ แล้วที่คุณทำไปทั้งหมด ก็เพราะคุณไม่เคยคิดจะจริงจังกับความรู้สึกที่ผมมอบให้ฉันเลยกันแน่”
คิรากรนิ่งไปชั่วอึดใจ มือแกร่งที่เคยนิ่งสนิทกลับสั่นไหวเล็กน้อยขณะยกขึ้นกอบกุมใบหน้าเนียนใสของหญิงสาว ปลายนิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นราวกับต้องการจะสะกดกั้นความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ เขาไม่ตอบคำถาม แต่กลับรั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ประทับจูบลงบนหน้าผากมนด้วยความโหยหาที่ปิดไม่มิด
“ศศินาเป็นแค่อดีตที่ผมยังสลัดไม่หลุด... แต่คุณ” เขาเว้นจังหวะ ลมหายใจหนักหน่วง “คุณคือรอยประทับที่ผมไม่เคยคิดจะลบเลือน”
เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากที่เคลื่อนผ่านผิวเนื้อทำให้รินรดาสะท้านเฮือก ความโกรธแค้นที่เคยมีมลายหายไปเหลือเพียงความปรารถนาที่ตีตื้นขึ้นมาทดแทน มือเรียวเล็กขยำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร่างกายตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างซื่อสัตย์ราวกับถูกมนต์สะกด
ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแรงปรารถนาลึกซึ้ง คิรากรอุ้มร่างบางขึ้นอย่างง่ายดายก่อนจะพาเธอเดินตรงไปยังเตียงนอนกว้างใหญ่ในห้องนอนสีทึมขรึม ราวกับต้องการจะบอกให้รู้ว่า ‘พันธะ’ ที่เธอกล่าวถึงนั้น มันไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจของเขา... หรือร่างกายของเธอ
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะโน้มตัวลงมาประทับรอยจูบที่เร่าร้อนกว่าทุกครั้ง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสลับกับเสียงหวานใสที่คุ้นเคย
“คิรากรคะ? เปิดให้ศินหน่อยสิคะ... ศินลืมสร้อยเพชรไว้ในห้องน้ำเมื่อกี้ คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าศินยังเป็น ‘คนสำคัญ’ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าออกที่นี่ได้ทุกเวลา”
รินรดาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บไหลย้อนกลับเข้ามาในใจทันที เธอรีบผลักอกแกร่งของชายหนุ่มออกห่างพร้อมกับลมหายใจที่กระตุกวูบ
คิรากรผงะออก สายตาคมกริบฉายแวววูบไหวและสับสน เขามองไปที่บานประตู ก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวในอ้อมกอดที่ดูเหมือนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย ความเงียบงันภายในห้องหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อเขายื่นมือไปหมายจะคว้าข้อมือเธอไว้ ทว่าเสียงจากฝั่งประตูหน้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการบิดกลอนที่บ่งบอกว่าผู้มาเยือนไม่ได้รอคำอนุญาตอีกต่อไป
เข็มฉายานิศขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับรินรดาและคิรากรมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 32
รอยประทับ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!