“ผมเตือนคุณด้วยความหวังดี คิรากร... อย่าปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้กลายเป็นจุดอ่อนที่ทำลายอาณาจักรที่คุณสร้างมากับมือ”
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยแรงกดดันของ ‘ธันวา’ คนสนิทที่เปรียบเสมือนเงาตามตัวของคิรากรดังก้องขึ้นทันทีที่บานประตูห้องทำงานปิดสนิท เขาไม่ได้รอคำอนุญาตให้เข้ามา ไม่ได้สนด้วยซ้ำว่าบรรยากาศภายในห้องจะอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของรินรดาที่ยังคงตกค้างอยู่ราวกับร่องรอยของความโหยหา
คิรากรหยุดชะงัก ฝ่ามือหนาที่เพิ่งจะเอื้อมไปหาหญิงสาวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขายืนหันหลังให้ผู้มาเยือน ดวงตาสีเข้มฉายแวววูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง หากแต่ท่าทีของเขายังคงนิ่งขรึมดั่งภูผา
“นายไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉัน ธันวา” เขาตอบเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นจนคนฟังต้องชะงัก
ธันวาก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิม แสงไฟในห้องทำงานที่ปรับให้สลัวขับเน้นให้ใบหน้าของคนสนิทดูเคร่งขรึมขึ้น “เรื่องส่วนตัวงั้นหรือคะ? ถ้ามันเป็นแค่เรื่องส่วนตัว ผมจะไม่เดือดร้อนเลย แต่นี่คือรินรดา พรรณราย... ลูกสาวของตระกูลที่กำลังจะถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังในสัปดาห์หน้า และที่แย่ไปกว่านั้น ข้อมูลล่าสุดที่ผมได้มา ครอบครัวของเธอไม่ได้แค่ติดหนี้ธรรมดา แต่พวกเขากำลังเชื่อมโยงกับกลุ่มมาเฟียสายเทาที่ศัตรูทางธุรกิจของคุณกำลังใช้เป็นหมากรุกกระดานสำคัญในการโค่นล้มคุณ!”
คิรากรหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสับสนกลายเป็นความเย็นชาที่น่าเกรงขาม “นายกำลังบอกว่าฉันโง่จนมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร?”
“ผมไม่ได้บอกว่าคุณโง่ แต่ผมบอกว่าความรักมักทำให้คนฉลาดตาบอดเสมอ” ธันวายื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กวางลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง “ศศินาเริ่มขยับแล้ว เธอส่งคนไปสืบเรื่องประวัติการเงินของรินรดาถึงรากถึงโคน ถ้าข่าวนี้รั่วออกไปสู่สื่อมวลชน หุ้นในบริษัทคุณจะดิ่งเหว และที่สำคัญที่สุด... คุณจะกลายเป็นคนโง่ที่เอาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลไปแลกกับผู้หญิงที่มีประวัติมัวหมอง”
บรรยากาศภายในห้องเงียบสนิทลงอีกครั้ง ความอึดอัดแผ่ซ่านราวกับสายฟ้าที่กำลังจะผ่าลงมา รินรดาซึ่งยืนหลบมุมอยู่อีกด้านของฉากกั้นห้องหรูหรา เธอหยุดหายใจไปชั่วขณะ มือเรียวบางที่เกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้งสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ทุกคำพูดของธันวาเสียดแทงลงกลางหัวใจราวกับเข็มพิษ เธอกลายเป็นตัวปัญหา... กลายเป็นหอกข้างแคร่ของชายที่เธอเพิ่งจะยอมเปิดใจให้
*‘ไม่ใช่แบบนี้... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาต้องเดือดร้อน’* หญิงสาวกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด
คิรากรไม่ได้เปิดแฟ้มนั้น เขาทำเพียงจ้องมองเอกสารด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง นายออกไปได้แล้ว”
“คุณต้องตัดสินใจคิรากร... คืนนี้ที่งานเลี้ยงการกุศล ศศินาเตรียมจะเปิดเผยเรื่องนี้ต่อหน้าแขกเหรื่อทุกคน ถ้าคุณไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อตัดขาดเธอออกไปจากพื้นที่ข่าว ชื่อเสียงที่คุณสั่งสมมาสิบปีจะมลายหายไปในชั่วข้ามคืน”
เมื่อเสียงฝีเท้าของธันวาเลือนหายไปจนเหลือเพียงความเงียบงัน คิรากรก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังนุ่ม เขาหลับตาลง พิงศีรษะกับพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน ความหอมละมุนของรินรดายังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก แต่ความจริงที่ได้รับรู้กลับเป็นรสขมปร่าที่กัดกินหัวใจ
“ออกมาเถอะ...” เสียงของเขาแหบพร่า “ฉันรู้ว่าเธอฟังอยู่”
รินรดาก้าวออกมาจากหลังฉากกั้น ใบหน้าหวานซึ้งที่เคยมีแต่ความสดใสบัดนี้ซีดเผือด สายตาของเธอที่มองเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและละอายใจ เธอเดินตรงไปหาเขาโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะวางมือลงบนไหล่หนาของชายหนุ่มที่เธอรัก
“ถ้าฉันคือจุดอ่อน... คุณควรจะตัดฉันทิ้งตั้งแต่วันนี้” เธอพูดเสียงแผ่ว สั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น “เพราะฉันไม่อยากให้ชีวิตของคุณต้องพังทลายเพราะคนอย่างฉัน”
คิรากรลืมตาขึ้น ดวงตาสีเข้มสบประสานกับนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยของเธอ เขาดึงรั้งเธอลงมานั่งบนตักแกร่งอย่างถือสิทธิ์ กลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอยั่วยวนจนเขาสติแทบหลุด แต่นาทีนี้มันกลับกลายเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เขาโหยหาความเป็นเจ้าของมากกว่าที่เคย
“ถ้าการอยู่กับเธอคือการทำลายตัวเอง...” คิรากรกดจูบลงบนลำคอระหงของเธอเบาๆ ราวกับการปลอบประโลมและตอกย้ำ “งั้นฉันก็จะยอมพังทลายไปพร้อมกับเธอ แต่จำไว้รินรดา... ในเมื่อฉันเลือกที่จะเป็นเจ้าของเธอแล้ว ต่อให้โลกทั้งใบจะล่มสลายลงตรงหน้า ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากเธอเด็ดขาด”
เขากดจูบที่ร้อนแรงและลึกซึ้งยิ่งกว่าครั้งไหน มือหนาเลื่อนไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสผ้าไหมราคาแพงอย่างอ้อยอิ่ง ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความรักและความคลั่งไคล้ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังแทรกขึ้นมาเป็นจังหวะต่อเนื่อง
คิรากรชะงัก เขาผละจากผิวเนียนนุ่มของหญิงสาวด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ดวงตาของเขาสั่นไหวในทันที มันเป็นรูปถ่ายของเขาและรินรดาในห้องส่วนตัวนี้ ซึ่งถูกส่งมาจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก พร้อมกับข้อความที่อ่านแล้วทำเอาเลือดในกายของเขาร้อนฉ่า
*‘ความลับไม่ได้มีแค่เรื่องหนี้สินของเธอหรอกนะคิรากร... อยากรู้ไหมว่ารินรดาเป็นใครกันแน่ก่อนจะมาเจอคุณ? เปิดแฟ้มในลิ้นชักโต๊ะของเธอสิ แล้วเธอจะรู้ว่าคนที่คุณกำลังกอดอยู่นั้น... คือคนที่วางแผนให้คุณล้มละลายตั้งแต่แรก!’*
เขามองรินรดาที่กำลังมองเขากลับมาด้วยความงุนงง มือของเขาสั่นสะท้านในวินาทีที่เขากำลังจะตัดสินใจเอื้อมมือไปที่ลิ้นชักโต๊ะข้างๆ ที่เธอเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อครู่นี้เอง
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้เข็มฉายานิศเสมอมานะคะ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 33
สัญญาณเตือน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!