พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 21

จุมพิตท้าทาย

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
“กล้าดีนี่ศศินา... คิดว่าเศษกระดาษพวกนี้จะทำให้ฉันสะดุ้งสะเทือนได้งั้นหรือ” คิรากรขยับกายจากพนักเก้าอี้หนังราคาแพง เสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบ หากทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ติดขัด เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองซองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งนั่นเลยด้วยซ้ำ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวของอดีตคนรักอย่างไม่ลดละ ศศินาเหยียดยิ้ม รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษเธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่เคยประทับใจคิรากรในอดีตบัดนี้กลับทำให้เขารู้สึกเพียงความอึดอัดที่พุ่งพล่านอยู่ในอก เธอวางมือเรียวบางที่ตกแต่งเล็บไว้อย่างประณีตลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวลงจนหน้าอกอิ่มเบียดชิดกับขอบไม้ แววตาท้าทายของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คม “คุณมั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือคะคิรากร?” เธอทอดเสียงหวานหยด “หลักฐานชิ้นนี้ไม่ได้ส่งตรงถึงตำรวจ... แต่มันจะส่งไปถึงสื่อใหญ่ที่จ้องจะทำลายชื่อเสียงอัครเดชากุลอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถ้าคุณไม่ยอมทำตามที่ฉันต้องการ เรามาดูกันว่าระหว่างอาณาจักรที่คุณสร้างมากับผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าคนนั้น ใครกันที่จะพังทลายลงก่อน” คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช เขาเอื้อมมือไปหยิบแก้ววิสกี้ที่วางอยู่ข้างมือ จิบมันช้าๆ ก่อนจะวางลงด้วยจังหวะที่หนักแน่นและกดดัน “รินรดาไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องสกปรกพวกนี้” เขาเอ่ยขึ้น เสียงนั้นนิ่งสนิท ทว่าในแววตากลับวาวโรจน์ไปด้วยโทสะที่ถูกเก็บกดเอาไว้ “และที่สำคัญ... การที่เธอคิดว่าคุณจะใช้เธอมาต่อรองกับฉันได้นั่น คือความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตของคุณ ศศินา” “อ๋อหรือคะ?” ศศินาแค่นหัวเราะ พลางเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปหาเขาอย่างถือสิทธิ์ “ถ้าอย่างนั้นก็น่าแปลกนะคะ เพราะฉันเห็นคุณปกป้องเธอราวกับไข่ในหิน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธอคือจุดอ่อนเดียวที่คุณมี...” “จุดอ่อน?” คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาลจนศศินาต้องชะงักเท้า เขาเดินย่างสามขุมเข้าไปหาเธอจนกระทั่งแผ่นหลังของหญิงสาวปะทะกับชั้นหนังสือไม้สักทองด้านหลัง “รินรดาไม่ใช่จุดอ่อน... เธอคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันยังเลือกที่จะรักษาความเป็นคนเอาไว้ได้ ไม่ใช่สัตว์ป่าที่ไล่ขย้ำใครก็ตามที่เข้ามาขวางทางเหมือนเมื่อก่อน” เขาขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน ความเงียบงันในห้องทำงานปกคลุมไปด้วยมวลอารมณ์ที่หนักอึ้ง ศศินาสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดที่เขามีให้กับเธอเสมอมา เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทายจุมพิตของเขาอย่างที่เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนในอดีต “งั้นลองพิสูจน์สิคะ...” เสียงของเธอสั่นพร่า “ถ้าเธอสำคัญขนาดนั้น แล้วทำไมวันนี้คุณถึงยังยอมให้ฉันเข้ามาถึงในห้องนี้... หรือลึกๆ แล้ว คุณยังโหยหาความเร่าร้อนที่เราเคยมีให้กันอยู่กันแน่?” คิรากรมองริมฝีปากที่เผยอรอคอยของเธอด้วยสายตาเย็นชา เขายกมือขึ้นสัมผัสกรอบหน้าของอดีตคนรักอย่างแผ่วเบา ศศินาหลับตาพริ้มเตรียมรับสัมผัสที่เธอโหยหามานานนับปี ทว่า... คิรากรกลับหยุดมือไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำลายความหวังของเธอจนราบคาบ “จุมพิตของฉัน... มีไว้ให้สำหรับผู้หญิงที่ฉันเลือกที่จะฝากชีวิตไว้ด้วยเท่านั้น ซึ่งคนคนนั้นไม่ใช่เธอ” เขาผละมือออกอย่างไม่ไยดี “รินรดาคือทุกสิ่งที่เธอไม่มี... เธอมีความเมตตา มีความซื่อตรง และเหนือสิ่งอื่นใด เธอไม่เคยคิดจะทำลายคนข้างๆ เพียงเพื่อความสะใจของตัวเอง” เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด “กลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วจัดการกับหลักฐานปลอมๆ ของเธอนี่ให้เป็นเพียงผุยผง... อย่าได้ยุ่งกับรินรดาอีก ถ้าไม่อยากเห็นอาณาจักรที่เธอพยายามจะทวงคืนน่ะ... ล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา” ศศินาเบิกตากว้าง ความโกรธแค้นและเจ็บปวดพุ่งทะลุขีดจำกัด เธอสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นที่สุมอยู่ในอก ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง คิรากรยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายหาใครบางคน เสียงปลายสายตอบรับด้วยความกังวลใจเพียงแค่เขาส่งเสียงเรียกชื่อสั้นๆ “ริน...” ทว่าก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเปิดผลัวะเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่เขาเพิ่งพูดถึง... รินรดายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาสั่นระริกเต็มไปด้วยร่องรอยของน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ และในมือของเธอก็ถือซองเอกสารซองเดียวกับที่ศศินาเพิ่งนำมาวางไว้เมื่อครู่ “นี่คือเหตุผลที่คุณไม่ให้ฉันออกไปข้างนอกใช่ไหมคะคิรากร...” เสียงของเธอสั่นเครือ “เพราะชีวิตของคุณ... มันเต็มไปด้วยเรื่องสกปรกที่ฉันไม่ควรจะก้าวเข้ามาตั้งแต่แรก!” เธอยื่นซองเอกสารที่เปิดออกแล้วให้เขาก่อนจะหันหลังกลับ แต่คิรากรคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอแล็ปท็อปบนโต๊ะของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับอีเมลฉบับหนึ่งที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ ข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏบนนั้นทำให้เลือดในกายของคิรากรเย็นเฉียบ... มันไม่ใช่หลักฐานการโอนเงิน แต่เป็นรูปถ่ายของรินรดาที่กำลังก้าวขึ้นรถของศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขา พร้อมกับข้อความที่เขียนสั้นๆ ว่า *“อย่าลืมดูให้ดี... ว่าใครกันแน่ที่อยู่ข้างคุณจริงๆ”* เข็มฉายานิศหวังว่ารี้ดที่รักจะร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจคิรากรและรินรดาในบทต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%