พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 39

ความโดดเดี่ยวที่หายไป

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
“ถ้าคุณอยากจะกลับมาที่นี่เพื่อทำลายความสุขของคนอื่น ก็นับว่าคุณคิดผิดถนัด ศศินา” น้ำเสียงทุ้มต่ำของคิรากรเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องโถงกว้าง ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูบานยักษ์ที่เพิ่งเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ดูคุ้นตาจนน่าสะอิดสะเอียน รินรดายืนอยู่ด้านหลังเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลมาจากร่างของศศินาทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้ เธอไม่ได้กลัว แต่ความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ในอกที่เคยคิดว่ามันจางหายไปกลับเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นแววตาที่จ้องมองคิรากรด้วยความกระหายของอดีตคนรัก “คิดผิดหรือคะ คิรากร?” ศศินาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอขยับกายก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างไร้มารยาท สายตาคู่สวยตวัดมามองรินรดาที่ยืนเกาะแขนแกร่งของคิรากรไว้แน่น “ผู้หญิงคนนี้มีอะไรดีนักหนา ถึงทำให้คุณลืมสิ่งที่พวกเราเคยมีให้กันได้หมดสิ้น... หรือว่าเป็นแค่ของเล่นแก้เหงาที่คุณใช้คั่นเวลา” รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่จับต้นแขนของชายหนุ่มสั่นระริก เธอสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตของคิรากร เขากำลังโกรธ แต่ที่เหนือกว่าความโกรธ คือความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น... ความรังเกียจ “ผมไม่เคยรักคุณ” คิรากรตอบสั้นๆ แต่เฉียบขาด “และตั้งแต่วินาทีที่ผมพบรินรดา ผมไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวอีกเลย ไม่เหมือนตอนที่คุณยังอยู่ข้างๆ ที่ผมรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลกที่เต็มไปด้วยความลวง” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนอีโก้ของศศินา ใบหน้าสวยจัดบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะแค่นยิ้ม “งั้นก็เชิญเสพสุขกันให้เต็มที่นะคะ แต่อย่าลืมว่าความสุขบนกองเศษซากของคนอื่น มันไม่เคยยั่งยืน...” เมื่อศศินาหมุนตัวจากไปพร้อมกับเสียงส้นสูงที่ดังสะท้อนก้อง คิรากรจึงปิดประตูลง กลอนเหล็กกระทบกันดังสนั่น เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวยาว ก่อนจะดึงรินรดาเข้ามานั่งตัก แรงดึงนั้นไม่ได้รุนแรง หากแต่มั่นคงและอบอุ่นจนรินรดาแทบหยุดหายใจ “อย่าไปฟังคำพูดของเธอ” เขาพึมพำ ซุกใบหน้าลงกับลำคอระหง กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอคือสิ่งเดียวที่ดึงเขากลับมาจากขุมนรกของความทรงจำที่ขมขื่น “ริน... คุณคือบ้านของผม” รินรดาลูบไล้เส้นผมของเขาอย่างแผ่วเบา ความกังวลที่เคยสุมอกมลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่พุ่งพล่านในกระแสเลือด เธอไม่ได้เพียงแค่ปลอบประโลมเขา แต่เธอกำลังโหยหาการยืนยันตัวตนในแบบที่ลึกซึ้งที่สุด บทรักในค่ำคืนนี้เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อน คิรากรจูบเธอด้วยความหิวกระหาย ลิ้นหนารุกเร้าสำรวจความหวานภายในโพรงปาก รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยการครอบครองและความโหยหาทำให้รินรดาแทบละลายอยู่ในอ้อมกอดของเขา มือหนาเลื่อนลงไปตามส่วนโค้งเว้าของเรือนร่าง ปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกอย่างใจเย็น จนกระทั่งผิวพรรณเนียนละเอียดปะทะเข้ากับไออุ่นจากกายแกร่ง “ริน... มองผม” เขาเอ่ยเรียกเสียงพร่า ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ขณะที่เขาสอดประสานกายเข้าหาเธออย่างช้าๆ แต่หนักแน่น แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นสร้างความวาบหวามไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดาแอ่นกายรับความรู้สึกนั้นด้วยความเต็มใจ ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองไม่ใช่แค่เรื่องของสรีระ แต่มันคือการหลอมรวมจิตวิญญาณที่เหนื่อยล้าเข้าด้วยกัน ทุกจังหวะที่ขยับเคลื่อนไหวคือคำบอกรักที่ไม่มีเสียง ทุกเสียงครางกระเส่าคือความสุขสมที่เปี่ยมล้นจนหยดสุดท้าย คิรากรเฝ้าทะนุถนอมเธอราวกับเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต ในขณะที่รินรดาคอยโอบกอดความเหงาของเขาไว้ด้วยความรักที่ไร้เงื่อนไข เมื่อพายุอารมณ์สงบลง ทั้งสองต่างนอนกอดก่ายกันอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา คิรากรจูบลงบนขมับของหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยความรักที่เอ่อล้น เขาไม่เคยรู้เลยว่าการมีใครสักคนเคียงข้างในยามที่โลกทั้งโลกดูเหมือนจะพังทลายลงมานั้น มันจะสวยงามได้ถึงเพียงนี้ ทว่า ความเงียบสงบในเพนต์เฮาส์กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง คิรากรเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งผ่อนคลายกลับเคร่งขรึมลงในทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพถ่ายที่ส่งตรงมาจากระบบรักษาความปลอดภัยของอาคาร ในภาพนั้น... คือร่างของศศินาที่ไม่ได้เดินออกไปนอกตึกอย่างที่ควรจะเป็น แต่เธอกำลังยืนอยู่หน้ากล่องควบคุมระบบไฟฟ้าของอาคาร ในมือถืออุปกรณ์บางอย่างที่เขารู้ดีว่ามันคืออะไร พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอว่า *"ถ้าฉันไม่ได้... ก็ไม่มีใครได้ทั้งนั้น"* ทันใดนั้น ไฟทั้งเพนต์เฮาส์ก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว ก่อนที่เสียงหัวเราะแผ่วเบาของศศินาจะดังแว่วเข้ามาจากทางเดินหน้าห้อง พร้อมกับเสียงลูกบิดประตูที่ค่อยๆ ถูกหมุนด้วยความพยายามที่จะพังเข้ามา! หวังว่าตอนนี้น่าจะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและติดตามความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมากับเข็มฉายานิศค่ะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%