พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 40

คำสัญญาที่ผูกพัน

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
“อย่าแม้แต่จะคิดก้าวเข้ามาในโลกของฉันอีกเลย ศศินา” น้ำเสียงทุ้มต่ำของคิรากรดังกังวานท่ามกลางความมืดมิด ทว่ามันไม่ได้เจือไปด้วยความหวาดหวั่น เขายืนตระหง่านอยู่หน้าประตูที่สั่นสะเทือนตามแรงกระชากจากฝั่งตรงข้าม รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกระชับอ้อมกอดที่เขาสวมไว้จากด้านหลังแน่นขึ้น สัมผัสถึงไออุ่นจากแผ่นหลังแกร่งที่มอบความมั่นใจให้ท่ามกลางสถานการณ์บีบคั้น “คิรากร... คุณคิดว่าความมืดจะซ่อนความลับเน่าเฟะของคุณได้ตลอดไปเหรอคะ?” เสียงแหลมสูงของศศินาแว่วเข้ามา เสียงลูกบิดหมุนวนด้วยความโกรธแค้น “ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างในนั่น รินรดา! ออกมาเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ผู้ชายคนนี้ไม่มีวันรักใครได้นอกจากเงาของตัวเอง!” คิรากรกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือหนาเลื่อนลงมาประสานเข้ากับมือบางของรินรดา เขาบีบกระชับมันไว้แน่นราวกับต้องการถ่ายทอดพันธะสัญญาที่ไม่มีคำพูดใดเสมอเหมือน “ริน... มองตาผม” แม้ในความมืดที่ไร้แสงสว่าง รินรดากลับรู้สึกเหมือนดวงตาคมกริบของเขากำลังแผดเผาไปถึงวิญญาณ เขาหมุนตัวกลับมาหาเธอ ประคองใบหน้าเนียนละเอียดด้วยสองมือที่มั่นคง “ไม่ว่าใครจะพังประตูเข้ามา หรือโลกใบนี้จะพังทลายลงตรงหน้า จำไว้ว่าหัวใจของผมวางอยู่ที่ไหน” คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำบอกรัก แต่มันคือการประกาศศักดาต่อโชคชะตา คิรากรโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับลงบนเรียวปากบางของเธอ ไม่ใช่จูบที่เร่งเร้าด้วยตัณหา แต่เป็นจูบที่แฝงไว้ด้วยความหวงแหนและคำมั่นสัญญาที่ลึกซึ้ง รินรดาหลับตาพริ้ม ตอบรับสัมผัสนั้นด้วยความอ่อนหวานที่หลอมละลายทุกความกลัวในใจ ในขณะที่เสียงพังประตูข้างนอกทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับโลกภายนอกไม่มีความหมายอีกต่อไป คิรากรช้อนร่างบางขึ้นในวงแขนแกร่ง เขาก้าวผ่านความมืดตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนป้อมปราการแห่งความรักของทั้งคู่ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่ผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของเธอสร้างมวลอากาศที่อบอวลไปด้วยเสน่หา “ฉันกลัว...” รินรดากระซิบชิดริมฝีปากเขา ขณะที่คิรากรค่อยๆ วางเธอลงบนเตียงนุ่ม มือหนาเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ของเขาและเธอออกอย่างช้าๆ ราวกับกำลังทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ไม่มีอะไรต้องกลัว... คืนนี้ เราจะผูกพันกันด้วยเลือดและวิญญาณ เพื่อให้รู้ว่าไม่มีใครพรากเราจากกันได้” เสื้อผ้าถูกโยนทิ้งอย่างไร้ความหมาย แผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นในอดีตแนบชิดกับผิวเนียนละเอียดของรินรดา สัมผัสแห่งความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วทุกตารางนิ้ว ผิวหนังกระทบผิวหนังเป็นจังหวะแห่งการโหยหา คิรากรพรมจูบไปตามลำคอระหง ลากไล้ปลายลิ้นผ่านเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจของเธอ เขาปรนเปรอเธอด้วยความชำนาญและทะนุถนอมในคราวเดียวกัน ทุกสัมผัสที่เขามอบให้คือนัยแห่งการครอบครองที่อ่อนหวาน รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสที่ซอกซอนลึกซึ้ง เสียงครางแผ่วหวานเล็ดลอดออกมาเมื่อนิ้วเรียวยาวของเขาแทรกซึมเข้าสู่ใจกลางความอ่อนไหว เธอรู้สึกเหมือนถูกนำพาไปสู่ห้วงเหวแห่งความสุขที่ไร้ก้นบึ้ง คิรากรจดจ้องมองใบหน้าที่พร่ามัวไปด้วยแรงอารมณ์ของเธอ นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความรักที่ยากจะซ่อนเร้น ก่อนจะประสานตัวตนเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่หนักแน่นและเชื่องช้า การหลอมรวมเป็นหนึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของสรีระ แต่คือการประกาศความเป็นเจ้าของ ศศินาที่อยู่นอกห้องอาจจะกำลังคลุ้มคลั่ง แต่ในโลกใบนี้ คิรากรกำลังสร้างอาณาจักรที่มีเพียงเขากับรินรดา จังหวะรักดำเนินไปอย่างเนิบนาบแต่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่พุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกการเสียดสี ทุกจังหวะลมหายใจที่ประสานกัน คือคำปฏิญาณที่หนักแน่นยิ่งกว่าสัญญาใดๆ ในโลก “รัก... ริน... ของผม” เขาคำรามเบาๆ ในลำคอเมื่ออารมณ์พุ่งถึงจุดสูงสุด ร่างกายทั้งสองสั่นสะท้านภายใต้เงาจันทร์ที่เริ่มทอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเพียงรำไร ความสุขสมถาโถมใส่กันจนรินรดารู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดลอย ความอบอุ่นที่ไหลรินเข้าสู่ร่างกายราวกับเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของเธอจนสมบูรณ์แบบ ทว่า... ในจังหวะที่ความเงียบสงัดเริ่มกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง หลังจากความพายุแห่งกามารมณ์สงบลง เสียงลูกบิดที่ถูกพยายามพังอยู่นานก็หยุดลงอย่างกระทันหัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแทนที่คือเสียง 'คลิก' ของประตูที่ถูกเปิดออกด้วยกุญแจสำรองที่ใครบางคนมีสิทธิ์ครอบครอง คิรากรลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่ประตูที่ค่อยๆ แง้มออก รินรดาคว้าผ้าห่มขึ้นมาปกปิดร่างกายด้วยความใจหาย เมื่อร่างของบุคคลที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่ศศินาอย่างที่คาดคิด แต่เป็นบุรุษสูงวัยในชุดสูทสีเข้มที่ใบหน้าเย็นชาไม่ต่างจากพระเอก—ผู้เป็นบิดาของคิรากรที่หายตัวไปนานหลายปี “การแลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญาของแก... มันราคาถูกไปหน่อยไหม คิรากร?” เสียงแหบพร่าของชายชราดังขึ้น ก่อนที่เขาจะปรายตามองมาที่รินรดาด้วยสายตาที่ทำให้เธอหนาวสั่นไปถึงกระดูก “เพราะสิ่งที่แกเพิ่งทำไป... มันคือการเปิดทางให้ศัตรูที่แท้จริงของตระกูลอัครเดชากุล เข้ามาทำลายแกถึงในห้องนอน” เข็มฉายานิศขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความรักที่แสนเข้มข้นนี้มาด้วยกันจนถึงตอนที่ 40 นะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%