"คุณบอกว่า... คุณไม่เคยลืมเธอ ทั้งที่เธอเป็นคนทำลายคุณยับเยินขนาดนั้นหรือคะ"
น้ำเสียงของรินรดาแผ่วพร่า ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคิรากร แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะสลัวขับเน้นให้ใบหน้าคมสันของชายหนุ่มดูเคร่งขรึมและโดดเดี่ยวเกินกว่าที่หญิงสาวจะจินตนาการถึง เขาไม่ได้ตอบในทันที นิ้วเรียวยาวที่ถือแก้วบรั่นดีสั่นไหวน้อยๆ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้โอ๊กหรูหราอย่างไม่สู้ดีนัก
คิรากรเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้ใต้ความนิ่งเฉย บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่เขาสั่งสมมานานนับปี เขาไม่มองหน้าเธอ เขามองผ่านไหล่ของเธอไปยังความมืดมิดนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของตนเองราวกับกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจในใจ
"ความทรงจำไม่ใช่สิ่งที่อยากจะลบก็ลบทิ้งได้ง่ายๆ เหมือนไฟล์เอกสารนะรินรดา" เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูสมเพชตัวเองเหลือเกิน "ผมจำได้ดี... ไม่ใช่เพราะผมรักเธอ แต่เพราะความเจ็บปวดนั้นคือสิ่งเดียวที่เตือนให้ผมรู้ว่า... ผมเคยโง่เขลาเพียงใด"
รินรดาก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ ความกล้าหาญที่สั่งสมมานานทำให้เธอกล้าเอื้อมมือไปแตะบนหลังมือหนาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะ ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของเธอปะทะกับไออุ่นจากกายเขา ทำให้คิรากรชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสบตากับเธออย่างเต็มตา แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหาและเปราะบางอย่างประหลาด
"ถ้าอย่างนั้น... ไออุ่นที่คุณพยายามวิ่งหนีมาตลอด คือสิ่งที่ต้องการจริงๆ หรือเปล่าคะ" รินรดาถามเบาๆ พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิที่เธอใช้ประจำอบอวลอยู่ในอากาศรอบกายเขา มันเป็นกลิ่นที่คิรากรยอมรับกับตัวเองว่าเขาแพ้ทางเหลือเกิน
เขาไม่ตอบ แต่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงดึงดูดมหาศาลระหว่างคนทั้งสองทำให้รินรดาใจเต้นรัว มือหนาเชยคางมนของเธอขึ้นอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วของเขาสั่นไหวราวกับกำลังยับยั้งชั่งใจขั้นสูงสุด
"ผมเป็นคนเห็นแก่ตัว รินรดา" เขาพึมพำชิดริมฝีปากนุ่ม "ผมกลัวว่าถ้าผมได้รับไออุ่นจากคุณไปมากเท่าไหร่ ผมจะยิ่งไม่มีวันปล่อยคุณไป... และนั่นคือความโหดร้ายที่ผมจะมอบให้คุณ"
เขาก้มลงประทับริมฝีปากลงมาอย่างโหยหาและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน มันไม่ใช่จูบที่เต็มไปด้วยความต้องการดิบเถื่อนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความสับสน ความห่วงหา และการวอนขอที่ไร้เสียง รินรดาหลับตาพริ้ม สอดมือเข้าไปในกลุ่มผมหนานุ่มของเขา ปล่อยให้ความรู้สึกที่อัดอั้นพังทลายลงในอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่เธอเคยได้รับ
ความเงียบในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะ คิรากรอุ้มร่างบางขึ้นไว้ในอ้อมแขนก่อนจะพาไปยังโซฟาหนังตัวยาวใกล้เตาผิง แสงไฟสีส้มสลัววูบไหวสะท้อนบนเรือนร่างของทั้งคู่ ราวกับกำลังขับกล่อมบทเพลงแห่งความรักที่ถูกเขียนขึ้นด้วยหยาดน้ำตาและความปรารถนา
สัมผัสของเขาละเมียดละไมราวกับรินรดาสามารถแตกสลายได้ทุกเมื่อ มือหนาลูบไล้ไปตามเส้นโค้งเว้าของแผ่นหลังภายใต้ชุดเดรสผ้าไหมพริ้วไหว ทุกสัมผัสที่เขามอบให้แฝงไปด้วยความหมายที่มากกว่าแค่เรื่องของร่างกาย มันเป็นการสารภาพความในใจที่เขากลัวที่จะพูดออกมาผ่านคำพูด
"ผมไม่เคยรู้สึก... ว่าตัวเองมีตัวตน จนกระทั่งคุณเดินเข้ามาในชีวิตผม" เขาถอนจูบออกเพียงเล็กน้อย หน้าผากพิงกันไว้ ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้ากันและกัน "อดีตของผมมันฝังใจจนผมกลายเป็นคนด้านชา แต่รินรดา... คุณกำลังทำให้ผมกลับมาเจ็บปวดอีกครั้ง... และผมกลับรู้สึกขอบคุณความเจ็บปวดนั้น เพราะมันทำให้ผมรู้ว่าผมยังเป็นคน"
รินรดาโอบกอดเขาไว้แน่น เธอรู้ดีว่านี่คือการเปิดประตูสู่ความลับที่ดำมืดที่สุดในชีวิตของเขา คิรากรไม่ได้ต้องการเพียงแค่คู่ควง แต่เขาต้องการที่พักพิงที่เขาไม่เคยได้รับ
ในขณะที่บรรยากาศกำลังลึกซึ้งและอบอุ่นไปด้วยไอรักที่โหยหาอยู่นั้น เสียงกดกริ่งหน้าห้องทำงานก็ดังขึ้นทำลายความเงียบลงอย่างฉับพลัน พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่มั่นใจและทรงอำนาจกำลังเดินตรงมาทางนี้ ก่อนที่ประตูบานหนาจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
"คิราคะ... ไม่คิดเลยนะคะว่าคืนนี้คุณจะมี 'แขก' ที่น่าสนใจขนาดนี้อยู่ในห้องทำงานส่วนตัว"
ร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ดูคุ้นตาเดินนวยนาดเข้ามาภายในห้อง ดวงตาของศศินาฉายแววร้ายกาจขณะจ้องมองภาพของทั้งคู่บนโซฟา คิรากรผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยเย็นชาดั่งหน้ากากที่สวมใส่เป็นประจำทันที แต่ในวินาทีที่เขาสบตากับศศินา รินรดากลับเห็นประกายบางอย่างที่สั่นคลอนลึกๆ ในแววตาของเขา... มันไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความลับบางอย่างที่เขาไม่เคยแม้แต่จะกระซิบบอกเธอเลยแม้แต่น้อย
ศศินายกยิ้มมุมปากก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะหน้าพวกเขา "ฉันแค่เอาหลักฐานบางอย่างที่คุณเคยสั่งให้ฉันทำลายทิ้งมาให้ดู... เผื่อว่าคุณจะลืมไปว่าเราสองคนยังมี 'พันธะ' ที่ตัดไม่ขาดต่อกันนะคะ คิรากร"
เข็มฉายานิศขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลึกลับและเปราะบางของความรักในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 12
ไออุ่นที่โหยหา
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!