“คุณอยากให้ฉันอยู่หรือไปล่ะคะ คิรากร”
เสียงของศศินาดังขึ้นแผ่วเบา ทว่ากลับบาดลึกในความรู้สึกของรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหลังคิรากร แววตาของนางแบบสาวคนสวยคนนั้นไม่ได้มองมาที่ชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย แต่ทอดมองตรงมายังหญิงสาวที่กำลังพยายามหลบสายตาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ศศินายกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูราวกับกำลังเยาะเย้ยถึงความไร้เดียงสาของใครบางคนที่ริอ่านจะเข้ามาในกรงขังแห่งความหรูหรานี้
คิรากรไม่หันหลังกลับไปมอง แต่รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่สันกรามของเขาผ่านทางแผ่นหลังกว้างนั้น ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นจนน่าใจหาย “ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมศศินา ว่าอย่ามายุ่งกับคนของผม”
คำว่า ‘คนของผม’ กระแทกเข้ากลางใจรินรดาจนสั่นไหว มันไม่ใช่คำบอกรัก แต่มันคือคำประกาศอาณาเขตที่ทำให้ศศินาถึงกับหุบยิ้มลงทันที
“คนของคุณ? น่าขำนะคิรากร... คุณก็รู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเรา” ศศินาเชิดหน้าขึ้น แม้จะพ่ายแพ้ในเรื่องของคำพูด แต่เธอก็เลือกที่จะเดินจากไปพร้อมกับเสียงส้นสูงที่จิกกระทบพื้นไม้ดังสนั่นหวั่นไหว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลปนไปกับความอึดอัดในห้องโถงกว้าง
เมื่อความเงียบเข้าปกคลุม รินรดาก็ขยับตัวจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง ทว่ามือหนาของคิรากรกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นโดยที่เขายังไม่ได้หันกลับมา
“กลัวหรือไง?” เขาถาม เสียงแหบพร่าลงเล็กน้อย
“รดาไม่ได้กลัวค่ะ แค่... รู้สึกว่าไม่ควรอยู่ตรงนี้” เธอตอบเสียงเบา พยายามดึงมือออกแต่เขากลับรั้งไว้แน่นขึ้น ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า แววตาคมกริบของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรงในห้องที่มืดมิด
คิรากรก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยร่นไปจนชิดขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ เขาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของชายหนุ่มทำให้ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด
“ถ้าไม่ควรอยู่ตรงนี้ แล้วทำไมถึงยังไม่ไปตั้งแต่เมื่อกี้” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน รินรดารู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“รดา...” เธอพยายามจะเอ่ยประโยคแก้ตัว แต่มือหนาของเขากลับเลื่อนขึ้นมาสัมผัสที่ข้างแก้มอย่างอ่อนโยน สัมผัสที่ต่างไปจากความเย็นชาที่เขาแสดงออกเมื่อครู่ราวกับคนละคน
นิ้วหัวแม่มือของเขาคลึงเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์ คิรากรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริก ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแนบสนิทกัน “อย่าไปฟังสิ่งที่ศศินาพูด... ผู้หญิงคนนั้นไม่มีค่าพอให้คุณต้องรู้สึกแย่หรอกนะ”
หัวใจของรินรดาเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอไม่รู้ว่าคำพูดนั้นคือความห่วงใยหรือแค่คำสั่งของผู้มีอำนาจ แต่เมื่อคิรากรโน้มใบหน้าลงมาประทับจูบอย่างแผ่วเบาที่มุมปาก ความคิดทุกอย่างในหัวของเธอก็พลันมลายหายไปสิ้น
สัมผัสนั้นไม่ได้รุนแรงหรือรุกเร้า แต่มันกลับละมุนละไมและเต็มไปด้วยความหิวกระหายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม มือของเขาเปลี่ยนจากพวงแก้มมาประคองท้ายทอยเธอไว้อย่างมั่นคง รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสนั้นด้วยความยินยอมพร้อมใจ รสจูบที่เปรียบเสมือนรอยจูบใต้แสงเทียนที่เธอกำลังหลงใหลและพร้อมจะจมดิ่งลงไป
คิรากรผละออกเพียงนิดเพื่อมองใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อของเธอ ก่อนจะกดจูบลงมาอีกครั้ง คราวนี้เขาสอดมือเข้าไปในกลุ่มผมยาวสลวย ดึงรั้งให้เธอก้าวเข้ามาใกล้จนร่างของทั้งคู่แนบชิดกันมากกว่าเดิม เธอรับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจเขาที่แรงไม่ต่างกัน ราวกับว่านี่ไม่ใช่แค่ความต้องการทางกาย แต่คือการเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่เขากำลังปิดกั้นมาตลอดหลายปี
ห้องทำงานกว้างใหญ่ถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่แสนวาบหวาม รินรดายกมือขึ้นวางบนแผงอกแกร่ง สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่หนักแน่นผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง เธอรู้ดีว่านี่คือความสัมพันธ์ที่เป็นเหมือนพันธะเร้นลับ และเธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่กำลังถลำลึกเข้าไปในวังวนของเขาโดยไม่คิดจะหาทางออก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังพาไปสู่ความลึกซึ้งจนยากจะถอนตัว เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขัดจังหวะขึ้นสามครั้ง สั้นและมั่นคง... ซึ่งเป็นจังหวะที่คิรากรรู้ดีว่าเป็นใคร
คิรากรชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ผละออกไป รินรดาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงจากหลังบานประตูไม้บานใหญ่ที่ดังแทรกเข้ามา
“คุณคิรากรคะ ดิฉันนำเอกสารที่ศศินาทิ้งไว้ให้ตอนที่เธอเดินออกไปเมื่อครู่มาให้ค่ะ... และดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่กลับไปไหน เธอรอคุณอยู่ที่สวนด้านล่างนะคะ”
คิรากรสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผละออกจากรินรดาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นเรียบตึงในเสี้ยววินาที เขาหันไปมองประตูห้องทำงานแล้วหันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นเย็นชาลงจนรินรดารู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาจับใจ
“ไปรอที่ห้องนอน... อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับว่าจูบเมื่อครู่เป็นเพียงแค่ความฝันที่เขาเพิ่งทำลายมันลงด้วยตัวเอง
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มองชายหนุ่มที่หันไปหยิบสูทมาสวมใส่ด้วยท่าทีห่างเหิน เธอเพิ่งตระหนักได้ในตอนนั้นเองว่า แม้เขาจะมอบจูบที่หวานล้ำให้ แต่ในใจของคิรากร อัครเดชากุลนั้น ยังคงมีพื้นที่ที่เธอไม่อาจเข้าถึงได้ง่ายๆ และผู้หญิงที่ชื่อศศินา... อาจจะไม่ได้ออกไปจากชีวิตเขาอย่างที่เขาพยายามทำให้เธอเชื่อ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดามาถึงตรงนี้นะคะ
เข็มฉายานิศ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 8
รอยจูบใต้แสงเทียน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!