เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 8

กลยุทธ์แมลงวัน

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"ทางตัน... พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการซ่อนตัวอยู่หลังซากอิฐปูนเหล่านี้ จะช่วยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของบทลงทดสอบแห่งหอพักลับได้?" เสียงทุ้มต่ำที่สะท้อนก้องกังวานในความมืด ไม่ได้มีเพียงความเยือกเย็น แต่มันแฝงไปด้วยแรงกดดันทางเวทมนตร์ระดับสูงที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาทึบจนหายใจลำบาก แสงสว่างจากคบเพลิงสะท้อนกระทบกับโครงหน้าคมคายของบุคคลปริศนาที่เพิ่งก้าวเข้ามา เงามืดทอด1ยาวจนคล้ายกับปีศาจที่กำลังแผ่ขยายปีกโอบล้อมพวกเขาไว้ เซนหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองส่วนหน้าที่ประมวลผลด้วยตรรกะและระบบเวทมนตร์ทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อวิเคราะห์คลื่นมานาที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย *ระดับพลัง... อยู่ในขั้นจอมเวทย์ชั้นสูงขั้นที่สาม* สำหรับนักเรียนปีหนึ่งอย่างพวกเขา การปะทะกันตรงๆ ด้วยพลังเวทย์ถือเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ ลีร่าที่ยืนอยู่เคียงข้างถึงกับกัดริมฝีปากจนซีดขาว มือเรียวที่กำคทอเวทย์น้ำแข็งสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลที่บีบอัดออกซิเจนในปอดจนแทบหมดสิ้น "เซน..." เสียงของลีร่ากระซิบแผ่วเบา เต็มไปด้วยความตึงเครียด "เวทย์ป้องกันของฉันคงรับการโจมตีระดับนั้นได้ไม่เกินสองครั้ง..." "ไม่ต้องห่วงครับ ลีร่า" เซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและหนักแน่นเป็นพิเศษ ความนิ่งสงบของเขาในสถานการณ์วิกฤตมักทำให้คนรอบข้างรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาได้อย่างประหลาด "จำกฎข้อแรกของการใช้เวทย์ดีบัฟที่เราคุยกันไว้ได้ไหมครับ? เวทมนตร์ไม่ได้มีไว้เพื่อทำลาย แต่มันมีไว้เพื่อ 'สร้างความเหลื่อมล้ำ' ต่างหาก" บุคคลปริศนากระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง "เด็กน้อย... ช่างเป็นคำพูดที่เพ้อฝันเสียจริง ในโลกแห่งเวทมนตร์ มีเพียงพลังที่แท้จริงเท่านั้นที่ตัดสินทุกอย่าง" สิ้นเสียง ชายปริศนาก็ตวัดมือขึ้นเบาๆ วงแหวนเวทย์สีเพลิงขนาดใหญ่สามวงซ้อนทับกันกลางอากาศ ความร้อนระอุพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว มันคือ "เพลิงอัคคีทลายศิลา" เวทย์โจมตีวงกว้างระดับสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่อเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุลในพริบตาเดียว ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไปแล้ว "ตอนนี้แหละครับ!" เซนตะโกนลั่น พร้อมกับดีดนิ้วส่งสัญญาณ ในเสี้ยววินาทีที่วงแหวนเวทย์กำลังจะปลดปล่อยพลังงานทำลายล้าง เซนไม่ได้ร่ายเวทย์ป้องกันที่ทรงพลังแต่อย่างใด เขากลับเลือกใช้เวทย์ระดับต่ำที่สุดที่ใครๆ ก็มองข้าม—**[ดีบัฟ: รบกวนประสาทสัมผัส (Sensory Flaw)]** เวทย์นี้โดยปกติแล้วจะใช้ได้ผลเพียงแค่ทำให้เป้าหมายรู้สึกเหมือนมีแมลงวันบินผ่านหน้า หรือเกิดอาการคันยุบยิบตามผิวหนังเล็กน้อย ซึ่งเป็นเวทย์ที่นักเวทย์ฝึกหัดมักใช้แกล้งกันเล่นในยามว่างเท่านั้น ไม่มีทางที่จะหยุดยั้งเวทย์ระดับสูงได้เลย... ในมุมมองของคนทั่วไป ทว่า สำหรับเซนที่มองเห็น "ช่องว่างและจังหวะเวลาของมานา" ผ่านระบบปริศนา เวทย์นี้มีความหมายอื่น ละอองแสงสีเทาจางๆ พุ่งเข้ากระทบที่เปลือกตาและเส้นประสาทบริเวณขมับของชายปริศนาอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ในเสี้ยววินาทีที่เวทย์เพลิงกำลังจะระเบิดออก อาการคันคะเยออย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุตรงหัวตา ทำให้ชายปริศนาต้องกระพริบตาและขยับศีรษะหลบตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์โดยไม่รู้ตัว แค่เสี้ยววินาทีเดียว... เสี้ยววินาทีที่สั้นยิ่งกว่าการกระพริบตา การขยับตัวเพียงเล็กน้อยนั้น ทำให้จุดโฟกัสของวงแหวนเวทย์เกิดความคลาดเคลื่อนไปเพียงแค่ศูนย์点หนึ่งมิลลิเมตร! *ตูมมมมมม!* เสียงระเบิดกึกก้องสนั่นหอพัก เศษหินและฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว แรงปะทะจากการระเบิดที่ควรจะพุ่งตรงมายังเซนและลีร่า กลับสะท้อนเข้าใส่กำแพงศิลาของหอพักเสียเอง เนื่องจากมุมองศาของเวทย์เพี้ยนไปจากการขัดจังหวะเพียงชั่วพริบตา แรงสะท้อนย้อนกลับทำให้ชายปริศนาเซถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากจะเชื่อ "เป็นไปได้ยังไง..." เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือเล็กน้อย "เจ้า... ใช้เวทย์ระดับศูนย์ขัดขวางเวทย์ระดับสามของข้าได้อย่างไร?!" ลีร่าเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งงัน เธอนับถือตระกูลเวทย์น้ำแข็งเก่าแก่และรู้เรื่องกลไกเวทมนตร์ดีกว่าใคร แต่สิ่งที่เซนทำเมื่อครู่มันอยู่นอกเหนือตำราเรียนทุกเล่มบนโลกใบนี้ เขาไม่ได้ใช้พลังเอาชนะพลัง แต่เขาใช้ **"ความสมบูรณ์แบบของจังหวะเวลา"** เข้าไปแทรกแซงจุดบกพร่องที่เล็กที่สุดในระบบมานาของคู่ต่อสู้ "พลังที่ยิ่งใหญ่ มักมาพร้อมกับช่องโหว่ที่ใหญ่เสมอครับ" เซนก้าวเท้าเดินออกไปข้างหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า "ยิ่งเวทย์ของคุณทรงพลังมากเท่าไหร่ การควบคุมในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก็ยิ่งเปราะบางมากเท่านั้น และนั่นคือจุดที่ผมเลือกใช้งาน 'กลยุทธ์แมลงวัน' ของผมครับ" ชายปริศนากัดฟันกรอด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนมานารอบตัวแปร 1สภาพเป็นเปลือกสีดำทมิฬ "สามห่าว... คิดว่าแค่ลูกไม้ตื้นๆ นี้จะทำให้พวกเจ้าชนะข้าได้งั้นรึ?!" บรรยากาศในห้องโถงเริ่มบิดเบี้ยวอีกครั้ง แรงกดดันระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมกำลังก่อตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เซนยังคงยืนนิ่ง สงบเยือกเย็น แม้เม็ดเหงื่อจะเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม แต่ประกตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะครั้งตัดสินใจ ทันใดนั้นเอง พื้นศิลาเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว เสียงกลไกเฟืองจักรโบราณดัง "คลิก... คลิก..." สะท้อนมาจากผนังเบื้องหลัง แสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นจากพื้นดิน วาดลวดลายเป็นอักขระโบราณที่พวกเขากำลังตามหา กลิ่นอายของพลังงานระดับตำนานแผ่ซ่านออกมาจนทำให้ทุกลมหายใจต้องสะดุด [ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับ: การปลุกเสาผนึกแห่งบรรพกาลเสร็จสิ้น 85%] [แจ้งเตือนระบบ: บุคคลที่สามกำลังแทรกแซงพื้นที่เขตหวงห้ามระดับ SSS] [ภารกิจฉุกเฉิน: ค้นหากุญแจดอกสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาของจอมขมังเวทย์ ก่อนที่บททดสอบจะรีเซ็ตตัวเองในอีก 180 วินาที!] เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของเซน พร้อมๆ กับที่เงาร่างของใครอีกคนหนึ่งก้าวออกมาจากม่านหมอกควันสีขาวที่เพิ่งจางหายไป รอยยิ้มของบุคคลที่สามหยุดชะงักลง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นความตกใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นผู้มาใหม่ปรากฏตัวขึ้นในสถานที่แห่งนี้ -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%