เศษเหล็กชิ้นสุดท้ายร่วงหล่นกระทบพื้นหินอ่อน เสียงก้องกังวานในความเงียบสงัดของห้องโถงใต้ดิน ห้วงเวลาดูเหมือนจะถูกยืดออกไปจนยาวนานผิดปกติ ลีร่าทรุดกายลงคุกเข่าริมขอบเสาหิน มือเรียวบางสั่นเทาจนไม่สามารถยกขึ้นมาประคองคทาเวทย์ของตนเองได้ ดวงตาสีฟ้าครามเบิกกว้างสะท้อนภาพของใบหน้าที่เพิ่งปรากฏหลังหน้ากากเหล็กนั้น
"เป็น... เป็นไปไม่ได้..." เสียงกระซิบของลีร่าขาดห้วงราวกับคนกำลังจะจมน้ำ
เซนไม่พูดอะไรสักคำ สายตาของเด็กหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องกำลังประมวลผลข้อมูลนับร้อยชุดที่ไหลเข้ามาในหัว ตรรกะและเหตุผลที่เขาสสั่งสมมาตลอดการเดินทางในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้กำลังถูกท้าทายด้วยความจริงตรงหน้า ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเหล็กหาใช่ปีศาจหรือฆาตกรต่อเนื่องจากห้วงลึกที่ทุกคนหวาดกลัว แต่กลับเป็นบุคคลที่ควรจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูงของสถาบัน—ศาสตราจารย์มาร์คัส หัวหน้าหอพักรังมังกรผู้เคร่งครัด
"เจ้าเด็กโง่... เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังเล่นสนุกกับใครอยู่?" เสียงของมาร์คัสแหบพร่าและเย็นเยียบ แววตาสีอำพันของเขาไม่ได้ฉายแววตกใจที่ถูกเปิดโปงแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันและความกระหายอำนาจที่ลุกโชนอยู่ภายใน
เซนก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อบังร่างของลีร่าไว้ครึ่งหนึ่ง มือซ้ายของเขาแอบแตะเข้าที่แหวนเวทย์มนตร์ในกระเป๋าเสื้อ ระบบดีบัฟในจิตใจกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ หน้าจอสถานะโปร่งใสสีฟ้าปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเป้าหมายระดับภัยคุกคาม 'สูงพิเศษ']
[ชื่อ: มาร์คัส ฟอน ไวเซนแบค]
[สถานะ: กำลังควบคุมจิตใจผู้อยู่อาศัยในหอพักผ่านคลื่นมานาความถี่ต่ำ (ระดับ 4)]
[คำแนะนำ: ใช้เวทย์มนตร์ดีบัฟขัดขวางการเชื่อมต่อมานาก่อนที่เป้าหมายจะร่ายอาคมบทต่อไป]
"พวกท่านไม่ได้กำลังสร้างความปลอดภัยให้หอพัก..." เซนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความหวาดกลัว เจือด้วยรอยยิ้มมุมปากที่มักจะทำให้คู่สนทนาหงุดหงิดได้เสมอ "แต่พวกท่านกำลังใช้หอพักแห่งนี้เป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ เพื่อดูว่านักเรียนคนไหนจะทนทานต่อ 'ดีบัฟ' ทางจิตวิญญาณได้นานที่สุดต่างหาก"
มาร์คัสหรี่ตามองเด็กหนุ่มตรงหน้า รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก "ฉลาดเป็นกรดสมคำร่ำลือ... เซน เจ้าสังเกตเห็นรอยร้าวของมานาในห้องโถงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ตั้งแต่ก้าวแรกที่กลิ่นอายของธาตุดินถูกเจือจางด้วยพิษอัมพาตอ่อนๆ ที่ติดมากับไอระเหยของคบเพลิง" เซนตอบอย่างไม่รีบร้อน สายตาสังเกตเห็นนิ้วมือของมาร์คัสที่กำลังขยับเป็นวงเวทย์ลับ "เวทมนตร์ดีบัฟไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง... แต่มีไว้เพื่อ 'เปิดโปง' ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมของความสมบูรณ์แบบต่างหาก"
บรรยากาศในหอพักยามค่ำคืนไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเหตุการณ์ในห้องใต้ดินจะตึงเครียดถึงขีดสุด แต่ที่ชั้นบนของหอพักนักเรียน เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเดินวนเวียนไปมาด้วยจังหวะที่พร้อมเพรียงกันอย่างไร้ชีวิตชีวา ลีร่าเงี่ยหูฟังเสียงเหล่านั้นด้วยความหวาดผวา
"เซน... เสียงนั่น... นักเรียนคนอื่นกำลังจะ..." ลีร่าพยายามยันตัวลุกขึ้น มือจับแขนเสื้อของเซนแน่น
"พวกเขากำลังถูกชักใยเหมือนหุ่นกระบอก" เซนหันไปมองสหายสาวด้วยแววตาที่จริงจังขึ้น "ลีร่า เธอยังไหวไหม? ฉันต้องการเวลาสิบวินาทีในการซัดดีบัฟใส่แกนมานาของศาสตราจารย์มาร์คัส แต่ระหว่างนั้น... ฉันต้องพึ่งพาเวทย์น้ำแข็งของเธอในการตรึงเงาของเขาไว้"
ลีร่าสูดหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวในใจถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่นในตัวเด็กหนุ่มข้างกาย เธอพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "สิบวินาที... ฉันจะซื้อเวลาให้เธอเอง!"
สิ้นคำพูด ร่างของลีร่าก็ลุกขึ้นยืนหยัดอย่างสง่างาม คทาในมือเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายปกคลุมพื้นหินอ่อนจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งระยิบระยับ เธอกวัดแกว่งคทาสร้างกำแพงน้ำแข็งหนาทึบกั้นระหว่างเธอกับมาร์คัสทันที
มาร์คัสแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "เด็กน้อย... คิดว่าเวทย์น้ำแข็งระดับพื้นฐานจะหยุดผู้ควบคุมหอพักได้งั้นหรือ?"
เขายกมือขึ้นวาดกลางอากาศ มานาสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือเตรียมทะลวงกำแพงน้ำแข็งของลีร่าให้แตกละเอียดในพริบตา แต่ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เซนก็หายตัวไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป—ทักษะการเคลื่อนย้ายเงาที่เขาพัฒนาขึ้นจากการผสมผสานระบบดีบัฟ
*แปะ.*
ฝ่ามือของเซนแตะเข้าที่หัวไหล่ของมาร์คัสอย่างแผ่วเบา ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง ไร้ซึ่งแรงปะทะรุนแรง มีเพียงละอองแสงสีเทาหม่นที่ซึมซาบเข้าสู่ร่างของศาสตราจารย์ผู้ชั่วร้าย
[ระบบทำงาน: ทำการร่ายเวทย์ดีบัฟระดับสูง 'ตัดวงจรมานา' สำเร็จ]
[ผลลัพธ์: เป้าหมายไม่สามารถใช้เวทย์มนตร์ได้ชั่วคราว (ระยะเวลา: 15 วินาที)]
ดวงตาสีอำพันของมาร์คัสเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเวทย์มนตร์ในมือที่กำลังจะระเบิดออกกลับมอดดับลงอย่างไร้สาเหตุ พลังมานาในร่างกายของเขาถูกตัดขาดจากแกนกลาง ราวกับคนพิการทางเวทมนตร์ในชั่วพริบตา
"บ้าน่า! แกทำอะไรกับฉัน?!" มาร์คัสคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ความสุขุมทั้งหมดพังทลายลง
เซนถอยหลังกลับมายืนเคียงข้างลีร่า ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ แม้จะมีเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "ผมบอกแล้วไงครับ... เวทมนตร์ดีบัฟไม่ได้มีไว้ทำร้ายใคร แต่มันมีไว้เพื่อทำให้ทุกคน 'เท่ากัน' ต่างหาก"
แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ทันหายใจโล่งอก เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังก้องขึ้นที่บันไดทางลงห้องใต้ดิน ไม่ใช่เสียงของนักเรียนที่ถูกควบคุม แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่ก้าวเข้ามาด้วยจังหวะมั่นคงและเย็นชา
เงาของใครบางคนทาบทับลงมาบนผนังห้อง บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ลีร่าหันไปมองทางต้นเสียงและพบกับร่างของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในสถานที่แห่งนี้ยามวิกาล
ประตูห้องใต้ดินเปิดผางออก พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้ง
"แปะ... แปะ... แปะ... ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เซน นักเรียนปีหนึ่งผู้พลิกโผทุกตำราของสถาบัน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มอันน่าขนพองสยองเกล้าที่เผยให้เห็นภายใต้แสงเงาสลัวของคบเพลิง—บุคคลที่ถือครองกุญแจดอกสุดท้ายของความลับทั้งหมดในหอพักแห่งนี้ ได้ก้าวเข้ามาประจันหน้ากับพวกเขาแล้ว
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านปริศนาบทนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 7
เงาที่คืบคลานในหอพัก
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!