เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 25

ขีดจำกัดของพลัง

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
เสียงสะท้อนก้องกังวานของวงแหวนเวทมนตร์สีครามกำลังสั่นกระพือด้วยความถี่ที่ผิดปกติ บนลานประลองยุทธ์ใต้ดินของหอคอยเวทมนตร์ชั้นที่สาม ไอความเย็นจัดจากละอองน้ำแข็งที่ลอยตัวอยู่รอบกายลีร่าจับตัวกันเป็นเกล็ดน้ำค้างโปรยปรายลงสู่พื้นหินแกรนิตราวกับหิมะโปรยยามค่ำคืน ทว่า สมาธิของเด็กสาวไม่ได้จดจ่ออยู่กับความงามของมันเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองไปยังเด็กหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีเข้มที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงสิบก้าวด้วยความรู้สึกที่ยากจะหาคำ "เซน... นายยังไหวอยู่แน่นะ" เสียงของลีร่าเจือปนด้วยความลังเลอย่างเห็นได้ชัด เธอเป็นทายาทตระกูลเวทย์น้ำแข็งผู้ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่เยาว์วัย ย่อมรู้ดีว่าการร่ายเวทมนตร์ประเภทดีบัฟหรือคำสาปสนับสนุนนั้นกินพลังงานจิตมากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อต้องซ้อนทับวงแหวนเวทมนตร์มากกว่าสามชั้นขึ้นไปในเวลาไล่เลี่ยกัน เซนไม่ตอบในทันที นิ้วมือเรียวยาวของเขากำลังขยับวาดลวดลายกลางอากาศอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง เม็ดเหงื่อเม็ดโตไหลซึมลงมาตามกรอบหน้าคมคาย แต่แววตาหลังกรอบแว่นใสกลับฉายประกายระยิบระยับราวกับเด็กชายที่กำลังค้นพบของเล่นชิ้นใหม่ที่สนุกที่สุดในโลก ตรรกะในหัวของเขากำลังประมวลผลรูปแบบการไหลเวียนของมานาอย่างบ้าคลั่ง "ลีร่า... เธอลองสังเกตจังหวะที่วงแหวนเวทมนตร์ของฉันหมุนครบสามรอบสิ" เซนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "ทุกครั้งที่เราใช้เวทย์ลดทอนความเร็ว หรือ [Null-Speed] เรามักจะเสียเวลาไปสามวินเต็มในการรอให้ตัวอักษรรูนบนวงแหวนเสถียรเสียก่อน... นั่นคือช่องโหว่" "ช่องโหว่?" ลีร่าขมวดคิ้วมุ่น "มันคือกลไกพื้นฐานของการร่ายเวทมนตร์ต่างหาก ถ้าไม่รอให้อักษรรูนเสถียร มานาจะตีกลับและสร้างความเสียหายแก่ผู้ใช้ นายก็รู้ดีนี่เซน" "นั่นคือสิ่งที่ตำราเวทมนตร์ทั่วไปบอกไว้ครับ" มุมปากของเซนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้ลีร่ารู้สึกหนสันหลังวาบทุกครั้งเพราะมันมักจะตามมาด้วยความคิดนอกกรอบที่คาดไม่ถึงเสมอ "แต่ถ้าเราไม่จำเป็นต้องรอให้อักษรรูนชุดแรกสมบูรณ์ล่ะ? ถ้าเราใช้ 'ความเหลื่อมล้ำ' ของเวลาในการร่ายชุดคำสั่งซ้อนทับล่ะ?" สิ้นคำพูดนั้น เซนก็สะบัดมือขวาออกไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ *วูบ!* เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับวงแหวนเวทมนตร์สีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเร็วกว่าปกติถึงสองเท่า ความเร็วในการแสดงผลของรูนเวทมนตร์พุ่งทะยานขึ้นอย่างไร้เหตุผล จนลีร่าเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ รัศมีพลังงานรอบตัวเซนปั่นป่วนจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกขนาดเล็กพัดเอาชายเสื้อคลุมของเขาสะบัดไหว นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ที่เธอรู้จัก! มันคือการกระชากจังหวะเวลาของการร่ายเวทให้สั้นลงอย่างอุกอาจ เซนกำลังบีบอัดขั้นตอนการร่ายสามขั้นตอนให้เหลือเพียงลมหายใจเดียว [ตรวจพบการใช้งานทักษะพิเศษ: 'การเร่งความเร็วการร่ายเวท (Casting Speed Acceleration)' ระดับความชำนาญเพิ่มขึ้น 15%] [เงื่อนไขการปลดล็อกขั้นต่อไป: คงสภาพการร่ายซ้อนทับต่อเนื่องเป็นเวลา 60 วินาที] เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเซน แต่นั่นไม่ได้ดึงความสนใจของเขาไปมากกว่าความรู้สึกแปลกใหม่ที่กำลังไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด มานาในร่างของเขาไม่ได้สูญเสียไปอย่างไร้ค่าเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับถูกรีดเร้นออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านการคำนวณตำแหน่งและองศาการเคลื่อนไหวที่แม่นยำราวกับนาฬิกาจักรกล "นาย... ทำได้อย่างไรกัน?" ลีร่าก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เธอมองดูร่องรอยของเวทมนตร์ดีบัฟที่กระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับหมอกควัน มันทำงานเร็วกว่ามาตรฐานของหอคอยเวทมนตร์ถึงเกือบสามเท่าตัว "การร่ายเวทระดับนี้โดยไม่ใช้ไม้เท้าสื่อนำ... แถมยังเร็วจนเกือบจะเป็นการร่ายไร้ร่าย... นายซ่อนวิชานี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?" เซนลดมือลงช้าๆ ลมหายใจของเขาเริ่มกลับมาเป็นปกติ แม้จะมีเหงื่อท่วมกายแต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความมั่นใจ "ผมไม่ได้ซ่อนหรอกครับลีร่า แค่ลองตั้งคำถามกับสิ่งที่คนรุ่นก่อนบอกว่า 'เป็นไปไม่ได้' ก็เท่านั้นเอง ตำราเวทมนตร์สอนให้เราเคารพกฎ แต่บางครั้ง... กฎก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราหาช่องว่างในการใช้งานมันไม่ใช่หรือครับ?" ลีร่ามองหน้าเด็กหนุ่มนิ่งงัน เธอยอมรับในใจเลยว่า ความคิดความอ่านของเซนนั้นเกินเด็กวัยเดียวกันไปไกลโข เขามองทะลุปรุโปร่งถึงโครงสร้างแก่นแท้ของเวทมนตร์ราวกับช่างซ่อมนาฬิกาที่กำลังถอดชิ้นส่วนเฟืองจักรออกทีละชิ้นเพื่อดูว่ามันทำงานอย่างไร ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและความสำเร็จก้าวแรกกำลังถูกเฉลิมฉลองด้วยความเงียบงัน *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนที่ไม่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาทของเซน เสียงนั้นแหลมสูงและเย็นเยียบกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จนความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นริ้วจากสันหลังขึ้นมาถึงท้ายทอยในเสี้ยววินาที [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการแทรกแซงคลื่นมานาแปลกปลอมจากภายนอกหอคอย] [เป้าหมาย: ระบุตัวตนไม่ได้ กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชั้นที่สามด้วยความเร็วสูง] [คำเตือน: นี่ไม่ใช่การทดสอบของระบบโรงเรียน... ยืนยันการบุกรุกโดยบุคคลภายนอก] เซนชะงักกึก รอยยิ้มเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้าทันที เขารีบหันขวับไปมองยังประตูทางเข้าลานประลองที่ปิดสนิท ซึ่งตอนนี้แผ่นศิลาหนาหนักกำลังสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับมีบางสิ่งกำลังเคาะเรียกจากด้านนอก—บางสิ่งที่ทรงพลังและอันตรายเกินกว่าที่นักเรียนปีหนึ่งจะรับมือไหว "ลีร่า... ถอยไปข้างหลังผม!" เซนตะโกนลั่น พร้อมกับยกมือขึ้นวาดวงแหวนเวทมนตร์ป้องกันตัวขึ้นมาในอากาศอย่างลนลานแต่ยังคงรักษาความเฉียบคมไว้ได้ ก่อนที่ลีร่าจะทันได้เอ่ยถามอะไร ประตูหินบานยักษ์ก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกระแทกมหาศาล เศษหินนับร้อยพุ่งกระจายไปทั่วทิศทาง พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเดินผ่านกลุ่มควันสีเทาเข้ามาอย่างเชื่องช้า... เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมฮู้ดสีดำสนิทที่ปกปิดใบหน้ามิดชิด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเซนหยุดเต้นไปชั่วขณะ คือไอเวทมนตร์สีเลือดที่แผ่พุ่งออกมาจากตัวของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญรายนั้น ซึ่งมันทรงพลังเสียจนวงแหวนเวทมนตร์ทั้งหมดในห้องถึงกับแตกสลายลงในพริบตาเดียว! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยกันนะครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%