เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 22

รหัสลับแห่งธาตุ

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"ถ้าเธอยังหมุนเฟืองวงแหวนที่สามทวนเข็มนาฬิกาอีกครั้งเดียว ประตูบานนี้จะไม่ได้แค่ล็อก... แต่มันจะบดขยี้กระดูกซี่โครงของพวกเราให้แบนเป็นแผ่นกระดาษนะครับ, คุณลีร่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องโถงหอคอยแห่งกาลเวลา แสงสีฟ้าจางๆ จากผลึกมานาที่ฝังอยู่ตามผนังหินแกรนิตส่องสะท้อนใบหน้าคมคายของ เซน ที่กำลังหรี่ตามองกลไกเบื้องหน้าอย่างพินิจพิจารณา นิ้วเรียวยาวของเขากำลังจิ้มลงไปบนอากาศว่างเปล่า ร่างของหน้าต่างระบบโปร่งแสงสีฟ้าขุ่นปรากฏเส้นตารางตรรกะเวทมนตร์ยิบย่อยเต็มไปหมด แสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดของวงจรมานาที่กำลังไหลวนอย่างบ้าคลั่ง ลีร่าชะงักมือที่กำลังจะคว้าเฟืองโบราณ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมสีเงินยวงของเธอ ชุดเครื่องแบบนักเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นละอองแห่งกาลเวลา แต่ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยยังคงฉายแววดื้อรั้น ทว่ายามนี้มีความหวาดหวั่นระคนอยู่ด้วยอย่างปิดไม่มิด "แต่มันเป็นไปตามตำราโบราณของภาควิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์นะเซน!" ลีร่าโต้กลับเสียงเบาหวิว แต่ก้องกังวานในความเงียบงัน "บันทึกของมหาจอมเวทย์ไบรอนระบุไว้ชัดเจนว่า การจะเปิดหอคอยแห่งนี้ต้องไขปริศนาด้วยลำดับธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ เรียงตามเข็มนาฬิกา..." "ตำราเขียนขึ้นโดยมนุษย์ และมนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบหลงลืมข้อบกพร่องของตัวเองเสมอครับ" เซนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มักจะทำให้คู่สนทนารู้สึกหมั่นไส้พอๆ กับทึ่งในเวลาเดียวกัน "ดูนี่สิ..." เขายื่นมือไปแตะที่หน้าต่างระบบ ดีบัฟ (Debuff) ที่เขาสะสมแต้มจากการวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์รอบตัวถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของกลุ่มควันสีเทาจางๆ พุ่งเข้าเกาะกุมที่ร่องเฟืองแห่งกาลเวลา ทันใดนั้น ตรรกะเวทมนตร์ที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุมก็เริ่มสั่นไหว ตัวอักษรโบราณที่เรืองแสงสีทองอร่ามบนประตูหินยักษ์เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงเข้ม บ่งบอกถึงการถูกแก้ไขข้อผิดพลาดโดยระบบ บรรยากาศในหอคอยอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทางเวทมนตร์ที่สูงเสียดฟ้า อากาศรอบตัวหนาหนักจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของสนิมและกาลเวลาที่ล่วงเลยมานับร้อยปีคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียง "ติ๊ก... ติ๊ก..." ของกลไกนาฬิกาขนาดยักษ์ที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงหิน ดังสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงหัวใจของยักษ์ใหญ่ที่กำลังเต้นระรัว เซนไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องโถงแปดเหลี่ยม พื้นห้องสลักด้วยแผนผังดวงดาวและวงแหวนธาตุทั้งสี่ ทว่าจุดที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่ความวิจิตรอลังการเหล่านี้ หากแต่เป็นความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นผิวของมานา "ลีร่า เธอยังจำวิชาคำนวณเวทมนตร์ขั้นสูงเมื่อเทอมก่อนได้ไหมครับ?" เซนเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายจากภาพฉายของระบบ "จำได้... ทำไมเหรอ?" ลีร่าขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดทำให้เธอเผลอเอื้อมมือไปจับชายเสื้อคลุมของเด็กหนุ่มไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เธอไม่มีทางทำเด็ดขาดหากเป็นเมื่อก่อน "ดีมาก ถ้าอย่างนั้นช่วยใช้เวทย์น้ำแข็งสร้างแผ่นกระจกสะท้อนมานาที่มุมสิบนาฬิกาให้หน่อยครับ เอาความหนาแค่สามมิลลิเมตรพอนะ มากกว่านั้นโครงสร้างจะรับแรงอัดไม่ไหว" เซนออกคำสั่งด้วยน้ำพินิจพิเคราะห์และเฉียบขาด ลีร่าพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วโดยไม่ถามเหตุผล ความเชื่อใจที่เธอมีต่อเด็กหนุ่มผู้ใช้เวทมนตร์สายสนับสนุนที่ใครๆ ต่างดูแคลนได้เติบโตขึ้นอย่างเงียบๆ ผ่านการตายเอาดาบหน้ามาหลายต่อหลายครั้ง นิ้วมือเรียวบางวาดกลางอากาศ ละอองความเย็นยะเยือกจับตัวกันกลายเป็นแผ่นกระจกใสราวกระจกเงา สะท้อนแสงสีฟ้าจากผลึกมานาสาดส่องไปยังผนังอีกด้านหนึ่ง *แกร๊ก!* ทันทีที่แสงสะท้อนตกกระทบจุดอับสายตา ผนังหินแกรนิตหนาทึบก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องลับขนาดเล็กที่มีแท่นหินตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง บนแท่นนั้นมีคัมภีร์หนังแท้สีดำสนิทลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ปล่อยคลื่นพลังงานสีทองแดงอันน่าสะพรึงกลัวออกมาเป็นระลอกๆ "นั่นมัน..." ลีร่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "คัมภีร์ต้นกำเนิดแห่งธาตุ... สมบัติล้ำค่าที่สูญหายไปจากหอสมุดกลางเมื่อสามร้อยปีก่อน!" เซนไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกเช่นนั้น รอยยิ้มของเขากลับจางลง เหลือเพียงแววตาสนอกสนใจที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้แท่นหินนั้นอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวถูกคำนวณระยะด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร เพราะเขารู้ดีว่าหอคอยแห่งนี้ไม่มีทางยอมให้ใครได้สมบัติไปง่ายๆ โดยไม่มีบททดสอบที่แท้จริงรออยู่ ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเซนห่างจากคัมภีร์เพียงไม่ถึงคืบ หน้าต่างระบบสีฟ้าขุ่นที่เคยสงบมาตลอดก็ระเบิดแสงสีแดงฉานออกมาราวกับสัญญาณเตือนภัยมรณะ เสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขานั้นไม่เหมือนครั้งไหนๆ มันเยือกเย็น บีบคั้น และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามา **[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!]** **[ตรวจพบการเข้าถึง "รหัสลับแห่งธาตุ" ผิดปกติ สิ่งแปลกปลอมระดับตำนานกำลังตื่นจากการหลับใหล...]** **[คำเตือน: เจ้าของหอคอยแห่งกาลเวลา "ผู้พิทักษ์ไร้เงา" ได้ทำการปลดผนึกเสร็จสิ้น 100%]** พื้นหินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนลีร่าเสียหลักล้มลง เงาสสีดำทมิฬขนาดมหึมาค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากพื้นห้อง รูปร่างของมันบิดเบี้ยวไร้รูปทรง แต่กลับแผ่รังสีฆ่าฟันที่ทำให้วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง และก่อนที่เซนจะทันได้ขยับตัวถอยหลัง เสียงกระซิบแหบพร่าราวกับมาจากก้นบึ้งของขุมนรกก็ดังขึ้นชิดใบหูของเขา "เจ้า... ล่วงล้ำ... เขตหวงห้าม..." —ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยกันนะครับ— อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%