“ถ้านายยังคงฝืนรวมเวทมนตร์ดีบัฟด้วยตรรกะที่บิดเบี้ยวแบบนั้น ต่อให้มีระบบคอยช่วยคำนวณ เส้นชีพจรเวทมนตร์ของนายได้ระเบิดกลายเป็นเศษเนื้อแน่ เซน!”
เสียงของลีร่าตวาดลั่นท่ามกลางห้องโถงฝึกซ้อมส่วนตัวที่เต็มไปด้วยร่องรอยการระเบิดของพลังงานเวท เธอไม่ได้ใช้เวทน้ำแข็งที่เธอถนัด แต่เธอกำลังกุมขมับด้วยความเหนื่อยหน่าย ขณะที่เซนทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอยู่บนพื้นหินที่แตกร้าว ไอเวทสีเทาหม่นที่ควรจะพันธนาการศัตรูได้กลับสลายตัวไปเหมือนกลุ่มควันถูกลมพัด
เซนมองมือสั่นเทาของตัวเองด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความมั่นใจที่เคยมีจากการวางแผนอย่างรอบคอบพังทลายลงในพริบตา เมื่อผลลัพธ์ของเวท 'ลดทอนความสามารถ' ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ล้มเหลว แต่มันยังย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเองด้วย
“ฉันคำนวณมาดีแล้ว ลีร่า” เซนพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย “องศาการไหลเวียน ความหนาแน่นของมานา... ทุกอย่างเป็นไปตามสมการที่ฉันออกแบบไว้ แต่ทำไมผลลัพธ์มันถึงกลายเป็นแบบนี้?”
ลีร่าเดินเข้ามาใกล้ เธอย่อตัวลงนั่งในระดับเดียวกับเขา สายตาที่เคยเฉยชาบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด “เพราะนายพยายามควบคุมทุกอย่างในระดับอะตอม แต่ลืมไปว่าเวทมนตร์ไม่ใช่คณิตศาสตร์บริสุทธิ์ แต่มันคือ ‘เจตจำนง’ นายพยายามยัดเยียดตรรกะเข้าไปในช่องว่างที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ นายกำลังปฏิเสธความอ่อนแอของตัวเองด้วยการพยายามเป็นพระเจ้าในสมการที่นายสร้างขึ้นเอง”
คำพูดนั้นเสียดแทงเหมือนเข็มที่ทิ่มลงไปในใจ เซนเงียบไปนาน ความเงียบในห้องนั้นกดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เขาเป็นคนประเภทที่เชื่อมั่นในสิ่งที่เห็นและสิ่งที่วัดค่าได้เสมอ การยอมรับว่าความพยายามอันไร้ที่ติของเขามัน 'ผิดพลาด' เพราะเรื่องนามธรรมอย่างเจตจำนง มันทำให้ตัวตนที่เขาสร้างมาสั่นคลอน
“ฉันแค่อยากเก่งขึ้น...” เซนพูดเบาๆ เหมือนยอมรับกับตัวเอง “ฉันไม่มีพลังดั้งเดิมที่ล้นเหลือเหมือนคนอื่น ฉันต้องใช้วิธีนี้... ต้องใช้ดีบัฟเพื่อดึงศัตรูลงมาให้เท่ากับฉัน ถ้าฉันพลาดไปเพียงนิดเดียว ฉันก็คือศพ”
“นายไม่ได้พลาดเพราะขาดพลัง แต่เพราะนายกลัวที่จะยอมรับว่า ‘ความล้มเหลว’ คือส่วนหนึ่งของเวทมนตร์” ลีร่าวางมือบนไหล่เขา “การที่นายมองไม่เห็นในโลกที่ทุกคนมีพลังโดดเด่น มันไม่ได้หมายความว่านายต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบตลอดเวลา นายแค่ต้องหัด ‘ปล่อยวาง’ กลไกที่แข็งทื่อเหล่านั้นลงบ้าง”
เซนเงยหน้าขึ้นมองแววตาที่แน่วแน่ของลีร่า ในตอนนั้นเอง เขาก็เข้าใจถึงความโง่เขลาของตัวเอง เขาไม่ได้กำลังใช้เวทมนตร์ แต่เขากำลัง 'จำลอง' มันผ่านตรรกะที่ขัดแย้งกับตัวตนที่แท้จริง
เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปิดระบบวิเคราะห์ที่ทำงานหนักเกินไปจนปวดขมับ เขาหลับตาลง ไม่ได้คิดถึงสมการหรือสูตรการคำนวณ แต่ปล่อยให้มานาในตัวไหลเวียนไปตามความรู้สึกจริงๆ ของความเปราะบาง ความเหนื่อยล้า และความปรารถนาที่อยากจะมีชีวิตรอด
“ความล้มเหลว...” เซนพึมพำกับความมืดมิดในใจ “ถ้ามันเป็นครู งั้นวันนี้ฉันก็คงได้รับบทเรียนราคาแพงที่สุดสินะ”
ในวินาทีที่เขายอมรับความอ่อนแอ พลังเวทสีเทาหม่นรอบตัวเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ได้คมชัดหรือแข็งแกร่งเหมือนเดิม แต่มันกลับนุ่มนวล พลิ้วไหว และแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา เหมือนสายหมอกที่ไร้รูปร่างแต่หนาทึบจนน่าอึดอัด
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มันไม่ได้แสดงค่าตัวเลขสีฟ้าเหมือนที่ผ่านมา
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการปรับตัวเชิงจิตวิทยาผ่านขีดจำกัด]
[สถานะ: การปลดล็อก 'ดีบัฟจำแลง - สายหมอกไร้ตัวตน']
[คำเตือน: ความเสี่ยงในการสูญเสียสติสัมปชัญญะเพิ่มขึ้น 40% เนื่องจากสภาวะจิตใจไม่คงที่]
เซนลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาไม่ได้ส่องประกายด้วยตรรกะแบบเดิม แต่มันมีความมืดมิดบางอย่างซ่อนอยู่ ลีร่าชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเวทที่แปลกประหลาดรอบตัวเขา มันไม่ได้ดูเป็นมิตรอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับทรงพลังอย่างประหลาด
“เซน... นายทำอะไรลงไป?” ลีร่าถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
ก่อนที่เซนจะทันได้ตอบคำถาม ประตูห้องโถงฝึกซ้อมก็เปิดออกอย่างรุนแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายมานาที่คุ้นเคยแต่ดุดันกว่าที่ควรจะเป็น
ศาสตราจารย์เวนเดลล์ก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับจับจ้องมาที่เซนด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ใช่ความหวังดี
“เซน... เจ้าลูกศิษย์ตัวดี” เสียงของอาจารย์เวนเดลล์เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ความพยายามของเธอในวันนี้ ทำให้คนทั้งสภานักเรียนต้องมาดูผลลัพธ์ด้วยตาตัวเอง... ดูสิว่าสิ่งที่เธอเรียกว่า ‘ความผิดพลาด’ มันกำลังจะเผาผลาญโรงเรียนนี้อย่างไร”
เซนหันไปมองตามสายตาของอาจารย์ ที่ด้านหลังของเวนเดลล์นั้น ไม่ใช่แค่สภานักเรียน แต่เป็นบรรดาจอมขมังเวทย์ที่ถูกผนึกไว้ในเงามืดของโรงเรียน ซึ่งกำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลเพราะคลื่นพลังของเขาที่เพิ่งปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่นี้เอง
—ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยกันนะครับ—
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 23
ความล้มเหลวคือครูที่ดีที่สุด
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!