เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 12

รอยร้าวในคณาจารย์

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
“ดิฉันไม่ได้ตาฝาดไปหรอกค่ะท่านรองผู้อำนวยการ... ร่องรอยการสลายตัวของมานาขั้นพื้นฐานในห้องเรียนพิเศษอาณาเขตสาม มันสะอาดเกินไป สะอาดจนผิดธรรมชาติของเด็กปีหนึ่ง” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกังวลของอาจารย์มาเรีย ผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฎีเวทมนตร์โบราณดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นใบชาแห้งและกระดาษตำราเก่าคร่ำครึ เปลวไฟสีส้มในเตาผิงกะพริบไหวทอดเงายาวทับถมบนใบหน้าเคร่งเครียดของอาจารย์ใหญ่วิทยาเขตอาคมขั้นสูง ลีร่ากำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะทำงานของหอสมุดกลาง สายตาคมกริบมองลอดผ่านชั้นหนังสือทรงสูงไปยังร่างโปร่งแสงที่นั่งไขว่ห้างอย่างไร้ความกังวล เซนกำลังเคาะนิ้วเป็นจังหวะบนโต๊ะไม้ขัดมัน ขณะที่หน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีฟ้าเข้มลอยวนอยู่เบื้องหน้า ทว่าสำหรับคนธรรมดาแล้ว พวกเขาเห็นเพียงโต๊ะว่างเปล่าที่มีกองรายงานสתิติคะแนนวางกองไว้ระเกะระกะเท่านั้น [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความเสี่ยงระดับ 4.2] [เงื่อนไขการถูกเปิดเผย: ความสงสัยของบุคลากรระดับอาจารย์เกิน 65%] [สถานะปัจจุบัน: 58.4% - กำลังประเมินเส้นทางหลบหนีและปรับเปลี่ยนรูปแบบร่องรอยเวท] “นายยังจะใจเย็นได้อยู่อีกเหรอเซน” เสียงกระซิบของลีร่าลอดไรฟันออกมาด้วยความร้อนรน ดวงตาสีฟ้าครามฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอเป็นทายาทตระกูลดยุกผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ ย่อมรู้ดีว่าหากสภาอาจารย์จับได้ว่ามีนักเรียนใช้เวทมนตร์ต้องห้ามประเภท ‘ดีบัฟลบตัวตน’ แอบแฝงอยู่ในระบบคลังข้อมูลของสถาบัน บทลงโทษไม่ใช่แค่การพักการเรียน แต่อาจหมายถึงการถูกลบความทรงจำและเนรเทศออกจากอาณาจักร “ความใจร้อนไม่ได้ช่วยให้อัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้นหรอกครับคุณลีร่า” เซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างผ่อนคลาย “กลับกัน ยิ่งพวกเขาสงสัยมากเท่าไหร่ ช่องโหว่ในระบบป้องกันของหอคอยกลางก็จะยิ่งเปิดกว้างมากขึ้นเท่านั้น ลองมองไปที่กระจกสะท้อนแสงทางด้านขวาซิครับ...” ลีร่าหันขวับไปมองตาม กระจกเวทมนตร์บานใหญ่ที่ปกติใช้ตรวจจับพลังงานแปลกปลอม บัดนี้กำลังแสดงเส้นสายพลังมานาสีแดงฉานที่พุ่งตรงมายังตำแหน่งที่พวกเขานั่งอยู่ อาจารย์มาเรียไม่ได้แค่พูดลอยๆ หล่อนกำลังใช้ ‘เนตรอัคคีคราม’ สแกนหาความผิดปกติแบบเรียลไทม์! ปัง! ประตูไม้สักทองถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท อาจารย์มาเรียก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเพลิงกลับกวาดมองไปทั่วห้องสมุดที่ว่างเปล่า รังสีเวทมนตร์ระดับจอมเวทผู้ทรงคุณวุฒิกดดันจนบรรยากาศรอบตัวหนาทึบราวกับจมอยู่ใต้น้ำ “ไม่มีใคร... แต่มานาตรงนี้มันผิดปกติชัดเจน” มาเรียพึมพำกับตัวเอง เดินตรงไปยังโต๊ะที่เซนและลีร่านั่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ ลีร่ากลั้นหายใจ หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอกำไม้เท้าเวทมนตร์ในแหวนมิติแน่น เตรียมพร้อมร่ายม่านน้ำแข็งป้องกันตัวหากเกิดเหตุฉับพลัน แต่ทว่า เซนกลับเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของเธอเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้ความตื่นตระหนกของเด็กสาวสงบลงอย่างประหลาด “อย่าขยับ และอย่าส่งเสียง” เซนกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงลมหายใจ เซนดีดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้งในอากาศ— [เปิดใช้งานทักษะเฉพาะตัว: สับเปลี่ยนพิกัดเงา (Shadow Shift) เลเวล 3] [หักเหการรับรู้ทางเวทมนตร์ของเป้าหมาย 45%] พริบตานั้นเอง อาจารย์มาเรียที่กำลังจะก้มลงตรวจสอบพื้นใต้โต๊ะก็ชะงักกุน แววตาของหล่อนไหววูบราวกับถูกสะกดจิต ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ หล่อนกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะหันไปมองอีกมุมหนึ่งของห้องสมุดที่ว่างเปล่าราวกับเห็นเงาของใครบางคนวิ่งผ่านไปทางหน้าต่าง “หึ... คิดจะเล่นซ่อนหาเหรอ เจ้าเด็กตัวแสบ” มาเรียสบถเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะสะบัดชายเสื้อคลุมเดินออกไปจากห้องสมุดอย่างรวดเร็วเพื่อติดตามเงลลวงที่เซนสร้างขึ้น เสียงประตูปิดลงพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่สลายหายไป ลีร่าทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมขาวสะอาด เธอมองหน้าเด็กหนุ่มที่ยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยรอยยิ้มเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “นาย... นายทำได้ยังไงกัน? นั่นคืออาจารย์มาเรียนะ! ผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์จิตวิทยาและตรวจจับที่มีฉายาว่า ‘ตาเหยี่ยวแห่งสภา’ เชียวนะ” ลีร่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนความทึ่ง “ก็แค่ใช้ความบกพร่องในทฤษฎีการตรวจจับของเธอเป็นเครื่องมือครับ” เซนยิ้มรับ พลางเลื่อนหน้าต่างระบบให้ลีร่าดู “อาจารย์มาเรียเป็นคนเก่งและรอบคอบมาก แต่ความรอบคอบนั่นแหละคือจุดอ่อน เพราะเธอมักจะเชื่อมั่นใน ‘ตรรกะ’ ของเวทมนตร์ที่เธอศึกษามากกว่าสัญชาตญาณดิบ เมื่อผมป้อนข้อมูลลวงที่สอดคล้องกับทฤษฎีที่เธอคาดหวัง สมองของเธอจึงเลือกที่จะเชื่อสิ่งที่อยากเห็นมากกว่าความเป็นจริง” คำอธิบายที่แสนเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งนี้ทำให้ลีร่าต้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าใหม่อีกครั้ง เซนไม่ใช่แค่เด็กเกเรที่ใช้เวทมนตร์ประหลาด แต่เขาคือผู้ชำนาญการในการอ่านจิตใจและระบบโครงสร้างของโลกใบนี้อย่างแท้จริง ทว่า... ความสุขจากการเอาตัวรอดได้ชั่วคราวก็อยู่ได้ไม่นานนัก [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!] [ตรวจพบการเข้าถึงคลังข้อมูลลับโดย: รองผู้อำนวยการ ‘คาร์ล ไฮน์ริช’] [เป้าหมายการตรวจสอบ: บันทึกประวัติการใช้เวทมนตร์ดีบัฟย้อนหลัง 3 ปี] [คำเตือน: ตัวตนของ ‘เซน’ กำลังจะถูกเปิดเผยต่อบุคคลสูงสุดของสถาบันภายใน... 3... 2... 1...] หน้าต่างระบบเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของเซน ทันใดนั้นเอง พื้นห้องสมุดสั่นสะเทือนเบาๆ ประตูห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ที่อยู่ชั้นบนสุดก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีทองอร่าม ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองตรงมายังทิศทางที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ แม้จะอยู่คนละชั้น แต่สายตานั้นกลับราวกับมองทะลุผ่านกำแพงหินเข้ามาโดยตรง “เจอตัวแล้วล่ะ... เจ้าหนูผู้ไร้ตัวตน” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาอันซับซ้อนนี้ไปพร้อมกับเซนและลีร่านะครับ
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%