“ดิฉันไม่ได้ตาฝาดไปหรอกค่ะท่านรองผู้อำนวยการ... ร่องรอยการสลายตัวของมานาขั้นพื้นฐานในห้องเรียนพิเศษอาณาเขตสาม มันสะอาดเกินไป สะอาดจนผิดธรรมชาติของเด็กปีหนึ่ง”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกังวลของอาจารย์มาเรีย ผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฎีเวทมนตร์โบราณดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นใบชาแห้งและกระดาษตำราเก่าคร่ำครึ เปลวไฟสีส้มในเตาผิงกะพริบไหวทอดเงายาวทับถมบนใบหน้าเคร่งเครียดของอาจารย์ใหญ่วิทยาเขตอาคมขั้นสูง
ลีร่ากำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะทำงานของหอสมุดกลาง สายตาคมกริบมองลอดผ่านชั้นหนังสือทรงสูงไปยังร่างโปร่งแสงที่นั่งไขว่ห้างอย่างไร้ความกังวล เซนกำลังเคาะนิ้วเป็นจังหวะบนโต๊ะไม้ขัดมัน ขณะที่หน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีฟ้าเข้มลอยวนอยู่เบื้องหน้า ทว่าสำหรับคนธรรมดาแล้ว พวกเขาเห็นเพียงโต๊ะว่างเปล่าที่มีกองรายงานสתิติคะแนนวางกองไว้ระเกะระกะเท่านั้น
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความเสี่ยงระดับ 4.2]
[เงื่อนไขการถูกเปิดเผย: ความสงสัยของบุคลากรระดับอาจารย์เกิน 65%]
[สถานะปัจจุบัน: 58.4% - กำลังประเมินเส้นทางหลบหนีและปรับเปลี่ยนรูปแบบร่องรอยเวท]
“นายยังจะใจเย็นได้อยู่อีกเหรอเซน” เสียงกระซิบของลีร่าลอดไรฟันออกมาด้วยความร้อนรน ดวงตาสีฟ้าครามฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอเป็นทายาทตระกูลดยุกผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ ย่อมรู้ดีว่าหากสภาอาจารย์จับได้ว่ามีนักเรียนใช้เวทมนตร์ต้องห้ามประเภท ‘ดีบัฟลบตัวตน’ แอบแฝงอยู่ในระบบคลังข้อมูลของสถาบัน บทลงโทษไม่ใช่แค่การพักการเรียน แต่อาจหมายถึงการถูกลบความทรงจำและเนรเทศออกจากอาณาจักร
“ความใจร้อนไม่ได้ช่วยให้อัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้นหรอกครับคุณลีร่า” เซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างผ่อนคลาย “กลับกัน ยิ่งพวกเขาสงสัยมากเท่าไหร่ ช่องโหว่ในระบบป้องกันของหอคอยกลางก็จะยิ่งเปิดกว้างมากขึ้นเท่านั้น ลองมองไปที่กระจกสะท้อนแสงทางด้านขวาซิครับ...”
ลีร่าหันขวับไปมองตาม กระจกเวทมนตร์บานใหญ่ที่ปกติใช้ตรวจจับพลังงานแปลกปลอม บัดนี้กำลังแสดงเส้นสายพลังมานาสีแดงฉานที่พุ่งตรงมายังตำแหน่งที่พวกเขานั่งอยู่ อาจารย์มาเรียไม่ได้แค่พูดลอยๆ หล่อนกำลังใช้ ‘เนตรอัคคีคราม’ สแกนหาความผิดปกติแบบเรียลไทม์!
ปัง!
ประตูไม้สักทองถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท อาจารย์มาเรียก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเพลิงกลับกวาดมองไปทั่วห้องสมุดที่ว่างเปล่า รังสีเวทมนตร์ระดับจอมเวทผู้ทรงคุณวุฒิกดดันจนบรรยากาศรอบตัวหนาทึบราวกับจมอยู่ใต้น้ำ
“ไม่มีใคร... แต่มานาตรงนี้มันผิดปกติชัดเจน” มาเรียพึมพำกับตัวเอง เดินตรงไปยังโต๊ะที่เซนและลีร่านั่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ
ลีร่ากลั้นหายใจ หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอกำไม้เท้าเวทมนตร์ในแหวนมิติแน่น เตรียมพร้อมร่ายม่านน้ำแข็งป้องกันตัวหากเกิดเหตุฉับพลัน แต่ทว่า เซนกลับเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของเธอเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้ความตื่นตระหนกของเด็กสาวสงบลงอย่างประหลาด
“อย่าขยับ และอย่าส่งเสียง” เซนกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงลมหายใจ
เซนดีดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้งในอากาศ—
[เปิดใช้งานทักษะเฉพาะตัว: สับเปลี่ยนพิกัดเงา (Shadow Shift) เลเวล 3]
[หักเหการรับรู้ทางเวทมนตร์ของเป้าหมาย 45%]
พริบตานั้นเอง อาจารย์มาเรียที่กำลังจะก้มลงตรวจสอบพื้นใต้โต๊ะก็ชะงักกุน แววตาของหล่อนไหววูบราวกับถูกสะกดจิต ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ หล่อนกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะหันไปมองอีกมุมหนึ่งของห้องสมุดที่ว่างเปล่าราวกับเห็นเงาของใครบางคนวิ่งผ่านไปทางหน้าต่าง
“หึ... คิดจะเล่นซ่อนหาเหรอ เจ้าเด็กตัวแสบ” มาเรียสบถเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะสะบัดชายเสื้อคลุมเดินออกไปจากห้องสมุดอย่างรวดเร็วเพื่อติดตามเงลลวงที่เซนสร้างขึ้น
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่สลายหายไป ลีร่าทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมขาวสะอาด เธอมองหน้าเด็กหนุ่มที่ยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยรอยยิ้มเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นาย... นายทำได้ยังไงกัน? นั่นคืออาจารย์มาเรียนะ! ผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์จิตวิทยาและตรวจจับที่มีฉายาว่า ‘ตาเหยี่ยวแห่งสภา’ เชียวนะ” ลีร่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนความทึ่ง
“ก็แค่ใช้ความบกพร่องในทฤษฎีการตรวจจับของเธอเป็นเครื่องมือครับ” เซนยิ้มรับ พลางเลื่อนหน้าต่างระบบให้ลีร่าดู “อาจารย์มาเรียเป็นคนเก่งและรอบคอบมาก แต่ความรอบคอบนั่นแหละคือจุดอ่อน เพราะเธอมักจะเชื่อมั่นใน ‘ตรรกะ’ ของเวทมนตร์ที่เธอศึกษามากกว่าสัญชาตญาณดิบ เมื่อผมป้อนข้อมูลลวงที่สอดคล้องกับทฤษฎีที่เธอคาดหวัง สมองของเธอจึงเลือกที่จะเชื่อสิ่งที่อยากเห็นมากกว่าความเป็นจริง”
คำอธิบายที่แสนเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งนี้ทำให้ลีร่าต้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าใหม่อีกครั้ง เซนไม่ใช่แค่เด็กเกเรที่ใช้เวทมนตร์ประหลาด แต่เขาคือผู้ชำนาญการในการอ่านจิตใจและระบบโครงสร้างของโลกใบนี้อย่างแท้จริง
ทว่า... ความสุขจากการเอาตัวรอดได้ชั่วคราวก็อยู่ได้ไม่นานนัก
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!]
[ตรวจพบการเข้าถึงคลังข้อมูลลับโดย: รองผู้อำนวยการ ‘คาร์ล ไฮน์ริช’]
[เป้าหมายการตรวจสอบ: บันทึกประวัติการใช้เวทมนตร์ดีบัฟย้อนหลัง 3 ปี]
[คำเตือน: ตัวตนของ ‘เซน’ กำลังจะถูกเปิดเผยต่อบุคคลสูงสุดของสถาบันภายใน... 3... 2... 1...]
หน้าต่างระบบเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของเซน ทันใดนั้นเอง พื้นห้องสมุดสั่นสะเทือนเบาๆ ประตูห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ที่อยู่ชั้นบนสุดก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีทองอร่าม ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองตรงมายังทิศทางที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ แม้จะอยู่คนละชั้น แต่สายตานั้นกลับราวกับมองทะลุผ่านกำแพงหินเข้ามาโดยตรง
“เจอตัวแล้วล่ะ... เจ้าหนูผู้ไร้ตัวตน”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาอันซับซ้อนนี้ไปพร้อมกับเซนและลีร่านะครับ
เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 12
รอยร้าวในคณาจารย์
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!