"อย่าขยับครับ ลีร่า..."
เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของเซนเต็มไปด้วยความตึงเครียด เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามขมับของเด็กหนุ่มผู้มักจะสุขุมเยือกเย็นเสมอในทุกสถานการณ์ แต่วินาทีนี้ แผ่นหลังของเขากำลังแนบติดกับผนังหินชื้นแฉะของดันเจี้ยนเขตแดนต้องห้าม ชั้นที่สาม—ดินแดนที่ตำนานกล่าวขานว่าเป็นหลุมศพของเหล่านักเวทฝึกหัดผู้ล่วงลับ
ลีร่ากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาสีฟ้าครามสั่นระริกสะท้อนภาพเบื้องหน้าที่ทำให้ลมหายใจแทบสะดุด แท่งคริสตัลเวทมนตร์ในมือของเธอกะพริบถี่รัวด้วยแสงสีฟ้าอ่อนอันเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤต กลไกการป้องกันของห้องโถงกว้างเบื้องหน้าไม่ได้ถูกทำลายอย่างที่พวกเขาคำนวณไว้ในตอนแรก ทว่ามันกำลัง "ปรับตัว"
"เซน... แขนของคุณ..." เสียงของหญิงสาวขาดห้วง เมื่อกวาดสายตาลงมาเห็นรอยแผลฉีกขาดขนาดใหญ่บริเวณต้นแขนซ้ายของเด็กหนุ่ม เลือดสีแดงเข้มไหลรินย้อมเสื้อคลุมสีเทาเข้มจนชุ่มโชก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของหินโบราณ
"แค่รอยข่วนถากๆ ครับ... โชคดีที่ผมใช้เวทดีบัฟ 'ลดความคม' ใส่ใบมีดลมทันเสี้ยววินาที ไม่อย่างนั้นแขนข้างนี้คงไม่ได้อยู่คุยกับคุณต่อแล้วล่ะครับ" เซนฝืนยิ้มมุมปาก พยายามกลบเกลื่อนความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วเส้นประสาทด้วยตรรกะอันเย็นชา แต่รอยเหี่ยวย่นที่หว่างคิ้วและลมหายใจที่กระชั้นชิดฟ้องชัดเจนว่าอาการบาดเจ็บครั้งนี้รุนแรงกว่าที่ปากพูด
นี่คือบทเรียนราคาแพงจากการสำรวจดันเจี้ยนแบบเต็มตัวครั้งแรก
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เซนและลีร่าเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านการใช้เวทมนตร์ดีบัฟแหวกแนวและการวางแผนอันแยបยลของเซน พวกเขาเอาชนะบททดสอบในโรงเรียนเวทมนตร์มาได้ด้วยความเหนือชั้น จนเผลอประมาทคิดว่าความรู้จากตำราและระบบตรรกะในหัวจะสามารถควบคุมตัวแปรทุกอย่างในดันเจี้ยนจริงได้
ทว่า ความเป็นจริงของโลกเวทมนตร์ไม่ได้ทำงานตามสมการในกระดาษ
"เราต้องถอย..." ลีร่าตัดสินใจเด็ดขาด มือเรียวยกไม้เท้าขึ้นเตรียมร่ายเวทป้องกันขั้นสูงเพื่อเปิดทางหนี "แผลของคุณลึกเกินไป เซน ถ้าปล่อยให้พิษเวทจากกับดักซึมเข้าสู่กระแสมานา คุณอาจจะ..."
"ถอยตอนนี้ไม่ได้ครับ" เซนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะแหบพร่าแต่เด็ดเดี่ยว ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงที่มีเสาหินเรียงรายเป็นรูปวงกลม "คุณก็เห็นรอยแยกบนพื้นศิลาวงกตนั้นไหมครับ ลีร่า? มันไม่ใช่กลไกสุ่มโจมตี แต่มันคือ 'วงจรเวทมนตร์โบราณ' ที่กำลังรอจังหวะรีเซัตตัวเอง ถ้าเราหันหลังวิ่งหนีตอนนี้ แรงดันมานาจะระเบิดออกและปิดตายทางออกทั้งหมด... เราจะถูกฝังกลบอยู่ที่นี่กันทั้งคู่"
ลีร่าชะงัก เธอมองตามสายตาของเซน ก่อนจะตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย ข้อมูลในแผนที่ที่พวกเขาซื้อมาจากตลาดมืดนั้นล้าสมัยไปก้าวหนึ่ง หรืออาจจะพูดให้ถูกคือ... มีใครบางคนจงใจแก้ไขกลไกของดันเจี้ยนนี้ตั้งแต่แรก
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงคำรามต่ำๆ ก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องลึกของทางเดิน ศิลาใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว เงาดำมหึมาเคลื่อนตัวผ่านแสงสลัวของคริสตัลเวท ร่างกายของมันใหญ่โตเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการ เป็นอสูรพิทักษ์ดันเจี้ยนระดับสูงที่ควรจะหลับใหลอยู่ชั้นที่ห้า แต่มันกลับมาปรากฏตัวที่นี่—ชั้นที่สาม
"บ้าจริง..." ลีร่าหน้าถอดสี มานาในร่างกายปั่นป่วนด้วยแรงกดดันมหาศาลจากอสูรตรงหน้า ความกลัวเริ่มกัดกินจิตใจของทายาทตระกูลเวทย์น้ำแข็งผู้หยิ่งผยอง
เซนสูดหายใจเข้าลึก andกัดฟันข่มความเจ็บปวดที่แขนซ้าย เขาขยับตัวไปยืนขวางหน้าลีร่าโดยสัญชาตญาณ แม้ร่างกายจะโชกเลือดและเสียสมดุลไปบ้าง แต่แววตาของเด็กหนุ่มกลับเปล่งประกายความมุ่งมั่นอย่างประหลาด สมองของเขาเริ่มคำนวณความเร็ว ระยะทาง และจุดอ่อนของอสูรพิทักษ์ตัวนั้นอย่างบ้าระห่ำ
"ลีร่าครับ..." เซนเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามที่ใกล้เข้ามาทุกที น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่มั่นคงอย่างยิ่ง "จำแผนที่เราซ้อมกันไว้เมื่อคืนได้ไหมครับ? รอบนี้... เราคงต้องใช้มันเร็วกว่ากำหนดนิดหน่อย"
ลีร่ามองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเด็กหนุ่ม หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเอ่อล้นขึ้นมาในอก—ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความเชื่อมั่นอันแรงกล้าที่ถูกส่งผ่านทางแผ่นหลังนั้น
หญิงสาวสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ รวบรวมมานาที่เหลืออยู่ทั้งหมดจนไม้เท้าส่องแสงสีฟ้าเจิดจ้า "เข้าใจแล้วค่ะ... จัดการมันเลย เซน!"
เซนยกมือขวาขึ้น วงแหวนเวทสีเทาหม่นปรากฏขึ้นกลางอากาศนับสิบวง พลังดีบัฟอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเริ่มหมุนวน เตรียมพร้อมที่จะพลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ แม้จะต้องแลกมาด้วยหยดเลือดและความเจ็บปวดเจียนตายก็ตาม
ทว่า... ในวินาทีที่เซนกำลังจะดีดนิ้วเพื่อปลดปล่อยคำสาปตัดทอนพลังชีวิตนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาปิดตายไว้ตลอดการสำรวจก็ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏตรงหน้า
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับ SSS แทรกซึมเข้าสู่เขตพื้นที่ใช้งาน]*
*[เงื่อนไขพิเศษทำงาน: ดีบัฟ 'การมองเห็นที่แท้จริง' ถูกบังคับใช้งาน]*
*[ผู้เล่นเซน... เบื้องหลังของคุณ... ไม่ใช่อสูรพิทักษ์ตัวเดียว...]*
สิ้นเสียงแจ้งเตือน ความเย็นยะเยือกก็แล่นพล่านจากท้ายทอยลงมาถึงกระดูกสันหลัง ลมหายใจอุ่นร้อนที่ไม่ได้มาจากสัตว์หรือมนุษย์ เป่ารดอยู่บริเวณต้นคอของเซน พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าจากความมืดมิดด้านหลัง—ระยะประชิดที่ใกล้จนเกินไป
"หา... เจอ... ตัว... แล้ว..."
— ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยกันนะครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 19
จังหวะที่พลาดพลั้ง
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!