เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 2

การจัดลำดับชั้นที่ไม่เป็นธรรม

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของห้องโถงใต้ดิน ลอยอบอวลจนเกือบจะทำให้ระบบทางเดินหายใจประท้วงออกมา แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่น่ารำคาญใจเท่ากับเสียงกระซิบกระซาบที่ดังระงมอยู่รอบตัว ณ สถาบันเวทมนตร์อาร์คานาแห่งนี้ ตัวเลขบนแผ่นป้ายสิทธิ์การเข้าใช้งานห้องเรียน ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์บอกระดับ แต่มันคือเครื่องหมายตีตราค่าความเป็นมนุษย์ เซนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูบานไม้ผุพังของ "ห้องอี" ห้องเรียนที่ถูกลืมเลือนซึ่งตั้งอยู่ลึกที่สุดในปีกตะวันตกของตึกอำนวยการ บนปกเสื้อของเขามีเข็มกลัดเลขศูนย์ประดับอยู่—มันไม่ใช่เลขที่แสดงถึงความเป็นที่หนึ่ง แต่มันคือศูนย์กลางของความว่างเปล่า ไร้ซึ่งพลังเวทมนตร์ธาตุ ไร้ซึ่งการยอมรับ และไร้ซึ่งอนาคตในสายตาของเหล่าขุนนางชั้นสูง "ดูหมอนั่นสิ... เด็กทุนจากเขตสลัมที่รอดตัวมาได้จากการทดสอบภาคปฏิบัติรอบแรกด้วยโชคช่วยแท้ๆ" เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากกลุ่มนักเรียนชนชั้นสูงที่ยืนรออยู่บริเวณระเบียงทางเดิน ชายหนุ่มผมบลอนด์ทองสวมเสื้อคลุมปักตราตระกูลดยุกก้าวออกมาขวางทางเข้า พร้อมกับใช้สายตาเหยียดหยามมองสำรวจเซนตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังมองดูแมลงสาบที่บังเอิญคลานเข้ามาในห้องรับแขก เซนไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง สีหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ แววตาคู่สีดำสนิทฉายแวววิเคราะห์อย่างเยือกเย็น สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลชุดตัวเลขที่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบโปร่งใสซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น [วิเคราะห์เป้าหมาย: คาร์ล ฟอน ไบรท์ฮาร์ด] [ระดับพลังเวท: วงแหวนเวทระดับ 3 (ธาตุไฟบริสุทธิ์)] [จุดอ่อนทางจิตวิทยา: ความหยิ่งทะนงในสายเลือด, ควบคุมอารมณ์ได้ยากเมื่อถูกท้าทายด้วยตรรกะ] [สถานะเวทมนตร์ปัจจุบัน: มีความร้อนสะสมในกระแสมานา 14% จากการใช้คาถาเคลื่อนย้ายพรรคพวกมากเกินไป] เซนแย้มยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่สุภาพจนเกือบจะดูเย้ยหยัน "ดูเหมือนว่าคุณฟอน ไบรท์ฮาร์ดจะใช้พลังงานไปค่อนข้างเยอะกับการเดินน่องโตขึ้นบันไดมาถึงชั้นนี้สินะครับ ระวังเส้นเลือดในสมองจะแตกเอาเสียก่อน เวทมนตร์ไฟระดับสามคงช่วยรักษาอาการเส้นเลือดตีบไม่ได้หรอกครับ" คำพูดที่เรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนทำเอาคาร์ลหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของอีกฝ่ายแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "แก... ไอ้สวะไร้ธาตุ! กล้าดียังไงมาสามหามต่อหน้าข้า!" คาร์ลตวาดลั่น ฝ่ามือหนาตบลงกับวงแหวนเวทสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ บอลเพลิงขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ถูกจุดขึ้นด้วยความเร็วสูง รังสีความร้อนแผดเผาจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว นักเรียนรอบข้างต่างพากันถอยรูดด้วยความตื่นกลัว ไม่มีใครกล้าเข้ามาห้ามปราม เพราะในดินแดนแห่งนี้ กฎของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าคือความถูกต้องเสมอ ทว่า เซนกลับไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนหลบหนี เขากลับก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองตรงไปยังจุดศูนย์กลางของเปลวเพลิงนั้น *ติ๊ง!* [ตรวจพบการโจมตีด้วยเวทมนตร์ธาตุไฟ: บอลเพลิงอัคคีคลั่ง] [เปิดใช้งานระบบดีบัฟอัตโนมัติ: เป้าหมายอยู่ในระยะทำผล 3 เมตร] [ทำการลดทอนประสิทธิภาพ: ปริมาณมานา -50%, ความเร็วในการร่ายคาถา -30%, และลบล้างคุณสมบัติการระเบิด] ในเสี้ยววินาทีที่บอลเพลิงพุ่งเข้ามาประชิดตัว ความร้อนระอุที่ควรจะเผาผลาญผิวหนังกลับมอดดับลงราวกับกองไฟที่ถูกราดด้วยน้ำเย็นจัด ลูกไฟสีแดงฉานหดตัวลงเหลือเพียงขนาดเท่าลูกแก้วก่อนจะสลายกลายเป็นควันจางๆหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย คาร์ลอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ทำได้เพียงยืนมือสั่นเทาอยู่กับที่ มานาในร่างกายของเขาหายวับไปกับตา ราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้นในพริบตาเดียว "วะ... เป็นไปได้ยังไง? เวทมนตร์ของฉัน... ทำไมถึง..." "ความยุติธรรมในสถาบันแห่งนี้อาจจะไม่มีอยู่จริง" เซนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ก้องกังวานพอที่จะให้ทุกคนในโถงทางเดินได้ยินชัดเจน "แต่ถ้าคุณยังแยกแยะไม่ออกว่าระหว่าง 'อำนาจที่แท้จริง' กับ 'ความไร้สาระที่สะสมมาแต่กำเนิด' อันไหนมันน่าสมเพชกว่ากัน... ผมเกรงว่าห้องเรียนวิชาสามัญคงจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับสมองของคุณมากกว่าห้องของผมนะครับ" บรรยากาศรอบข้างตกอยู่ในความเงียบงันสนิท แม้แต่เสียงหายใจก็แทบไม่ได้ยิน สายตาของเหล่าขุนหนูผู้สูงศักดิ์ที่เคยเต็มไปด้วยความดูแคลน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงและไม่เข้าใจ เด็กหนุ่มไร้ธาตุคนนี้ทำลายคาถาของทายาทดยุกได้อย่างไร้ร่องรอยโดยไม่ต้องร่ายเวทด้วยซ้ำ? ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่ทว่าเงียบเชียบก็ดังขึ้นจากปลายทางเดินมืดทึบ "ช่างเป็นการต้อนรับน้องใหม่ที่ออกนอกลู่นอกทางเสียจริง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมด้วยอำนาจกดดันดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดคลุมสีครามเข้มขลิบเงิน ลีร่า ก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาสีฟ้าครามราวกับน้ำแข็งขั้วโลกกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความเย็นชา ก่อนที่สายตาของเธอจะหยุดลงที่เซน ลีร่าหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงร่องรอยมานาอันแปลกประหลาดที่ยังคงหลงเหลืออยู่รอบตัวของเด็กหนุ่ม เธอเป็นคนเดียวที่สังเกตเห็นความผิดปกติของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเวทมนตร์เมื่อครู่ "นายทำอะไรลงไป เซน?" ลีร่าเอ่ยถามเสียงเรียบ ขณะที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา "การใช้คาถาต้องห้ามหรือกลไกนอกรีตภายในเขตสถาบัน มีโทษถึงขั้นถูกไล่ออกนะ" เซนหันไปสบตากับคู่คิดสาวผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ เขายิ้มบางๆ ให้เธออย่างไม่ยี่หระ "ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ คุณลีร่า... ผมแค่ช่วยปรับสมดุลความร้อนให้กับเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังอารมณ์ร้อนเกินไปก็เท่านั้นเอง" ก่อนที่ลีร่าจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตึกอำนวยการ พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบป้องกันภัยอัตโนมัติของสถาบันที่ดังลั่นระทึก *[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤต: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมรุกรานเขตหวงห้ามชั้นใต้ดินระดับ -7]* *[ระบบป้องกันอัตโนมัติล่มสลาย... บอสลับแห่งหอคอยบรรพกาลกำลังจะตื่นจากการหลับใหล]* *[เงื่อนไขการปลดล็อก: ผู้ที่มีค่ามานาเป็นศูนย์ในรัศมี 100 เมตร จะถูกกำหนดให้เป็น "ผู้เสียสละรายแรก"]* สิ้นเสียงประกาศ พื้นเบื้องใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนพื้นหินอ่อน พร้อมกับไอเย็นยะเยือกที่พวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นประสาทของสิ่งมีชีวิตโบราณที่หลับใหลมานับพันปี ลีร่าหน้าถอดสีทันทีเมื่อหันมามองหน้าเซน "นั่นมัน... สัตว์อสูรบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ใต้หอคอย! ทำไมมันถึงตื่นขึ้นมาตอนนี้?!" เซนหุบยิ้มลง แววตาสีดำสนิททอประกายลึกล้ำกว่าเดิมเมื่อเขามองลงไปในรอยแยกเบื้องล่างที่กำลังเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญอย่างแน่นอน ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%