กลิ่นอายฉุนกึ้งของแอมโมเนียและเศษผงอัคนีศิลาที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องทดลองใต้ดินของหอคอยเวทมนตร์อาณาจักร ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ เซนยืนนิ่งอยู่หน้าแผงวงจรมานาเรโซแนนซ์ที่กำลังสั่นกระพือ ตัวเลขดิจิทัลสีฟ้าครามบนหน้าจอผลึกเวทมนตร์กระโดดขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งความเสถียรราวกับหัวใจของคนที่กำลังตื่นตระหนก
"นายกำลังทำบ้าอะไรอยู่ เซน?" เสียงหวานใสแต่เจือไปด้วยความกังวลของลีร่าดังขึ้นจากมุมห้อง เธอกอดอกแน่น นัยน์ตาสีครามจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยความระแวง เธออยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนเวทมนตร์ระเบียบจัด แต่เวลานี้ปริมณฑลรอบตัวเธอกลับปรากฏเกล็ดน้ำแข็งบางเบาเกาะกุมพื้นหิน เพื่อป้องกันไม่ให้แรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาดจากฝั่งเซนลามมาถึงตัว
เซนไม่ตอบในทันที นิ้วเรียวยาวของเขายังคงเคาะลงบนอากาศเบาๆ ตามจังหวะการคำนวณในหัว ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนแสงเรืองรองของตัวเลขที่วิ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย ลีร่า..." เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด "แต่ไอ้ระบบ 'ดีบัฟ' ที่อาจารย์ใหญ่ยัดเยียดให้ฉันมา มันกำลังบอกอะไรบางอย่างที่น่าสนใจมากๆ ต่างหากล่ะครับ"
ลีร่าขมวดคิ้วมุ่น ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองก้าว "หมายความว่ายังไง? คำสาปความไร้ค่าของนายมันควรจะลดทอนพลังของเป้าหมายไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้รอบตัวนายถึงมีละอองสีเทาแปลกๆ ลอยวนอยู่เต็มไปหมดแบบนั้นล่ะ?"
เซนหันกลับมามองเพื่อนร่วมชั้นสาว พลางผายมือไปยังพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า ซึ่งแท้จริงแล้วหากมองด้วยเนตรเวทมนตร์ระดับสูง จะพบว่ามีกลุ่มก้อนตัวเลขสถิติที่มองไม่เห็นล่องลอยอยู่เต็มอากาศราวกับฝุ่นผงในแสงแดดยามบ่าย
"นั่นแหละคือประเด็นครับ" เซนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ลีร่ารู้สึกหนสันหลังวาบทุกครั้ง "คนส่วนใหญ่คิดว่าเวทมนตร์คือการร่ายคาถา การบีบอัดมานา หรือการใช้พ้อยต์วงแหวนเวทย์เพื่อสร้างปาฏิหาริย์ แต่นายเคยสังเกตไหมล่ะว่า... ทำไมเวลาที่เราใช้เวทมนตร์บทเดิมซ้ำๆ บางครั้งมันถึงแรงขึ้น และบางครั้งมันถึงล้มเหลวโดยไม่มีสาเหตุ?"
"มันก็เป็นเรื่องของความเข้ากันได้กับธาตุและความหนาแน่นของมานาในบรรยากาศไม่ใช่หรือไง" ลีร่าแย้งตามตำราที่เธอท่องจำมานับร้อยรอบ
"นั่นคือสิ่งที่ตำราหลอกเราครับ" เซนก้าวเข้าไปใกล้แผงวงจรอีกนิด นิ้วของเขาแตะเบาๆ ที่จุดศูนย์กลางของการสั่นสะเทือน "ความจริงก็คือ... โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความพยายาม แต่มันขับเคลื่อนด้วย 'การสุ่ม' ต่างหาก"
ลีร่าชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "นายหมายความว่า..."
"ใช่ครับ" เซนพยักหน้ารับอย่างใจเย็น "ทุกครั้งที่เราดึงมานาจากธรรมชาติ อากาศรอบตัวจะทำการสุ่มค่าตัวเลขทางควอนตัมเวทมนตร์ขึ้นมาค่าหนึ่ง ซึ่งนักเวทย์ทั่วไปไม่มีวันมองเห็นมัน แต่ด้วยเนตรดีบัฟของผม... ผมมองเห็นโครงสร้างนั้นชัดเจนแจ่มแจ้งเลยล่ะครับ"
เพื่อเป็นการพิสูจน์ เซนยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ท่องคาถาบทพื้นฐานที่สุด—คาถาจุดไฟระดับฝึกหัด ที่แม้แต่เด็กอายุเจ็ดขวบก็ทำได้
*พรึบ.*
เปลวไฟสีส้มขนาดเท่ากำปั้นปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจ สิ่งที่ทำให้ลีร่าถึงกับก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวคือ ตัวเลขสีแดงฉานที่ลอยเด่นอยู่เหนือเปลวไฟนั้น—**[404: Not Found]**
"เห็นไหมครับ?" เซนหัวเราะในลำคอเบาๆ "ตอนที่ผมร่ายคาถาเมื่อกี้ ระบบคำสาปของผมไม่ได้ไปลดทอนพลังของไฟ แต่มันเข้าไป 'แทรกแซง' ค่าการสุ่มในอากาศ ทำให้ตัวเลขความน่าจะเป็นดรอปลงจนถึงขีดสุด ผลลัพธ์ก็คือ เวทมนตร์ที่ควรจะลุกโชน กลับกลายเป็นแค่สะเก็ดไฟไร้ค่า... ในทางกลับกัน ถ้าผมสลับค่าตัวเลขนี้ล่ะก็..."
เซนดีดนิ้วเป๊าะ เสียงกังวานใสสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน
ทันใดนั้นเอง เปลวไฟสีส้มขนาดจิ๋วกลับระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับลูกไฟแห่งมหาภัยพิบัติ พลังงานความร้อนพุ่งทะยานขึ้นสูงจนเกล็ดน้ำแข็งรอบตัวลีร่าละลายกลายเป็นไอในเสี้ยววินาที แรงอัดอากาศมหาศาลซัดเส้นผมสีเงินสลวยของเธอปลิวสยายไปตามลม
ลีร่าอ้าปากค้าง สมองของเธอน็อกสนิทไปชั่วขณะ เธอมองหน้าเด็กหนุ่มสลับกับร่องรอยความเสียหายบนกำแพงหินแกรนิตที่ถูกเผาไหม้จนเกรียมเป็นสีดำสนิท
"นี่นาย... นายไม่ได้แค่ขัดขวางเวทมนตร์คนอื่นนะ..." เสียงของลีร่าสั่นเทาเล็กน้อย ความถือดีในฐานะทายาทตระกูลเวทย์น้ำแข็งผู้สูงศักดิ์พังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับตรรกะอันน่าสะพรึงกลัวนี้ "นายกำลัง 'แฮก' ระบบความจริงของโลกใบนี้ต่างหาก!"
"ใช้คำว่าปรับแต่งตัวแปรน่าจะฟังดูรื่นหูกว่านะครับคุณหนู" เซนยิ้มอย่างอารมณ์ดี แต่แววตาของเขากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก "และที่สำคัญที่สุดคือ... ผมเพิ่งค้นพบว่า ค่าการสุ่มในอากาศไม่ได้เกิดขึ้นแบบสะเปะสะปะ แต่มันมี 'รูปแบบ' บางอย่างซ่อนอยู่"
ก่อนที่ลีร่าจะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยเวทมนตร์สีแดงฉานก็พลันสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งหอคอย เสียงระฆังโบราณที่ไม่ได้ดังมานานนับร้อยปีสั่นระรัวก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้าของสถาบัน
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยแต่กลับเย็นเยียบจนน่าขนลุกดังขึ้นในโสตประสาทของเซน พร้อมกับหน้าต่างระบบโปร่งแสงสีดำสนิทที่เด้งขึ้นมาขวางหน้า
**[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบความผิดปกติของค่ามานาในเขตหวงห้ามชั้น 4]**
**[ระบบตรวจพบการเข้าแทรกแซงจาก 'ตัวตนภายนอก' ที่ไม่ทราบฝ่าย]**
**[คำเตือน: เป้าหมายกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ห้องทดลองของคุณในอีก 10 วินาที]**
**[3... 2... 1...]**
ประตูเหล็กกล้าหนาเตอะของห้องทดลองใต้ดินถูกกระแทกจนบุบยุบเข้ามาด้านในด้วยแรงมหาศาล เศษฝุ่นและเศษปูนกระจายฟุ้งไปทั่ว ก่อนที่เงาร่างของใครบางคนจะก้าวผ่านกลุ่มควันหนาทึบเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้บรรยากาศในห้องลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็ง
"เจอตัวแล้วล่ะ... เจ้าหนูผู้ครอบครองบั๊กแห่งสวรรค์"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้นะครับ
เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 3
ช่องโหว่ของมานา
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!