เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 1

ทฤษฎีเวทมนตร์ที่ล้มเหลว

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
กลิ่นอายของเกลือโซเดียมและผงคริสตัลสังเคราะห์ที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในหอประลองเวทมนตร์อัคคีครามนั้น ช่างเป็นกลิ่นที่เซนคุ้นเคยจนแทบจะเอียน แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วในเวลานี้ ไม่ใช่กลิ่นฉุนเหล่านั้น หากเป็นกระดาษผลการประเมินเวทมนตร์ในมือที่สั่นน้อยๆ ด้วยความตื่นตะลึงของอาจารย์ผู้คุมสอบ "เวทมนตร์ธาตุแสงระดับสาม... ทว่าพลังโจมตีกลับเป็นศูนย์?" ศาสตราจารย์มาร์คัสทวนคำด้วยน้ำเสียงที่แทบไม่เชื่อหูตัวเอง แว่นตากรอบทองหนาเตอะบนสันจมูกเลื่อนหลุดลงมาเกือบถึงปลายจมูกยามที่เขาเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มเจ้าของผลงาน สายตาของอาจารย์อาวุโสเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงระคนสมเพชเวทนา "เซน เจ้าตั้งใจจะล้อเล่นกับการสอบเลื่อนระดับของสถาบันเซนทาเรียอย่างนั้นหรือ? นี่คือบททดสอบพลังเวทเพื่อคัดเลือกทายาทเข้าสู่หอคอยดารา ไม่ใช่เวทีเล่นกลปาินิหารย์!" เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นจากอัฒจันทร์ฝั่งผู้เข้าสอบ สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมายังร่างโปร่งบางของเซนที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลานประลองวงกลม "นั่นไงไอ้เศษสวะแห่งตระกูลไร้เว... สอบมาสามปีก็ได้แค่ศูนย์กลมดิกทุกปี" "ปีนี้ยังมีหน้ามาร่วมสอบอีก รูปร่างก็ผอมแห้ง แรงจะยกคัมภีร์เวทยังไม่มีเลยมั้ง" "ข้าล่ะสงสารตระกูลของเขาจริงๆ ที่มีบุตรชายไร้พรสวรรค์เช่นนี้" เสียงซุบซิบนินทาดังเล็ดลอดเข้ามาในโสตประสาทอย่างชัดเจน แต่เซนไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวหรืออับอายแม้แต่น้อย เขายังคงยืนเอามือซ้ายไขว้หลัง มือขวาถือแผ่นกระดาษเวทมนตร์ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเสียงเหล่านั้นเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ริมรั้วโรงเรียน เซนกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างใจเย็น สมองของเขาประมวลผลข้อมูลด้วยความรวดเร็ว ตรรกะของเวทมนตร์ในโลกนี้ถูกผูกขาดด้วยความรุนแรงและปริมาณมานา; ใครมีมานามาก ย่อมสร้างเปลวเพลิงที่ร้อนแรงกว่า ใครมีธาตุบริสุทธิ์ย่อมสร้างเกราะที่แข็งแกร่งกว่า แต่มันมีช่องโหว่... ช่องโหว่ขนาดมหึมาที่ไม่มีใครเคยสังเกตเห็น เพราะทุกคนมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำตามตำราโบราณที่ถูกเขียนขึ้นมานับพันปี "กระผมไม่ได้ล้อเล่นครับ ศาสตราจารย์มาร์คัส" เซนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจนจนผู้คนรอบข้างเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ "หากท่านลองพิจารณาโครงสร้างมานาของอักขระที่ผมร่ายเมื่อครู่ให้ดี จะพบว่ามันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายล้าง แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ 'รื้อถอน' ต่างหากล่ะครับ" "รื้อถอน?" มาร์คัสทวนคำด้วยสีหน้าเยาะหยัน "เวทมนตร์ไม่มีระบบรื้อถอน มีแต่การทำลายล้างและสร้างสรรค์เท่านั้น เจ้าเด็กโง่!" เซนไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย—รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมอันลุ่มลึกที่มักทำให้คู่สนทนารู้สึกหนสันหลังวาบโดยไม่มีสาเหตุ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ศาสตราจารย์มาร์คัสจะทันได้สะบัดมือไล่เขาลงจากลานประลอง ความเปลี่ยนแปลงอันประหลาดล้ำก็เกิดขึ้นกลางอากาศ รอบกายของเซนปรากฏละอองแสงสีครามจางๆ ไหลวนราวกับสายน้ำที่ไร้ทิศทาง ก่อนที่ข้อความประหลาดซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็นจะปรากฏขึ้นตรงหน้าในรูปแบบของหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้า [ระบบเวทมนตร์ดีบัฟขั้นสูงสุด เริ่มต้นการเชื่อมต่อ...] [ตรวจพบเป้าหมายการประเมิน: หอประลองอัคคีคราม] [วิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์... สำเร็จ] [ท่านได้รับสกิลเฉพาะตัว: "เนตรทิพย์แห่งความบกพร่อง (Aura of Decay)" - ระดับ SSS] [คำอธิบายสกิล: ผู้ถือครองสามารถมองเห็นจุดอ่อน โครงสร้างมานาที่เสื่อมสลาย และสถานะ "ดีบัฟ" ของทุกสรรพสิ่งในระยะ 50 เมตร พร้อมทั้งสามารถลบล้างหรือลดทอนประสิทธิภาพของเวทมนตร์ฝ่ายตรงข้ามลง 80% ได้ในพริบตา] หัวใจของเซนกระตุกวูบหนึ่ง แม้สีหน้าจะยังคงเรียบเฉย ทว่าภายในกลับตื่นตัวถึงขีดสุด ข้อมูลนับล้านชุดไหลทะลักเข้าสู่สมองของเขาในชั่วพริบตา โลกทั้งใบที่เคยมีเพียงสีขาวและดำ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเส้นสายพลังงานนับพันเส้นที่โยงใยเข้าหากัน ทุกคนล้วนมีจุดบกพร่อง และทุกเวทมนตร์ล้วนมีวันหมดอายุ "น่าสนใจ..." เซนพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในขณะเดียวกัน ลีร่า ทายาทสาวแห่งตระกูลเวทย์น้ำแข็งครามผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้านักเรียนดีเด่น ซึ่งยืนกอดอกชมการทดสอบอยู่บริเวณแถวหน้าสุดของอัฒจันทร์ ก็ขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันด้วยความสงสัย ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นจ้องมองมาที่เซนไม่วางตา ตั้งแต่เกิดมา เธอยังไม่เคยเห็นใครถูกประเมินว่า "พลังโจมตีเป็นศูนย์" แล้วยังมีท่าทีเยือกเย็นไร้ความกังวลได้ขนาดนี้ แถมบรรยากาศรอบตัวของเด็กหนุ่มคนนี้... มันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่เมื่อครู่ รังสีบางอย่างที่กดดันจนทำให้มานาในกายของเธอกระเพื่อมไหวอย่างประหลาด "เซน..." ลีร่าพึมพำชื่อนั้นเบาๆ ในลำคอ "เจ้ากำลังซ่อนไพ่ตายอะไรไว้อยู่กันแน่?" เสียงระฆังเตือนหมดเวลาการทดสอบดังขึ้นกังวานไปทั่วสนาม ศาสตราจารย์มาร์คัสกำลังจะอ้าปากประกาศผลการสอบตกของเซน ทว่าก่อนที่เสียงประกาศนั้นจะหลุดรอดออกมา พื้นศิลาแกร่งใต้ฝ่าเท้าของทุกคนก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้พื้นดินนับร้อยเมตรกำลังตื่นขึ้นจากการจำศีล! รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางลานประลอง แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจนนักเรียนหลายคนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น อากาศรอบตัวกลายเป็นสีม่วงเข้ม บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก และในวินาทีที่กลุ่มควันสีดำมืดทึบพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยก พร้อมกับเสียงคำรามก้องกังวานที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ม่านตาของเซนก็หดแคบลงเมื่อดวงตาสีแดงฉานคู่มหึมาคู่หนึ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดเบื้องหน้า... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%