เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 10

ความจริงหลังม่านงานเทศกาล

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"เจ้าพวกโง่... คิดหรือว่าการวางอักขระระเบิดมานาไว้ใต้ฐานอนุสาวรีย์ผู้ก่อตั้งจะทำให้พวกเจ้าดูฉลาดขึ้น?" เสียงกระซิบแผ่วเบาของเซนแทรกผ่านเสียงดนตรีเฉลิมฉลองที่กำลังกระหึ่มไปทั่วลานกว้างของโรงเรียนเวทมนตร์อาร์คาน่า เขาไม่ได้ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางงาน แต่กลับแทรกตัวอยู่ในมุมมืดใต้ซุ้มไม้เลื้อย สายตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังกลุ่มนักเรียนชุดคลุมสีเทาที่กำลังทำตัวเนียนไปกับฝูงชน มือหนึ่งถือแก้วเครื่องดื่ม อีกมือหนึ่งซ่อนวงแหวนเวทมนตร์ขนาดจิ๋วไว้ใต้แขนเสื้อ ลีร่าที่ยืนอยู่ข้างกายเขากำลังสั่นน้อยๆ เธอไม่ใช่คนขี้ขลาด แต่บรรยากาศที่เซนสร้างขึ้นนั้นกดดันยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสูงเสียอีก "เซน... พวกเขามีจำนวนห้าคน และถ้าอักขระนั่นทำงาน ลานจัดงานทั้งหมดจะกลายเป็นหลุมศพทันที เราควรแจ้งสภานักเรียน..." "แจ้งสภานักเรียนงั้นหรือ?" เซนแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวยาวขยับนิ้วเป็นจังหวะราวกับกำลังบรรเลงเปียโน "พวกเขาก็แค่หุ่นเชิดที่ถูกปั่นหัวด้วยเป้าหมายที่มองไม่เห็น หากเราออกไปโวยวายกลางงาน แผนสำรองของพวกมันก็จะถูกกระตุ้นทันที แล้วคนนับพันตรงหน้าจะรอดได้อย่างไร ลีร่า" เซนหยิบเหรียญเงินธรรมดาออกมาจากกระเป๋า เขาสะบัดนิ้วเบาๆ ส่งกระแสมานาที่บางเบาจนไร้ร่องรอยตรวจจับ นี่คือวิชา 'ดีบัฟล่องหน' ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง มันไม่ใช่การทำลายเวทมนตร์ตรงๆ แต่มันคือการ 'บิดเบือนค่าสัมประสิทธิ์' ของพลังเวท *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ไม่มีใครได้ยินดังขึ้นในหัวของเขา [แจ้งเตือนระบบ: สกิล 'ดีบัฟโครงสร้าง' (ระดับ 3) ถูกเปิดใช้งาน] [เป้าหมาย: อักขระมานาพุ่งเป้า (Mana Anchor) ของกลุ่มผู้บุกรุก] [สถานะ: กำลังเปลี่ยนขั้วพลังงานจาก 'จุดระเบิด' เป็น 'โหมดสลีป'] "มองดูนะลีร่า" เซนกระซิบ "เวทมนตร์ไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรง แต่อยู่ที่การเข้าใจว่าพลังงานไหลไปทางไหน หากเราเปลี่ยนปลายทางของแม่น้ำ จากที่จะไหลไปท่วมเมือง ก็แค่ทำให้มันไหลย้อนกลับสู่แหล่งกำเนิด" ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเหล่านักเรียนที่กำลังสนุกสนานกับเทศกาล เซนควบคุมเหรียญเงินให้หมุนวนกลางอากาศด้วยมานาที่บางเบาดุจสายลม อักขระบนฐานอนุสาวรีย์ที่ควรจะเปล่งแสงสีแดงฉานเพื่อจุดชนวนกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนจางๆ ทีละน้อย กลุ่มชายชุดเทาที่กำลังกุมวงแหวนเวทมนตร์เริ่มหน้าเสีย พวกเขาขมวดคิ้วอย่างงุนงง มือไม้สั่นเทาขณะพยายามป้อนมานาเข้าไปเพิ่ม แต่ทุกอย่างกลับดูผิดเพี้ยนไปหมด "ทำไมมัน... ทำไมมานาไม่ไหลเข้าไปล่ะ!" หนึ่งในนั้นพึมพำอย่างตื่นตระหนก เซนขยับนิ้วเพียงนิดเดียว พลังงานที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุดของอักขระเหล่านั้นก็ถูกตีกลับเข้าสู่ 'วงแหวนสำรอง' ในกระเป๋าของผู้นำกลุ่มชายชุดเทาโดยตรง *ปุ!* เสียงเบาหวิวคล้ายฟองสบู่แตกดังขึ้นในระดับความถี่ที่ได้ยินกันแค่คนสองคน กลุ่มชายชุดเทาตัวกระตุกอย่างแรงก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด มานาภายในร่างกายเกิดการตีกลับจนสลบไปในทันที ราวกับว่าพวกเขาเพียงแค่เป็นลมแดดในงานเทศกาลเท่านั้น ไม่มีใครสังเกตเห็น ไม่มีใครแตกตื่น ดนตรียังคงบรรเลงต่อไปอย่างเริงร่า ลีร่าเบิกตากว้าง เธอหันมามองเซนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ความเกลียดชังต่อวิธีที่ไม่เป็นทางการในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความทึ่งอย่างไม่อาจปิดมิด "นายนี่มัน... ปีศาจชัดๆ เซน นายหยุดยั้งหายนะที่อาจจะสังหารคนนับพันได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยสักคนเดียว" เซนเก็บเหรียญเข้ากระเป๋าพลางปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้ออย่างใจเย็น "อย่าเรียกแบบนั้นเลยครับลีร่า ผมก็แค่คนขี้รำคาญที่ไม่อยากให้งานเลี้ยงดีๆ ต้องพังเพราะพวกมือสมัครเล่น" เขากำลังจะก้าวเดินออกมาจากเงามืด แต่แล้วสายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับเงาร่างหนึ่งที่ยืนพิงเสาหินอยู่อีกฝั่งหนึ่ง คนผู้นั้นสวมผ้าคลุมสีเงินยวบยาบที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด รอยยิ้มที่มุมปากของชายแปลกหน้าคนนั้นช่างดูเย็นเยียบและทรงพลังจนเซนรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... เซน" เสียงนั้นแผ่วเบาแต่กังวานราวกับดังมาจากห้วงลึกของก้นบึ้งนรก "นายทำได้ดีมากที่จัดการพวกขยะนั่น แต่ก็น่าเสียดายนะที่นายดันไปเปิดเผย 'กลวิธี' ของตัวเองต่อหน้าคนอย่างฉันเข้าให้แล้ว" ลีร่าชักดาบสั้นที่ซ่อนไว้ใต้ผ้าคลุมออกมาทันที แต่มือของเซนกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แววตาของเขาเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความเคร่งเครียดที่แท้จริง "อย่าขยับครับลีร่า" เซนกระซิบเสียงต่ำ "คนคนนี้ไม่ใช่สมาชิกของกลุ่มกบฏทั่วไป... เขาน่ะ คือตัวจริงที่คอยบงการความโกลาหลทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนนี้" ชายผ้าคลุมเงินก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นดวงตาที่เป็นประกายสีม่วงเข้มซึ่งดูเหมือนจะมองทะลุผ่านทุกสิ่งแม้กระทั่ง 'การดีบัฟล่องหน' ของเซน ก่อนที่เขาจะยื่นมือมาข้างหน้าแล้วดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว... ทันใดนั้น งานเทศกาลทั้งงานก็หยุดนิ่งลงราวกับถูกแช่แข็งในกาลเวลา เสียงดนตรีเงียบกริบ แสงไฟหยุดกะพริบ และสายตาของผู้คนนับพันก็ค่อยๆ หันมาจับจ้องที่พวกเขาสองคนพร้อมกันด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งชีวิต ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในตอนนี้นะครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%