กลิ่นอายความอับชื้นของห้องเก็บอุปกรณ์เวทมนตร์เก่าแก่หลังอาคารเรียนหลัก คล้ายจะขับเน้นความไม่ชอบมาพากลให้เด่นชัดขึ้นในทุกวินาทีที่ก้าวเดิน เซนหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าชั้นวางคัมภีร์เวทมนตร์โบราณที่ฝุ่นเกาะหนาเตอะ ดวงตาเรียบนิ่งคู่นั้นกวาดมองร่องรอยบนพื้นผิวไม้เนื้อแข็งอย่างพินิจพิเคราะห์
"รอยขูดขีดสี่จุดเรียงเป็นแนวทแยง... กับคราบมานาสีครามจางๆ ที่ยังระเหยไม่หมด" เซนพึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสุขุม ทว่าแฝงรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา "ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนพยายามต้อนพวกเราให้เดินเข้ามุมอับโดยไม่รู้ตัวสินะครับ"
ลีร่าที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบายใจ เธอปรายตามองรอบกายที่เงียบเชียบผิดปกติ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากสัญชาตญาณนักเวทน้ำแข็งของเธอเอง "เซน นายแน่ใจเหรอว่านี่คือคำสั่งเรียกตัวจากสภาคณะกรรมการนักเรียนจริงๆ? ฉันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ... เวทมนตร์ดักฟังและเขตอาคมอำพรางระดับสูงถูกกางไว้รอบรัศมีสามสิบเมตรนี้แล้ว"
"แน่นอนว่าไม่ใช่ของสภาหรอกครับ ลีร่า" เซนหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้คู่คิดสาว แววตาของเขาฉายประกายวิเคราะห์อย่างเฉียบคม "นี่คือฝีมือของกลุ่ม 'ราชันย์โลหิต' กลุ่มอิทธิพลปีสามที่นำโดยคาร์ลอส... พวกเขาคงคิดว่าการโยนความผิดเรื่องอุปกรณ์เวทมนตร์เสียหายให้เด็กใหม่อย่างพวกเรา จะทำให้เราหมดสิทธิลงทะเบียนสอบคัดเลือกภาคปฏิบัติในสัปดาห์หน้า"
การกระทำอันเยือกเย็นและคำอธิบายที่มีเหตุผลรองรับอย่างแน่นหนa ทำให้ลีร่าเผลอผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ แม้เธอจะเป็นทายาทตระกูลขุนนางน้ำแข็งผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ และมักจะหงุดหงิดกับวิธีแก้ปัญหาแหวกแนวของเซนอยู่เสมอ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ความนิ่งสงบและไหวพริบของเด็กหนุ่มตรงหน้า คือที่พึ่งพิงอัน
"แล้วเราจะทำอย่างไรดีล่ะ? ถ้าปล่อยให้พวกมันขังเราไว้ที่นี่จนเลยเวลาประกาศรายชื่อ เราจะโดนตัดสิทธิ์ทันท่วงทีตามกฎเหล็กของโรงเรียน" ลีร่าเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความกังวลเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเปล่งประกายความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้
"เราจะไม่หนี และจะไม่โวยวายครับ..." เซนก้าวเข้าไปใกล้ประตูไม้บานหนาที่ถูกลงอาคมล็อกตายจากด้านนอก เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นแตะพื้นผิวไม้ที่มีอักขระเวทสีแดงฉานเต้นระรัวราวกับหัวใจที่กำลังคลุ้มคลั่ง "...ในเมื่อพวกเขาอุตส่าห์ลงทุนลงแรงสร้างกับดักต้อนรับพวกเราขนาดนี้แล้ว ในฐานะแขกผู้รับเชิญที่ดี เราก็ควรจะ 'ตอบแทน' น้ำใจไมตรีนี้กลับไปให้สาสมเช่นกันครับ"
ในจังหวะนั้นเอง เซนได้เปิดใช้ทักษะเฉพาะตัวที่ซ่อนเร้นมาตลอด—[เนตรวิเคราะห์จุดบกพร่อง]
ภาพตรงหน้าของเซนแปรเปลี่ยนเป็นโครง1ตาข่ายพลังงานมานาสีฟ้าใส เส้นสายและวงจรเวทมนตร์ที่ซับซ้อนของอาคมกักขังปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนราวกับแผนที่นำทาง ทว่าสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือจุดอ่อนอันเปราะบางที่อยู่ตรงรอยต่อระหว่างบานพับประตู จุดที่ผู้ร่ายเวทระดับสูงคงคาดไม่ถึงว่าจะมีช่องว่างให้เจาะ
"ลีร่า รบกวนช่วยเคลือบไอน้ำความเย็นจัดลงบนจุดศูนย์กลางของวงจรเวทที่สามจากซ้ายมือให้ผมทีครับ เอาแบบเฉียบพลันและแม่นยำที่สุด" เซนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด
แม้จะแปลกใจในแผนการ แต่ด้วยความเชื่อใจที่สั่งสมมาจากการผ่านวิกฤตด้วยกันหลายครั้ง ลีร่าจึงพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เธอรวบรวมมานาธาตุน้ำแข็งไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะดีดออกไปอย่างแม่นยำดั่งกระสุนเวท ละอองความเย็นติดลบจัดพุ่งตรงเข้าปะทะจุดที่เซนระบุไว้ทันที
*เพล้ง!*
เสียงคล้ายกระจกแตกดังขึ้นเบาๆ อาคมกักขังที่เคยหนาแน่นพลันเกิดรอยร้าวและสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองในพริบตา ประตูไม้บานใหญ่เปิดผางออกเผยให้เห็นทางเดินด้านนอกที่ทอดยาว ทว่าสิ่งที่รอพวกเขาอยู่กลับไม่ใช่ความว่างเปล่า
เบื้องหน้าทางเดินนั้น ร่างของคาร์ลอส ประธานกลุ่มราชันย์โลหิต พร้อมด้วยสมุนมือขวาอีกสามคนยืนขวางทางอยู่ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของรุ่นพี่ปีสาม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับค้างเติ่งทันที เมื่อเห็นว่าเหยื่อในกรงขังสามารถเดินออกมาได้อย่างสบายอารมณ์ไร้รอยขีดข่วน
"เป็นไปได้ยังไง? อาคมกักขังระดับสี่... พวกแกแหกมันออกมาได้ภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีเนี่ยนะ!" คาร์ลอสสบถออกมาด้วยความตกใจ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและเสียหน้า
เซนก้าวเท้าเดินนำออกมาจากห้องเก็บอุปกรณ์อย่างสง่างาม มือขวาสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุม สีหน้ายังคงไว้ซึ่งความสุภาพและรอยยิ้มสุภาพชนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับกดดันจนสมุนของคาร์ลอสต้องก้าวถอยหลังไปคนละก้าว
"โลกของเวทมนตร์ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาและอำนาจของตระกูลเสมอไปหรอกนะครับ รุ่นพี่คาร์ลอส..." เซนหยุดยืนห่างจากกลุ่มรุ่นพี่เพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาสสีเข้มจ้องมองตรงไปยังผู้นำกลุ่มอิทธิพลด้วยแววตาที่ลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง "และผมคิดว่า... ถึงเวลาที่เราควรมาทบทวนบทเรียนเรื่อง 'มารยาทในการใช้เวทมนตร์กลั่นแกล้งผู้อื่น' กันเสียทีนะครับ"
สิ้นคำพูดของเซน บรรยากาศรอบตัวก็พลันเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เซนรอคอยจะดังขึ้นในโสตประสาทของเขาเอง
[ติ๊ง! เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: เผชิญหน้ากับกลุ่มผู้มีอิทธิพลเพื่อทวงคืนความยุติธรรม]
[ปลดล็อกทักษะพิเศษระดับ SSS: "คำพิพากษาแห่งความเหลื่อมล้ำ" — ลดทอนพลังเวทของเป้าหมายลง 50% ตามสัดส่วนความหยิ่งยโส]
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของบุคคลปริศนาจากมิติคู่ขนานกำลังมุ่งหน้ามายังจุดเกิดเหตุ... ความลับของโรงเรียนกำลังจะถูกเปิดเผย]
— ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยกันนะครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 16
กับดักของชนชั้นสูง
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!