เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 17

ศิลปะการปัดป้อง

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
กลิ่นไอความเย็นยะเยือกของสนามฝึกซ้อมใต้ดินระดับสี่ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นอับชื้นของหินผาโบราณ ลีร่าตวัดปลายนิ้วสร้างละอองเกล็ดน้ำแข็งสีครามเข้มให้หมุนวนเป็นเกราะป้องกันรอบกายอย่างแน่นหนา ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังเด็กหนุ่มสวมฮู้ดสีเทาที่ยืนไขว่ห้างอยู่เบื้องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความกังวลระคนกัน "นายแน่ใจนะเซน ว่าวิธีนี้จะเวิร์ก?" เสียงใสของทายาทตระกูลเวทย์น้ำแข็งเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องฝึกซ้อมส่วนตัว "การใช้ดีบัฟสวนกลับกระแสมานาโดยตรง มันไม่ใช่แค่การสะท้อนพลัง แต่มันคือการแทรกแซงโครงสร้างเวทมนตร์ในระดับโมเลกุล ถ้าคำนวณองศาผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว แรงสะاردกลับจะย้อนเข้าทำลายวงจรมานาในร่างของนายเองนะ" เซนไม่ได้ตอบทันที เขายกมือขึ้นสัมผัสกรอบแว่นทรงเหลี่ยม ปรับองศาเล็กน้อยเพื่อให้แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์สะท้อนผ่านเลนส์ ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองข้อความแจ้งเตือนสีฟ้าจางๆ ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ—หน้าต่างระบบที่แสดงสถานะค่าความต้านทานและอัตราการไหลเวียนมานาของคู่ต่อสู้ในรัศมีสามเมตร "กฎข้อแรกของการเป็นจอมขมังเวทย์สายสนับสนุนที่ไม่มีใครมองเห็น..." เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่ง แต่นุ่มนวลและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ชวนให้ผู้ฟังต้องเงี่ยหูฟังโดยอัตโนมัติ "คือการไม่มองเวทมนตร์เป็นสิ่งกีดขวางครับ ลีร่า แต่จงมองมันเป็น 'กระแสข้อมูล' ที่มีช่องโหว่เสมอ" สิ้นคำพูด ร่างบางของหญิงสาวก็ขยับตัวด้วยความเร็วสูง คทาทมิฬในมือตวัดวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ พริบตานั้น หอกน้ำแข็งขนาดมหึมานับสิบเล่มก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาเซนด้วยความเร็วสูง เสียงหวีดหวิวของมวลอากาศที่ถูกเฉือนดังระάดไปทั่วห้อง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนเส้นผมสีเงินสลวยของลีร่าปลิวไสว ทว่าเซนไม่แม้แต่จะขยับเท้าถอยหลัง เขายกมือขวาขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังปัดเป่าละอองฝุ่น "[คำสาปแห่งความอ่อนล้าขั้นที่สาม: การถดถอยของมวลสาร]" เสียงทุ้มต่ำเอמהร่ายคาถาออกไปอย่างแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังด้วยตรรกะเวทที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำในเสี้ยววินาที วงแหวนเวทย์สีดำสนิทปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของหอกน้ำแข็งเล่มแรกอย่างกะทันหัน แทนที่พลังเวทย์จะเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงตามหลักการต่อสู้ทั่วไป สิ่งที่เกิดขึ้นกลับประหลาดล้ำยิ่งกว่า—มวลความเย็นและโครงสร้างผลึกน้ำแข็งของหอกเล่มนั้นพลันสูญเสียความหนาแน่นไปชั่วขณะ ราวกับโครงสร้างเหล็กที่ถูกกรดกัดกร่อนจนร่วนซุย พริบตาที่ปลายหอกสัมผัสกับฝ่ามือของเซน มันไม่ได้เจาะทะลุเนื้อหนัง แต่กลับแตกสลายกลายเป็นละอองน้ำใสบริสุทธิ์อย่างไร้เรี่ยวแรง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ กระแสมานาส่วนเกินที่ถูกสลัดทิ้งจากการทำลายโครงสร้างนั้น ไม่ได้สูญหายไปไหน แต่มันถูกดึงดูดเข้ามาตามเส้นทางของดีบัฟ กลายเป็นคลื่นพลังงานสีเทาอ่อนที่ไหลย้อนกลับไปหาลีร่าราวกับงูพิษที่กำลังเลื้อยกลับรัง "บ้าน่า...!" ลีร่าอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกตะลึง ดวงเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบว่าคลื่นพลังงานที่ตนเองเป็นคนปล่อยออกไปเมื่อครู่ กำลังย้อนกลับมาพร้อมกับสถานะ [แช่แข็งตัวเอง] ที่ถูกทวีความรุนแรงขึ้นสามเท่า เธอรีบใช้คทายันพื้นเพื่อสร้างกำแพงน้ำแข็งซ้อนทับกันสามชั้นอย่างลนลาน แรงกระแทกจากการสวนกลับทำให้ร่างบางต้องถอยหลังไปสามก้าว ลมหายใจหอบถี่เล็กน้อย ดวงตาจับจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความทึ่งและความหวาดหวั่นอย่างแท้จริง เซนลดมือลง ปรับชายเสื้อฮู้ดให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุม รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างสุภาพ "เห็นไหมครับ ลีร่า? เวทมนตร์โจมตีที่ทรงพลังที่สุด มักจะมาพร้อมกับช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดเสมอ หน้าที่ของเราในฐานะผู้ใช้ดีบัฟไม่ใช่การเอาชนะด้วยพละกำลัง แต่เป็นการ 'ยืมมือ' พลังของอีกฝ่ายมาใช้เป็นดาบย้อนกลับต่างหาก" ลีร่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอเก็บคทาเข้าที่ข้างเอว ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เซนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "นายทำแบบนั้นได้อย่างไร... การเปลี่ยนทิศทางมานาโดยไม่ใช้เวทย์ป้องกันสะท้อน มันเป็นไปตามทฤษฎีเวทมนตร์ขั้นสูงของสถาบันหลวงเมื่อสามร้อยปีមុનที่สูญหายไปแล้วนี่นา" "บางครั้ง ตำราโบราณก็มีไว้ให้อ่านเพื่อหาจุดบกพร่อง ไม่ใช่ให้ท่องจำตามตัวอักษรหรอกครับ" เซนตอบพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ให้เพื่อนร่วมทาง บรรยากาศภายในห้องฝึกซ้อมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าในใจของลีร่ากลับระอุไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ การได้ร่วมทางกับเด็กหนุ่มผู้มีสายตาเฉียบคมคนนี้ ทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าโลกเวทมนตร์อันกว้างใหญ่กำลังเปิดประตูบานใหม่ให้เธอได้สัมผัสในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะสรุปผลการฝึกซ้อมรอบสุดท้ายนั้นเอง... เสียงกริ่งเตือนภัยสีแดงฉานของโรงเรียนเวทมนตร์ก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุกตึกเรียน แสงไฟเวทย์สำรองเปลี่ยนเป็นสีเลือดสาดส่องลงมาตามผนังทางเดิน พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบป้องกันภัยอัตโนมัติที่ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเย็นเยียบ *[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการบุกรุกจากสิ่งมีชีวิตปริศนาในเขตหวงห้ามชั้นที่เจ็ด... ปิดกั้นเส้นทางหลบหนีทั้งหมด... และ... มีผู้มาเยือนที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลกำลังมุ่งหน้ามายังห้องฝึกซ้อมนี้... ระยะห่าง 10 เมตร และกำลังลดลงเรื่อยๆ]* เซนขมวดคิ้วเล็กน้อย รีบหันกลับไปมองที่ประตูเหล็กกล้าหนาหนักเบื้องหน้า ซึ่งตอนนี้ปรากฏรอยร้าวเป็นทางยาวราวกับถูกความร้อนมหาศาลหลอมละลายจากด้านนอก ลีร่าชักคทาออกมาตั้งรับอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมได้ถึงจิตสังหารอันดุร้ายที่แผ่ซ่านทะลุกำแพงเข้ามา ก่อนที่บานประตูเหล็กหนาจะพังทลายลงมาพร้อมกับเงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงในสถาบันแห่งนี้! — ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยกันนะครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%