เสียงปรบมือแปะๆ สองสามครั้งดังขึ้นในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตึงเครียดและชัยชนะที่ถูกจัดฉากไว้อย่างดิบดี มินตราในชุดสูทผ้าทวีตชาแนลสีขาวสะอาดตา ยืนยันรอยยิ้มเยาะเย้ยอยู่ที่หัวโต๊ะ
เอกสารพรีเซนต์โปรเจกต์ซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังฉายอยู่บนจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ คือผลงานหยาดเหงื่อแรงกายสามเดือนเต็มของรินรดา แต่ทว่า... ชื่อผู้มีสิทธิ์ถือครองสิทธิ์บัตรและหัวหน้าทีมในสไลด์หน้าสุดท้าย กลับถูกเปลี่ยนเป็น "มินตรา และทีมกลยุทธ์ธุรกิจ" อย่างหน้าตาเฉย
"ต้องขอขอบคุณคุณรินรดานะคะ สำหรับไอเดียโครงสร้างฐานข้อมูลดิบอันน่าทึ่งนั่น ถึงแม้ว่าในแง่ของการนำเสนอเชิงธุรกิจ คุณจะยังขาดทักษะและความเป็นมืออาชีพพอที่จะผลักดันมันให้เป็นจริงได้ ทางบริษัทจึงเห็นสมควรให้ดิฉันเข้ามา 'ต่อยอด' ให้มันสมบูรณ์แบบอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ"
มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดเยิ้ม แต่สายตากลับจิกกัดมองรินรดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามราวกับกำลังมองเศษฝุ่นใต้รองเท้าส้นสูง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง บอร์ดบริหารหลายคนหลบสายตา เพราะต่างก็รู้ดีว่านี่คือการฮุบผลงานหน้าด้านๆ แต่ในโลกธุรกิจ ผลประโยชน์ย่อมมาก่อนศีลธรรมเสมอ
รินรดาไม่ได้แสดงอาการตีโพยตีพาย ร่างบางในเสื้อเชิ้ตสีพื้นเรียบๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มินตราชะงักไปชั่วขณะโดยไม่รู้สาเหตุ
"ต่อยอด... อย่างนั้นหรือคะคุณมินตรา?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุก "ช่างเป็นคำพูดที่ฟังดูสวยหรูเสียเหลือเกินนะคะ สำหรับคนที่ไม่แม้กระทั่งรู้ด้วยซ้ำว่า บรรทัดที่เจ็ดของโค้ดส่วนประมวลผลอัลกอริทึมตัวนั้น ใช้ไลบรารีอะไรเป็นฐานในการเขียน"
มินตราหน้าตึงขึ้นมาทันที แววตาฉายความโกรธกรำก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "คุณหมายความว่ายังไงคะรินรดา อย่ามาแถเพื่อกลบเกลื่อนความไร้ความสามารถของตัวเองเลยค่ะ เอกสารทุกอย่างก็อยู่ตรงนี้ ทีมงานทุกคนก็เห็นว่าโปรเจกต์นี้ผ่านการอนุมัติภายใต้การดูแลของดิฉัน"
"ค่ะ ทีมงานเห็น... แต่ระบบอัจฉริยะที่พวกท่านกำลังภาคภูมิใจกันนักหนานั่นน่ะค่ะ ทราบไหมคะว่ามันถูกฝัง 'ลายเซ็นดิจิทัล' เอาไว้ตั้งแต่วินาทีแรกที่มันถูกคอมไพล์ขึ้นมาบนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของดิฉัน" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันประหลาดแผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กๆ นั้น จนบรรดาบอร์ดบริหารเริ่มกระสับกระส่าย
เจย์ที่นั่งอยู่มุมห้องแอบยกนิ้วโป้งให้อย่างเงียบๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
รินรดากดรีโมทในมือ เปลี่ยนสไลด์หน้าสุดท้ายให้กลายเป็นหน้าจอสีดำสนิท มีเพียงโค้ดภาษาโปรแกรมมิ่งวิ่งยาวเหยียดเป็นร้อยบรรทัด และตรงกลางหน้าจอ ปรากฏข้อความสีแดงฉานกระพริบเตือนสถานะความปลอดภัย: *[CRITICAL ERROR: UNAUTHORIZED REVERSE ENGINEERING & INTELLECTUAL PROPERTY THEFT]*
"คุณ... คุณทำอะไรกับระบบ!" มินตรากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ หน้าถอดสีจนซีดเผือดเมื่อเห็นกราฟการทำงานของซอฟต์แวร์หลักร่วงกวาดลงสู่พื้นในพริบตาเดียว
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ แค่กดปุ่ม 'เพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึง' ของซอฟต์แวร์ต้นฉบับ ก็เท่านั้นเอง" รินรดาย่างสามขุมเข้าไปใกล้จอภาพ รอยยิ้มของเธองملดงามแต่ทรงพลังราวกับปีศาจสาวที่กำลังพิพากษาบาป "ไอเดียที่คุณขโมยไป มันเป็นแค่เปลือกนอกที่กลวงเปล่าค่ะคุณมินตรา เพราะหัวใจหลักที่เป็นสมองกลอัจฉริยะจริงๆ ถูกเข้ารหัสไว้ด้วยคีย์เฉพาะตัวที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ส่วนตัวของ 'คุณชายสายเนิร์ด' ของฉันต่างหากล่ะคะ"
ทันทีที่สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามา พร้อมกับร่างสูงสง่าของคีย์ ธันวา ในชุดสูทสีเข้มเข้ารูป ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาไร้ความรู้สึกแววตาดุจพญาอินทรีย์กวาดมองทุกคนในห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินรดา แววตาคู่นั้นทอประกายความคลั่งรักและความภูมิใจระคนกันอย่างชัดเจน
"สวัสดีค่ะคุณซีอีโอ... เกมไล่ล่าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะคะ" รินรดาหันไปสบตากับชายหนุ่มที่เดินตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเธออย่างรู้ใจ
คีย์ปรายตามองเอกสารสิทธิ์ปลอมบนโต๊ะด้วยความรังเกียจ ก่อนจะวางสมาร์ทโฟนหรูลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกดังขึ้นก้องห้องประชุม
*“ยอดเงินโอนเข้าจำนวน 500,000,000 บาท จากบัญชีส่วนตัวของประธานกรรมการบริหารสูงสุด... สำเร็จเรียบร้อยค่ะ”*
บอร์ดบริหารทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มเมื่อตระหนักได้ว่า โปรเจกต์ที่พวกเขากำลังพยายามฮุบนั้น แท้จริงแล้วถูกซื้อขาดและจดทะเบียนลิขสิทธิ์ภายใต้บริษัทโฮลดิ้งส่วนตัวของคีย์ ธันวา โดยมีรินรดาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร่วมกันแต่เพียงผู้เดียว!
มินตราช็อกจนเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น มือสั่นเทาชี้หน้าทั้งสองคนด้วยความแค้นเคือง "พวกคุณ... พวกคุณหลอกฉัน!"
คีย์ย่อตัวลงเล็กน้อย มองหญิงสาวผู้พยายามขโมยผลงานด้วยสายตาสมเพชระคนเหยียดหยาม ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพูดชื่อโปรเจกต์นี้ด้วยซ้ำ... และตอนนี้ บัญชีธนาคารและทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทในเครือที่คุณใช้เป็นแบ็กอัพในการวิ่งเต้น ถูกทางเราฟ้องร้องยึดอายัดไว้ทั้งหมดในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และยักยอกทรัพย์ทางปัญญาเรียบร้อยแล้วค่ะ"
รินรดายกยิ้มมุมปาก ยื่นนามบัตรสีดำสนิทที่มีโลโก้ทองคำประทับอยู่ให้มินตราที่กำลังร้องไห้โฮด้วยความสิ้นหวัง
"ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริงนะคะ... อดีตรองประธาน"
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ขณะที่คีย์เอื้อมมือมาโอบเอวบางของรินรดาเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้จบลงแล้ว เสียงแจ้งเตือนข้อความปริมาณมหาศาลก็ดังระรัวขึ้นพร้อมกันจากสมาร์ทโฟนของบอร์ดบริหารทุกคน หน้าจอหลักของระบบเซิร์ฟเวอร์บริษัทหลักดับวูบลงเหลือเพียงข้อความเดียวที่กระพริบช้าๆ เป็นรหัสมอร์สปริศนา... และบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดกำลังก้าวเท้าเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องประชุม พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ลมหายใจของคีย์และรินระดาต้องสะดุดกاری!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ค่ะ)*
คุณชายสายเนิร์ดกับยัยโปรแกรมเมอร์จอมแสบ•ตอนที่ 23
การตบหน้าแบบมืออาชีพ
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเนิร์ดกับยัยโปรแกรมเมอร์จอมแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!