คุณชายสายเนิร์ดกับยัยโปรแกรมเมอร์จอมแสบ•ตอนที่ 10

ความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยน

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงหวีดร้องแหลมสูงของมินตราดังระเบิดขึ้นราวกับแก้วหูถูกกรีดด้วยเลเซอร์ เมื่อหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ยักษ์กลางห้องประชุมคณะกรรมการบริษัท สาดภาพพฤติกรรมฉ้อฉลยักยอกเงินโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ของเธอกลางวงประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่แบบเรียลไทม์ “นี่มันอะไรกัน! ใครมันกล้าเล่นตลกบ้าๆ แบบนี้! ปิดมันเดี๋ยวนี้!” มินตราสติหลุดกระเจิง เล็บยาวแต่งเจลราคาแพงจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเลือดซึม เธอพยายามพุ่งตัวไปที่แผงควบคุมระบบเสียง แต่สายตานับร้อยคู่ภายในห้องที่หันมามองด้วยความรังเกียจและสมเพช ทำให้เธอก้าวขาไม่ออกราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น รินรดายืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ มุมปากเรียวสวยยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน ดวงตากลมโตฉายแววสะใจระดับพรีเมียมที่ต่อให้จ่ายเงินร้อยล้านก็หาซื้อไม่ได้ เธอมองดูความพินาศของคู่ปรับตัวฉกาจที่กำลังดิ้นรนเหมือนปลาบนบก ก่อนจะหันไปสบตากับเจย์ที่ส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมชูนิ้วโป้งให้จากมุมห้อง แผนการแฮกเจาะระบบรักษาความปลอดภัยระดับห้าดาวเพื่อเปิดโปงความเน่าเฟะของมินตราในครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงอย่างงดงามอย่างไร้ที่ติ “หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะคะคุณมินตรา ไหนเมื่อครู่ยังปากเก่งว่าจะไล่คนอื่นออกให้ออกจากตึกนี้ไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมตอนนี้ถึงได้สั่นเป็นเจ้าเข้าล่ะคะ หรือว่าความจริงมันร้อนจนลวกหน้าเข้าแล้ว” รินรดาลอยหน้าลอยตาเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงกวนประสาท แต่น้ำเสียงนั้นกลับทรงพลังจนมินตราได้แต่อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก “รินรดา! แก… แกเป็นคนทำใช่ไหม อีโปรแกรมเมอร์ชั้นต่ำ!” มินตรากรีดร้องสุดเสียง พยายามจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะเฉียดชายเสื้อ ร่างของเธอก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองนายรวบตัวไว้ตามคำสั่งเฉียบขาดที่เพิ่งลั่นวาจาออกมา คีย์ ธันวา ซีอีโอหนุ่มผู้เงียบขรึมและเย็นชามาตลอดการประชุม ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปแผ่บรรยากาศกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจนทั้งห้องเงียบกริบ แม้แต่เสียงหายใจยังแทบไม่ได้ยิน แว่นกรอบทองสะท้อนแสงไฟนีออนวับวาว ซ่อนแววตาดุดำมืดที่จ้องมองมินตราประหนึ่งมองมดปลวก “บริษัทของเราไม่ต้อนรับคนไร้ความสามารถ และยิ่งไม่ต้อนรับ ‘อาชญากร’ ที่เกาะบริษัทกิน เชิญออกไปจากที่นี่… ก่อนที่ฉันจะแจ้งข้อหาหนักมากกว่าแค่ไล่ออก” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบขาดราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้มินตราเข่าทรุดฮวบทันที เธอถูกหิ้วปีกออกไปจากห้องประชุมท่าเสียงซุบซิบนินทาและเสียงปรบมือประชดประชันของผู้ถือหุ้น ประตูห้องประชุมปิดลง ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง รินรดาระบายลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก ความตึงเครียดที่แบกรับมาตลอดหลายสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา เธอหันไปเก็บข้าวของลงกระเป๋าเป้คู่ใจเตรียมตัวจะเดินกลับแผนกไอเดียของตัวเอง ทว่าเสียงทุ้มของคนที่ยืนอยู่หัวโต๊ะประชุมก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน “เดี๋ยว” รินรดาชะงัก หันกลับไปมองคีย์ที่ตอนนี้เดินเข้ามาใกล้เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงโปร่งยืนประจันหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารสะอาดๆ เป็นเอกลักษณ์ แววตาที่เคยเรียบเฉยเย็นชาเมื่อครู่ ตอนนี้กลับมีความอ่อนโยนบางเบาซ่อนอยู่ลึกๆ จนคนมองรู้สึกใจกระตุกอย่างประหลาด “มีอะไรคะท่านซีอีโอ จะมาทวงค่าเสียหายเรื่องระบบที่โดนเจาะเหรอคะ หรือจะไล่ฉันออกเป็นรายต่อไป?” รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วถามด้วยความเคยชิน แม้ในใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะกับสายตาที่เขากำลังมองมา คีย์ไม่ได้ตอบคำถามกวนๆ นั้นทันที นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมขึ้นมาอย่างช้าๆ จนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายแข็งทื่อ ขยับหนีไปไหนไม่ได้เมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของเขาแตะเบาๆ ที่บริเวณมุมผมด้านซ้ายของเธอ เขี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยจากการทำงานอย่างหนักหน่วงตลอดคืนให้ทัดหูอย่างเบามือที่สุด สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาสมองอันปราดเปรื่องของโปรแกรมเมอร์สาวอัจฉริยะชัตดาวน์ไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง เธอมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ มุมปากของเขาไม่ได้ยิ้มกว้าง แต่ดวงตาคู่นั้น… มันไม่ได้เยียบเย็นเหมือนเคย มันฉายความห่วงใยและความอ่อนโยนออกมาอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก “ทำงานหักโหมจนหน้าซีดกว่ายัยคนนั้นอีกนะ… รู้ตัวบ้างหรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา ชิดริมหูจนขนลุกซู่ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่บังเอิญโดนแก้มเนียนทำเอาเลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านไปถึงใบหู รินรดารู้สึกเหมือนแก้มของตัวเองกำลังร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยแดงระเรื่อที่เผลอแสดงออกมา “วะ… ว่าฉันทำไมคะ ฉันก็แค่นักสู้ชีวิตคนหนึ่ง ไม่ได้คุณหนูไฮโซเอาแต่ใจสักหน่อย” รินรดาแก้ตัวเสียงตะกุกตะกัก ไม่เหลือมา1ดความมั่นใจและฝีปากจัดจ้านที่เพิ่งใช้ฟาดฟันคนอื่นไปเมื่อกี้เลยสักนิด มือเล็กพยายามดึงสายกระเป๋าเป้แน่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า คีย์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและมีเสน่ห์เหลือเกินจนรินรดาเกือบจะลืมหายใจ เขาถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่าง แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าของเธอ “วันนี้ทำได้ดีมาก… ยัยโปรแกรมเมอร์จอมแสบ” คีย์เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ปล่อยให้เธอต้องมารับมือกับเรื่องปวดหัวพวกนี้ เย็นนี้… ฉันอนุญาตให้เธอเลือกสั่งอาหารอะไรก็ได้ในโลกนี้ โดยที่ฉันจะเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด ห้ามปฏิเสธด้วย เพราะฉันถือว่านี่คือคำสั่งงานด่วน” รินรดากะพริบตาปริบๆ สมองที่รวนไปหมดเริ่มประมวลผลคำชวนที่ฟังดูคล้ายการเดตกลายๆ นี้ “นี่ท่านซีอีโอ… เลี้ยงข้าวลูกน้องแบบนี้ ระวังฉันจะสั่งเมนูแพงที่สุดในเมืองจนกระเป๋าฉีกนะคะ!” “ลองดูสิ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่ากระเป๋าเงินของประธานบริษัทนี้จะบางลงเพราะผู้หญิงคนเดียวได้สักแค่ไหน” คีย์ยิ้มมุมปาก ท่าทีขี้เล่นแบบนั้นทำเอารินรดารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะไปหลายริกเตอร์ ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชวนจิ้น จู่ๆ หน้าจอสมาร์ตโฟนในมือของเจย์ที่ยืนอยู่ไกลออกไปก็สั่นสะยอนพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับสีแดงดังลั่นห้องประชุมอีกครั้ง เจย์หน้าถอดสี รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาทั้งสองคนทันที “ริน! ท่านซีอีโอ! ชิบหายแล้วครับ! ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัทกำลังโดนเจาะจากภายนอก… ไม่ใช่แค่แฮกธรรมดา แต่เป็นไวรัสเรียกค่าไถ่ระดับสูงที่ตั้งเวลาบล็อกข้อมูลทั้งหมดภายในสามนาทีนี้!” คีย์หันขวับ สีหน้าเปลี่ยนกลับมาเป็นความเย็นชาและเฉียบคมในเสี้ยววินาที รินรดาเองก็แววตาเปลี่ยนเป็นโหมดนักสู้ทันทีเช่นกัน ทั้งคู่สบตากันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่คีย์จะคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่นแล้วออกวิ่งพุ่งตรงไปยังห้องควบคุมระบบไอทีใจกลางตึกโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นนะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเนิร์ดกับยัยโปรแกรมเมอร์จอมแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%