“ถ้าคุณยังมองโต๊ะทำงานผมด้วยสายตาพิพากษาแบบนั้นอีกสักวิีนาทีเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล และผมจะคิดค่าลิขสิทธิ์สายตาคู่คมๆ ของคุณเป็นรายชั่วโมงนะครับ คุณเรย์”
เสียงทุ้มติดจะหงุดหงิดนิดๆ ของพายุ ดังแทรกผ่านความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมห้องทำงานดีไซน์เนอร์ในยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย นับตั้งแต่บุคคลที่สามก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง โครงสร้างความตึงเครียดที่เคยก่อตัวขึ้นระหว่างสถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบกับดีไซน์เนอร์สุดแนว กลับถูกบีบอัดให้แน่นขนัดยิ่งกว่าเดิมด้วยรัศมีกดดันที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงโปร่งของเรย์
สถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งครัดในระเบียบแบบแผนไม่ได้ขยับเขยื้อนหนี ร่างในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มยืนค้ำโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษสเกตช์ สมุดแพนโทน และตัวอย่างวัสดุหลากเฉดสี สายตาคมกริบกวาดมองท่าทางแนบชิดเมื่อครู่ระหว่างพายุกับเมฆที่เพิ่งผละตัวออกไปยืนเว้นระยะห่างอย่างรู้หน้าที่
เรย์แค่นเสียงในลำคอเบาๆ เป็นเชิงหยัน ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะปรายตามองเจ้าของห้องที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หมุนตัวเก่ง ท่าทีอีกฝ่ายช่างเย่อหยิ่งและไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ สมกับฉายาดีไซน์เนอร์ขวางโลกที่ใครต่อใครต่างขนานนาม แต่วันนี้... เรย์กลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าความกวนประสาทนั้น
“ผมไม่ได้สนใจโต๊ะทำงานรกๆ ของคุณหรอกครับ พายุ” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความดุดันและเฉียบคมดั่งเหล็กกล้า “แต่ผมสนใจว่า สมองที่คุณใช้จัดลำดับความสำคัญของงาน กับสมองที่คุณใช้หาเรื่องเถียงผมน่ะ อันไหนมันทำงานเร็วกว่ากันแน่”
พายุหรี่ตาลงเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะแบบที่เห็นทีไรก็ชวนให้เรย์อยากจะยื่นมือไปหยิกเสียให้เข็ด “ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะครับ คุณชายสถาปนิก ร้อนรึไงครับ หรือว่ากลัวโปรเจกต์นี้จะพังคามือจนต้องมาเดินตรวจตราความเรียบร้อยถึงถิ่นผมดึกดื่นแบบนี้”
“ผมไม่เคยกลัวอะไรที่อยู่ในการควบคุม” เรย์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอีกก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยเข้าแตะนาสิก “แต่สิ่งที่ไม่อยู่ในควบคุม... และกำลังทำให้ผมรำคาญใจจนเสียสมาธิ ก็คือตัวคุณเองต่างหาก”
ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงไปถนัดตา เมฆ ซึ่งยืนเป็นสักขีพยานอยู่มุมห้องรีบกระแอมเบาๆ แล้วก้าวถอยหลังออกไปเงียบๆ อย่างรู้จังหวะ ทิ้งให้สองหนุ่มยืนเผชิญหน้ากันลำพังท่ามกลางแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะ
เรย์ไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าคมคายของพายุเลยแม้แต่วินาทีเดียว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เขาเริ่มมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้? ปกติแล้ว เรย์เป็นคนประเภทที่มองโลกผ่านเส้นตารางสถาปัตยกรรม ทุกอย่างต้องขนาน ตั้งฉาก และมีเหตุผลรองรับ แต่ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขากลับพบว่าสายตาของตัวเองมักจะเผลอหลุดโฟกัสจากแบบแปลนอาคาร ไปหยุดอยู่ตรงรอยขมวดคิ้วยามที่พายุเครียดเรื่องการเลือกโทนสี หรือรอยยิ้มมุมปากที่อีกฝ่ายมักจะใช้เยาะเย้ยเขาเวลาที่เถียงกันชนะ
พายุขยับตัวเล็กน้อย ความดื้อรั้นในดวงตาสีเข้มฉายชัดขึ้น “รำคาญผมเหรอครับ? งั้นก็เชิญกลับเพนต์เฮาส์หรูหราของคุณไปสครับความเอนเอียงในสมองให้สะอาดเรียบร้อยสิครับ ใครบังคับให้คุณต้องมานั่งทนมองหน้าผมอยู่ตรงนี้ล่ะ”
“นั่นสินะครับ ใครบังคับ...” เรย์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เบาลง แต่น้ำหนักของคำพูดกลับหนักอึ้ง เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจาเชือดเฉือนเหมือนเคย ดวงตาคู่คมจดจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก พายุไม่ใช่คนเรียบร้อย พายุไม่เคยทำตามกฎเกณฑ์ที่เขาวางไว้ และพายุคือความวุ่นวายที่เข้ามาพลิกคว่ำโลกอันสมบูรณ์แบบของเขาจนพินาศย่อยยับ
แต่แปลก... ที่เขากลับไม่รู้สึกอยากจะจัดระเบียบมันใหม่อีกต่อไปแล้ว
เรย์ยื่นมือหนาลงไปแตะขอบโต๊ะทำงาน ใกล้กับสมุดสเกตช์ที่เปิดคาไว้ นิ้วเรียวยาวแตะลงบนมุมกระดาษ ปลายนิ้วสัมผัสโดนปลายนิ้วของพายุที่ชักกลับแทบไม่ทัน ความอุ่นซ่านที่ผ่านผิวสัมผัสเพียงเสี้ยววินาทีทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“คุณเป็นพายุสมชื่อจริงๆ นะครับ” เรย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาสะท้อนภาพร่างโปร่งตรงหน้าอย่างชัดเจน “พายุที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตผม... จนผมแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าความสงบเรียบร้อยก่อนหน้านี้มันหน้าตาเป็นยังไง”
พายุชะงักไป ดวงตาสีเข้มไหววูบชั่วขณะหนึ่ง รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความเงียบงันที่เข้ามาทำหน้าที่แทนคำตอบ หัวใจของดีไซน์เนอร์หนุ่มกระหน่ำเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งด้วยจังหวะที่ไม่คุ้นเคย ประโยคเรียบๆ แต่นัยน์ตากลับลึกซึ้งเกินต้านทานของเรย์ ทำให้กำแพงความหยิ่งทะนงที่พายุสร้างไว้รอบตัวสั่นคลอนอย่างรุนแรง
“คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย เรย์” พายุเสมองไปทางอื่น พยายามกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานขึ้นมาจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า “เลิกพูดจาแปลกๆ แล้วก็ถอยออกไปได้แล้ว ผมจะทำงานต่อ”
“ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ” เรย์ไม่ยอมถอย เขากลับโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟจางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของคนฟัง “ผมกำลังสังเกตคุณ... สังเกตมากกว่าเรื่องงาน มากกว่าเรื่องดีไซน์ และมากกว่าที่ผมเคยอนุญาตให้ใครเข้ามามีอิทธิพลกับความคิดของผม”
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอาพายุถึงกับลมหายใจสะดุด สมองที่เคยแล่นฉิวด้านการออกแบบกลับว่างเปล่าสนิท ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนตื่นตระหนก มือที่ถือดินสออยู่สั่นน้อยๆ จนต้องกำมันไว้แน่นเพื่อซ่อนความประหม่า
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ถูกดึงให้ตึงเครียดและอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานไปไกลโข เคมีที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กต่างขั้วกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ แต่น่ากลัว... น่ากลัวว่ามันจะระเบิดออกในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบงันและสลายมนต์สะกดทั้งหมดลงในพริบตาเดียว เรย์และพายุผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน
ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออก พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างและแฟ้มเอกสารในมือ โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่า... การปรากฏตัวของเขาในเวลานี้ จะเป็นตัวจุดชนวนให้ปมปัญหาที่ซ่อนอยู่ระเบิดออกอย่างไร้ทางเลี่ยง!
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนงานเขียนชิ้นนี้ด้วยดีเสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 23
ความรู้สึกที่เริ่มชัด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!