"ถ้าคุณยังลากเส้นมั่วซั่วแบบนี้ โปรเจกต์นี้คงได้กลายเป็นเล้าไก่ก่อนจะถึงมือลูกค้าแน่ คุณพายุ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจกระแทกกระทั้นลงบนผืนกระดาษไขแผ่นใหญ่ เรย์ยืนค้ำโต๊ะเขียนแบบตัวยาวในสตูดิโอ ปลายดินสอในมือของเขาถูกกดลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงเบาๆ แต่คมชัด ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองเส้นสายลายมือของคนตรงข้ามด้วยความรู้สึกเหลืออด
เรย์หน้าถอดสีทันที สมองอื้ออึงราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบซ้ำ เมื่อเห็นสเกตช์ภาพคอนเซ็ปต์ล่าสุดที่พายุเพิ่งตวัดปากกาลงไป มันไม่ใช่แค่แหวกแนว แต่มันคือการท้าทายตรรกะทางสถาปัตยกรรมทุกบทเรียนที่เขาเคยร่ำเรียนมา
พายุไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ร่างโปร่งในเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาสีเข้มมองตอบด้วยแววตาท้าทาย มุมปากหยักยกยิ้มกวนประสาทที่พร้อมจะแผดเผาความเยือกเย็นของสถาปนิกระเบียบจัดให้มอดไหม้ในพริบตา
"เล้าไก่รสนิยมสูงต่างหากที่คุณสถาปนิกผู้ดีเก่าอย่างคุณไม่มีวันเข้าใจ" พายุสวนกลับทันควัน น้ำเสียงยียวนพอกัน "อย่าเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจำสูตรในตำราสิครับคุณเรย์ โลกข้างนอกมันหมุนไปไกลกว่าตารางกริดน่าเบื่อๆ ของคุณตั้งนานแล้ว"
โต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้องกลายเป็นสนามรบขนาดย่อม กองกระดาษแปลน แผ่นสีตัวอย่าง และแท่งดินสอฟูจิหลากเบอร์กระจัดกระจายราวกับผ่านสงครามย่อยๆ เมฆที่นั่งสุมหัวอยู่มุมห้องแอบลอบถอนหายใจยาวนาน พลางยกกาแฟขึ้นจิบเงียบๆ ปล่อยให้มวยคู่เอกเปิดศึกน้ำลายใส่กันอีกยกตามคาด
เรย์สูดหายใจเข้าลึกระงับอารมณ์ เขารู้ดีว่าเถียงกับคนประเภทนี้มีแต่จะเปลืองน้ำลาย สิ่งเดียวที่จะสยบความกวนประสาทของพายุได้คือ "ผลงาน" ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
"ถ้าคิดว่าแน่จริงก็ลุกขึ้นมา แล้วพิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับว่า 'เล้าไก่' ของคุณมันจะกลายเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซได้ยังไง ไม่ใช่เอาแต่พ่นคำพูดสวยหรูไปวันๆ" เรย์ท้าทายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ พลางขยับตัวเข้าไปใกล้พื้นที่ฝั่งตรงข้าม
พายุแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองท่าทางเอาจริงเอาจังของคนตรงข้ามแล้วใจกระตุกวูบอย่างประหลาด รอยยิ้มกวนๆ เลือนหายไปจากใบหน้า กลาย เป็นความจริงจังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดแบดบอย
"ได้สิครับ คุณชายสถาปนิก มาดูกกันว่าระหว่างความเละเทะที่มีศิลปะของผม กับความแข็งทื่อไร้หัวใจของคุณ อันไหนมันจะชนะ"
ว่าแล้วพายุก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะเขียนแบบตัวเดียวกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ไหล่กว้างของทั้งสองเบียดเสียดกันเล็กน้อยยามที่ต้องโน้มตัวลงไปโฟกัสกับแปลนร่างตรงหน้า กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกซึมลอยอบอวลอยู่รอบตัว สร้างบรรยากาศที่ชวนให้หายใจติดขัดอย่างน่าประหลาด
เรย์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนอาการประหม่าชั่วขณะ เขาตวัดปลายดินสอลงบนกระดาษเพื่อแก้โครงสร้างเส้นหลักให้มีความแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม ขณะที่พายุใช้มือข้างหนึ่งกดกระดาษไว้ อีกข้างถือปากกาเมจิกสีเข้มแต้มลงบนจุดเชื่อมต่อระหว่างห้องนั่งเล่นและสวนภายใน
"ตรงนี้... ถ้าเราทุบผนังทึบออกแล้วใส่กระจกบานเปลือยแบบไร้กรอบ แสงธรรมชาติจะสาดเข้ามาทาบกับผนังปูนเปลือยที่คุณออกแบบพอดี มันจะเกิดมิติของเงาที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน" พายุดึงมือเข้าใกล้เรย์มากขึ้นจนปลายนิ้วเกือบแตะกัน น้ำเสียงที่เคยใช้ประชดประชันเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความจริงจังและนุ่มทุบจนน่าใจหาย
เรย์ชะงัก ปลายดินสอหยุดนิ่งกลางอากาศ ดวงตาสคมกวาดมองตามจุดที่พายุเพิ่งวาดลงไป ความคิดในหัวของสถาปนิกหนุ่มแล่นฉิวด100ไมล์ต่อชั่วโมง ภาพในจินตนาการเริ่มผสานโครงสร้างอันแข็งแกร่งเข้ากับอารมณ์และแสงเงาที่พายุเสนออย่างลงตัว มันไม่ใช่เล้าไก่... แต่มันคือความงดิบเถื่อนที่งดงามอย่างไร้ที่ติ
"อืม..." เรย์ครางรับในลำคอโดยไม่รู้ตัว "ถ้าเพิ่มระแนงเหล็กสีดำด้านตรงมุมนั้น เพื่อกรองแสงแดดช่วงบ่ายไม่ให้ร้อนเกินไป..."
"ก็จะไม่เสียฟังก์ชันการใช้งาน และยังได้สุนทรียศาสตร์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว" พายุต่อประโยคให้ทันที ดวงตาคมประสานเข้ากับดวงตาของเรย์พอดิบพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินเข้าหากันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่ไม่ได้มาจากอากาศ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ เสียงเมฆขยับตัวที่มุมห้องเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นระรัวอยู่ในอกอย่างบ้าคลั่ง เรย์ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าตัวเองกำลังจ้องมองริมฝีปากของคนที่ยืนอยู่ข้างกายโดยไม่รู้ตัว
พายุเองก็ไม่ได้ขยับหนี สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่สันจมูกโด่งเป็นสันไปจนถึงริมฝีปากบางเฉียบที่มักจะเอ่ยคำพูดกัดเจ็บอยู่เสมอในยามปกติ แต่วินาทีนี้... มันกลับดึงดูดสายตาของเขาเสียจนละไปไหนไม่ได้
"คุณนี่..." พายุกระซิบเสียงพร่า แววตาไหววูบชั่วขณะ "เวลาตั้งใจทำงาน... ก็น่ามองกว่าที่คิดนะครับ"
เรย์ได้สติ รีบเบือนหน้าหนีกลับมาที่กระดาษแปลนทันที ใบหูขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด แม้พยายามจะรักษาฟอร์มขรึมแค่ไหน แต่หัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอกนั้นปฏิเสธไม่ได้เลย
"ตั้งใจทำงานไปครับคุณพายุ อย่ามานอกเรื่อง" เรย์พยายามดึงเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ปลายนิ้วที่ถือดินสจะสั่นระริกเล็กน้อยก็ตาม
"ผมก็ทำงานอยู่นี่ไงครับ กำลังดีไซน์... อนาคตของเราอยู่" พายุกระซิบประโยคหลังเบาหวิว ชนิดที่คนฟังเกือบจับใจความไม่ได้ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของเรย์อย่างชัดเจน
ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากสวนกลับอะไรเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นสองครั้งติดๆ กัน ตามด้วยการบิดลูกบิดเปิดเข้ามาอย่างไร้มารยาทของใครบางคน
ประตูกระจกบานเลื่อนถูกผลักเปิดออกกว้าง ร่างสูงโปร่งของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคลือบด้วยความเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด
"โอ๊ะ... ผมขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับสายตาคมกริบที่กวาดมองท่าทางแนบชิดของเรย์และพายุบนโต๊ะทำงานอย่างจับผิด รอยยิ้มบนใบหน้านั้นไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งสร้างความระอุและความตึงเครียดให้พุ่งสูงขึ้นในพริบตาเดียว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของ แบล็กสมิธในตำนาน ครับ
เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 22
งานออกแบบชิ้นเอก
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!