"ถ้าคุณยังแก้เส้นสัดส่วนบ้าๆ นี่ไม่ได้ภายในสามนาที ผมจะโยعโปรเจกต์นี้ลงถังขยะแล้วให้คุณไปเขียนแบบบ้านสุนัขแทน เรย์"
น้ำเสียงทุ้มห้วนที่เจือความหงุดหงิดจงใจกระแทกกระทั้นลงมาตรงโสตประสาท เรย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต เขารู้ดีว่าเสียงนั้นเป็นของใคร—พายุ ดีไซน์เนอร์หนุ่มมาdกวนผู้ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นขนานกับความเป๊ะของเขาทุกตารางนิ้ว ในมือของอีกฝ่ายถือแก้วกาแฟดำส่งกลิ่นคั่วเข้มคละคลุ้ง พร้อมกับเอกสารแบบแปลนที่ถูกม้วนเป็นแท่งทรงกระบอกพร้อมฟาดหัวคนได้ทุกเมื่อ
เซฟเฮาส์ในป่าโปร่งที่พวกเขาต้องรับผิดชอบร่วมกันกำลังเดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายก่อนส่งมอบ แต่ความตึงเครียดระดับสิบก็พุ่งทะยานยิ่งกว่ากราฟหุ้นช่วงขาขึ้น เรย์ขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นภายใต้แสงไฟนีออนสีนวลของห้องทำงาน ปลายนิ้วเรียวยังคงจรดปากกาไอแพดแก้เส้นโครงสร้างที่ถูกพายุติเตียนว่า "แข็งกระด้างไร้ชีวิตชีวา" เป็นรอบที่สี่ของวัน
"ถ้าคุณมีเวลาว่างมาเดินวนเวียนพ่นพิษใส่ผมเหมือนสุนัขบ้า ทำไมไม่เอาเวลาไปเลือกเฉดสีผนังห้องนั่งเล่นที่ยังเถียงกันไม่จบเสียทีล่ะครับ คุณพายุ" เรย์สวนกลับทันควันโดยไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตตวัดขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นดุดันและพยศเสียจนคนมองต้องแค่นتหัวเราะในลำคอ
"ปากดีแบบนี้ค่อยน่าแกล้งหน่อย"
พายุโยนม้วนกระดาษแบบแปลนลงบนโต๊ะทำงานของเรย์เสียงดัง *ปัง!* จนกระดาษกระจาย ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะจนเรย์ต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นไอความชื้นของฝนตกนอกหน้าต่างลอยเข้ามาแตะจมูก เรย์ชะงักไปชั่วขณะ
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาผ่านศึกหนักมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน จากความเกลียดขี้หน้าในวันแรก พัฒนามาเป็นความคุ้นชิน และตอนนี้... มันกำลังเปลี่ยนรูปเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่เรย์พยายามปัดตกไปทุกครั้งที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ
"ถอยไปไกลๆ เลยครับ ผมหายใจไม่ออก" เรย์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดันไหล่กว้างของอีกฝ่ายออก แต่มือหนากลับคว้าข้อมือของเขาไว้ รั้งเบาๆ แต่แน่นหนาจนขยับหนีไม่ได้
พายุไม่ยอมถอย ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการวาดลวดลายบนผืนผ้าใบมานักต่อนัก เอื้อมมาแตะที่ปลายคางของเรย์อย่างถือวิสาสะ บังคับให้สถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ แววตาดุดันขวางโลกเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายความอ่อนโยนที่หาดูได้ยากจนเรย์เผลอกลั้นหายใจ
"เก่งนักนะเรย์... เก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องดูแลตัวเอง" พายุพึมพำเสียงต่ำ ทอดสายตามองขอบตาดำคล้ำเล็กน้อยจากการโหมงานหนักติดต่อกันสามคืนของคนตรงหน้า "นายคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องจักรหรือไง? แก้แบบวนไปวนมาจนหน้าซีดเป็นกระดาษ A4 แบบนี้ คิดว่าฉันไม่เห็นเหรอว่านายไม่ได้นอนมาตั้งแต่เมื่อวาน"
เรย์ชะงัก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกระตุกวูบ คำพูดถากถางเมื่อครู่หายลายกลายเป็นความเงียบงันที่เข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัว ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับสัปดาห์ ราวกับรอจังหวะนี้เพื่อพังทลายกำแพงที่เรย์สร้างขึ้นมาป้องกันตัวเอง เขานิ่งงั้น ปากที่เคยเก่งกาจโต้เถียงกลับเม้มเข้าหากันแน่นอย่างไร้คำพูด ความสมบูรณ์แบบที่เขาแบกรับไว้บนบ่า มันหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะบอกใคร แต่พายุกลับมองทะลุผ่านมันเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
"ผมต้องทำให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด..." เรย์กระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดหล่นหายเหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ "ถ้าโปรเจกต์นี้พัง... ความพยายามทั้งหมดของพวกเราก็จะสูญเปล่า"
พายุถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่ายกับความหัวรั้นของคนตรงหน้า เขารู้ดีว่าเรย์เกลียดความผิดพลาดแค่ไหน และนั่นคือเหตุผลที่เขาต้องเข้ามาแทรกแซงในแบบของตัวเอง
หมับ!
ร่างสูงดึงเรย์ให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว เรย์อุทานเบาด้วยความตกใจ มือเรียวรีบยันอกแกร่งไว้ตามสัญชาตญาณ "คุณพายุ! ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยผมนะ!"
"เลิกดิ้นแล้วฟังให้ดีนะเรย์" พายุโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มขาว "เซฟเฮาส์หลังนี้ไม่ใช่ของนายคนเดียว แต่มันเป็นของ *เรา* ความผิดพลาดบ้าบออะไรนั่น ฉันกับนายช่วยกันรับผิดชอบอยู่แล้ว นายไม่ต้องแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวเข้าใจไหม?"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ไดอะล็อกและสัมผัสอุ่นวาบจากฝ่ามือที่โอบกระชับรอบเอว ทำให้เรย์รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความแข็งกร้าวที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างดื้อรั้น เป็นครั้งแรกที่เรย์ไม่คิดจะอ้าปากเถียงกลับ เพราะคำพูดทุกคำของพายุมีน้ำหนักมากพอที่จะทลายความโดดเดี่ยวในใจเขาลงได้ราบคาบ
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย..." เรย์พึมพำเสียงสั่น หลบสายตาคมกริบคู่นั้นด้วยความเขินอายที่พุ่งพล่านจนใบหน้าร้อนผ่าว
"ไม่ได้พูดเล่น" พายุอมยิ้มมุมปาก นิ้วมือข้างหนึ่งเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ "และเพื่อเป็นการให้กำลังใจสถาปนิกคนเก่ง... ฉันสั่งกาแฟโปรดกับเค้กช็อกโกแลตเข้มข้นมาส่งแล้ว อีกห้านาทีของจะถึง เลิกจ้องหน้าจอแล้วไปล้างหน้าซะ นายต้องกินข้าว ไม่งั้นฉันจะอุ้มลงไปกินข้างล่างจริงๆ ด้วย"
"คุณนี่มัน..." เรย์กัดริมฝีปาก ส่งค้อนวงใหญ่ให้คนเอาแต่ใจ แต่ในใจกลับเต้นระรัวจนควบคุมไม่อยู่ เคมีที่ผสมผสานระหว่างความซึนและความใส่ใจแบบดิบๆ ของพายุ ทำให้เขารู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่เคยคิด
บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและอบอวลไปด้วยความหวานที่เคลือบความกวนประสาทไว้ได้อย่างลงตัว เรย์กำลังจะอ้าปากเอ่ยแซะกลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ทว่า...
*กริ๊งงงง!*
เสียงกริ่งประตูออฟฟิศดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเปิดประตูกระแทกดังปังอย่างไม่มีมารยาท
"พายุ! เรย์! พวกนายยังไม่ตายกันใช่ไหม? แย่แล้วโว้ย!"
เสียงตะโกนลั่นของ 'เมฆ' เพื่อนสนิทพายุที่ควบตำแหน่งผู้ช่วยโปรเจกต์ดังแทรกเข้ามา พร้อมกับร่างท้วมที่วิ่งหน้าตาตื่นถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอเรืองแสงพุ่งเข้ามาในห้องทำงานโดยไม่เคาะประตู
พายุขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ขณะที่เรย์รีบผละออกจากอ้อมแขนของอีกฝ่ายทันทีด้วยความตกใจ เมฆหยุดยืนหอบแฮกอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งคู่ สีหน้าซีดเผือกจนผิดปกติ
"เกิดอะไรขึ้นวะไอ้เมฆ ทำหน้าเหมือนเห็นผี" พายุถามเสียงห้วนด้วยความไม่สบอารมณ์
เมฆกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ชูหน้าจอโทรศัพท์มือถือสั่นๆ ให้ทั้งคู่ดู "ไม่ใช่ผี... แต่ลูกค้าหลักของเซฟเฮาส์เรา โทรมาแจ้งยกเลิกสัญญาโปรเจกต์นี้แบบกะทันหันแล้ว!"
เรย์หน้าถอดสีทันที สมองอื้ออึงราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบซ้ำ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 21
แรงสนับสนุน
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!