เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของเมฆดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศที่ตึงเครียดเสียจนออกซิเจนแทบหมดไปจากห้องทำงาน ร่างโปร่งบางของเพื่อนสนิทพายุยืนพิงกรอบประตู มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบอกราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมาจากสนามรบ สายตาที่กวาดมองมาระหว่างพายุกับเรย์เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามกลืนกินลงคอ
"มึง... สองคนหยุดสงครามประสาทกันก่อนเถอะวะ" เมฆละล่ำละลักพูด พยายามสูดอากาศเข้าปอด "ข้างล่างตึก... มีเรื่องใหญ่แล้ว"
พายุขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดจากการถูกขัดจังหวะแล่นพล่านขึ้นมาบนสันจอก "เรื่องใหญ่บ้าอะไรของมึง เมฆ? หอบมาซะขนาดนี้ นึกว่าหนีตำรวจมา"
"ไม่ใช่ตำรวจ... แต่เป็นพ่อของเรย์"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิภายในห้องที่เคยอุ่นด้วยความระอุของอารมณ์ คล้ายถูกสาดด้วยน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที
เรย์ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะทำงานชะงักกึก สีหน้าที่เคยเรียบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาหรี่แคบลงอย่างระแวดระวัง สันกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น กล้ามเนื้อทุกส่วนบนแผ่นหลังตึงเกร็งขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ
"เขามาทำไม" น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เจือปน แต่มันกลับสั่นน้อยๆ ตรงปลายเสียงที่เจ้าตัวพยายามควบคุมอย่างสุดกำลัง
"กูไม่รู้รายละเอียดว่ะ" เมฆส่ายหัวพรืด สีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน "แต่ท่าทางไม่ดีเลยว่ะเรย์ เขานั่งรออยู่ในรถตู้สีดำตรงลานจอดรถข้างล่าง มีบอดี้การ์ดสูทดำยืนล้อมรถอยู่สองสามคน พอคนข้างล่างถาม เขาบอกว่ามาตามลูกชายกลับบ้าน... สายตานี่คือน่ากลัวมาก กูเห็นแล้วยังขนลุก"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว ทว่าบรรยากาศกลับกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
พายุกวาดตามองใบหน้าด้านข้างของเรย์ที่ตอนนี้ไร้สีเลือด แววตาที่เคยฉายความเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจ บัดนี้กลับมีเงาความหวาดกลัวบางอย่างพาดผ่าน—ความหวาดกลัวแบบที่คนปากแข็งพยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะเหล็กหนา
ร่างสูงของดีไซน์เนอร์หนุ่มขยับเข้าไปใกล้เรย์โดยไม่รู้ตัว มือเรียวยื่นไปแตะที่ข้อศอกของอีกฝ่ายเบาๆ สัมผัสนั้นแฝงความนุ่มนวลที่เจ้าตัวมักไม่ค่อยแสดงออกให้ใครเห็น
"ไหวไหม" พายุกระซถามเสียงต่ำ ทุ้มนุ่ม และปราศจากความกวนประสาทอย่างทุกที
เรย์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกสัมผัส เขาหันมาสบตากับพายุ แววตาไหววูบชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยกำแพงความเย่อหยิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอ
"ฉันไม่ได้เป็นอะไร" เรย์ปัดแขนพาเลี่ยงออกเบาๆ น้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา "เรื่องแค่นี้ ฉันจัดการเองได้"
"จัดการบ้าอะไร หน้ามึงซีดเป็นกระดาษทิชชูเปียกน้ำอยู่แล้วเนี่ยนะ" พายุสวนกลับทันควัน ความเป็นห่วงที่ถูกห่อหุ้มด้วยวาจาขวานผ่าซากพรั่งพรูออกมา "ไม่ต้องมาทำเก่งเลยเรย์ คนระดับนั้นเขามาถึงที่นี่ แปลว่าเรื่องมันไม่จบแค่การคุยกันดีๆ แน่"
"แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง หลบอยู่ข้างหลังนายแล้วทำตัวน่าสมเพชงั้นเหรอ?" เรย์หันขวับมาตอกกลับ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความถือดี "นี่มันเรื่องครอบครัวของฉัน พายุ!"
"เออ! รู้ว่าเรื่องของครอบครัว แต่นี่มันห้องทำงานฉัน ร้านฉัน! และมึงก็ยืนหัวโด่อยู่ในเซฟเฮาส์ของกู!" พายุขึ้นเสียงบ้าง ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดเมื่อเห็นอีกฝ่ายดื้อรั้นไม่เข้าเรื่อง "ถ้าเขาจะมาพังข้าวของหรือลากตัวมึงไปไหน ฉันในฐานะเจ้าของสถานที่ก็มีสิทธิ์รู้และมีสิทธิ์เผือกเว้ย!"
ทั้งสองยืนจ้องหน้ากันเขม็ง ประกายไฟแห่งความดื้อรั้นปะทะกันเปรี๊ยะปร๊ะกลางอากาศ ราวกับแมวป่าสองตัวที่พร้อมจะข่วนกันได้ทุกเมื่อหากมีใครขยับตัวผิดจังหวะ
เมฆที่ยืนอยู่ตรงกลางกระแอมไอเบาๆ อย่างอึดอัด "เอ่อ... คือ กูว่าพวกมึงพักก่อนดีไหมวะ ปล่อยให้มันดราม่าใส่กันทีหลังเถอะ ตอนนี้ไอ้คุณพ่อมหาภัยของเรย์เขากำลังเดินขึ้นมาบนตึกแล้วว่ะ"
"อะไรนะ?!" พายุและเรย์อุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะดังสะท้อนก้องมาจากบันไดหนעיไฟด้านนอก ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาถอยหลังสู่หายนะ เรย์สูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามรวบรวมเศษซากความมั่นใจที่กระจัดกระจายให้กลับมารวมกันเป็นรูปร่าง ขณะที่พายุขยับก้าวมาขวางหน้าเรย์ไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ—การปกป้องที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมถึงทำลงไป
ประตูกระจกบานใหญ่ของเซฟเฮาส์ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท
ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปปรากฏขึ้นที่กรอบประตู ใบหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากเรย์ราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งอำนาจและความเยือกเย็นที่สะสมมาทั้งชีวิต ดวงตาคมกริบกวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของลูกชายคนเก่ง
"ไง... เรย์ ไม่คิดเลยนะว่าหนีมาซ่อนตัวอยู่ในรูหนูแบบนี้ จะทำให้แกบินสูงขึ้นได้จริงๆ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น บรรยากาศในห้องดิ่งฮวบทันที ความกดดันแผ่ซ่านจนน่าอึดอัด เรย์กำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ขณะที่พายุหรี่ตามองผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง
ไม่มีใครยอมหลบสายตาใคร และความลับในอดีตที่เรย์พยายามฝังกลบไว้กำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาท่ามกลางสายตาของชายผู้เป็นจุดเริ่มต้นของแผลเป็นทั้งหมด
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวของพวกเขานะครับ
เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 20
ความทรงจำในอดีต
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!