เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 19

มื้อค่ำหลังเคลียร์งาน

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ผมไม่ได้ขอให้คุณมานั่งทำหน้าเป็นปูนปั้นทาสีแบบนี้ตอนกินข้าวหรอกนะครับคุณเรย์ ถ้าอาหารมันขัดหูขัดตาขนาดนั้น เชิญกลับไปแทะแบบแปลนในออฟฟิศของคุณเองจะดีกว่า" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของพายุ ดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์อินดัสเทリアルลอฟท์ แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟเอดิสันสะท้อนลงบนโต๊ะไม้สักหนาหนัก ขับเน้นบรรยากาศความเป็นส่วนตัวที่ชวนให้คนอึดอัดเสียมากกว่าจะผ่อนคลาย หลังจากพวกเขาทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับกองเอกสารและปัญหาหน้างานบานปลายมาทั้งวัน เรย์วางตะเกียบไม้ในมือลงบนจานกระเบื้องเคลือบด้วยจังหวะที่เป๊ะจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาตวัดมองหน้าดีไซน์เนอร์หนุ่มรุ่นน้องที่กำลังคีบเนื้อย่างเข้าปากด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ "ถ้าการกินอาหารในร้านที่จัดแสงผิดสัดส่วนและวางแปลนครัวได้ขัดหลักสรีรศาสตร์มันทำให้ผมอาหารไม่ย่อย ผมว่าคุณควรขอบคุณผมด้วยซ้ำที่อุตส่าห์ก้าวขาเข้าร้านนี้มาเป็นเพื่อนคุณตามคำสั่งของเจ้าเมฆมันนะครับ" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เจือความถือดีตามแบบฉบับสถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความสมบูรณ์แบบที่บกพร่อง พายุแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เขาวางตะเกียบลงบ้าง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ... คุณบอกว่าผมจัดแสงแย่ จัดแปลนครัวไม่ผ่าน แต่เชื่อไหมว่าไอ้ร้านที่ 'ผิดสัดส่วน' ในสายตาคุณเนี่ยแหละ ที่ทำให้ผมกับคุณหลุดพ้นจากความเครียดบ้าๆ ในออฟฟิศมานั่งหายใจโล่งๆ ได้สักที" พายุเว้นจังหวะ สายตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าตึงเครียดของเรย์ที่แม้จะพยายามผ่อนคลายแค่ไหน หัวไหล่หนาก็ยังคงเกร็งเครียดด้วยสัญชาตญาณของการควบคุมทุกอย่างรอบตัว "เลิกแบกโลกไว้บนบ่าสักวันมันไม่ทำให้คานตึกในหัวคุณพังลงมาหรอกครับ คุณเรย์" คำพูดนั้นทำเอาเรย์ชะงักไปชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงมุมร้านที่ช่วยกลบความอึดอัด เรย์ถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับกับตัวเองลึกๆ ว่าคำพูดของพายุไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด ตั้งแต่โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้น เขานอนไม่เต็มอิ่มมาหลายสัปดาห์ สมองประมวลผลเรื่องโครงสร้างและงบประมาณตลอดเวลา จนกระทั่งมานั่งอยู่ตรงนี้... ต่อหน้าดีไซน์เนอร์ปากจัดที่มักจะหาเรื่องมาเถียงเขาได้ไม่เว้นแต่ละวัน "ผมไม่ได้แบกโลก... ผมแค่รับผิดชอบในสิ่งที่ควรจะเป็น" เรย์เอ่ยเสียงอ่อนลงเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยคุ้นชินนัก ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ "แต่... ช่างมันเถอะ วันนี้ผมเหนื่อยเกินกว่าจะมาเถียงกับเรื่องทฤษฎีการออกแบบของคุณแล้ว" พายุหรี่ตามองท่าทีที่ยอมจำนนแต่โดยดีของอีกฝ่าย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับมีความนุ่มนวลแปลกประหลาดซ่อนอยู่จนเรย์ต้องเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนความรู้สึกประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก "งั้นก็กินซะครับ อาหารร้านนี้ถึงจะจัดแปลนไม่ถูกใจสถาปนิกผู้เคร่งระเบียบอย่างคุณ แต่เรื่องรสชาตินี่ผมกล้าเอาเกียรติของดีไซน์เนอร์เป็นเดิมพันเลยว่ามันยอดเยี่ยม" พายุเลื่อนจานอาหารจานเด่นมาตรงหน้าเรย์ การกระทำนั้นเรียบง่ายแต่กลับสร้างความอบอุ่นประหลาดในใจของคนมอง เรย์เหลือบมองจานอาหารสลับกับใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปิดกั้นและควบคุมมันมาตลอดเริ่มสั่นคลอน สถาปนิกผู้ยึดมั่นในกฎเกณฑ์อย่างเขา ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมานั่งใจเต้นแรงให้กับความดิบเถื่อนและอิสระเกินขอบเขตของดีไซน์เนอร์หนุ่มคนนี้ บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนผ่านจากความมาคุกลายเป็นความเงียบสงบที่น่าพึงพอใจ ทั้งคู่เริ่มพูดคุยกันเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากงาน ไดอะล็อกเชือดเฉือนถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ ที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาจากคนทั้งสอง จนกระทั่งมื้ออาหารดำเนินมาถึงช่วงท้าย พายุกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ แต่จังหวะนั้นปลายนิ้วของเขากลับสัมผัสโดนหลังมือของเรย์ที่เอื้อมมาหยิบแก้วพร้อมกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ความเย็นจากแก้วน้ำไม่สามารถดับความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาจากสัมผัสนั้นได้ ทั้งคู่ชะงักค้าง เรย์รีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก ขณะที่พายุนิ่งงั้น ดวงตาสคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเรย์ เนิ่นนาน... จนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง "เรย์..." เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากของพายุ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลงเหลือเพียงแค่คนสองคน เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เขารวบรวมสติกำลังจะอ้าปากเอ่ยทำลายความเงียบที่น่าหวาดหวั่นนี้ ทว่า... *เคร้ง!* เสียงผลักประตูกระจกหน้าร้านเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและน้ำเสียงคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา "คุณเรย์! คุณพายุ! แย่แล้วครับ! แบบแปลนเฟสสองที่เพิ่งส่งไปโดนตีกลับหมดเลย เจ้าของโครงการประกาศเปลี่ยนดีไซน์กะทันหันตอนนี้เลย!" เสียงหอบเหนื่อยของเมฆที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามากลางร้าน ทำให้คนทั้งคู่ต้องผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกัน สายตาของเรย์และพายุประสานกันอีกครั้งด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เรย์จะหันขวับไปมองหน้าเพื่อนสนิทของพายุด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายเพลิงแห่งความหัวเสีย โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะครับ — แบล็กสมิธในตำนาน
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%