เสียงเคาะโต๊ะกระจกนิรภัยดัง "ปัง!" สะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ ดึงสติทุกคนให้หลุดจากความตกตะลึง
บุคคลที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูไม่ใช่ใครอื่น—ทนายความมือหนึ่งของตระกูลเรย์ ผู้ชายในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับบรรยากาศรอบตัวได้ทันที
เรย์ขบกรามแน่น สันนูนขึ้นชัดเจนจนน่ากลัว ปลายปากกาที่ค้างอยู่เหนือกระดาษถูกกระแทกลงในช่องเก็บของอย่างแรงจนเกิดเสียงดังแกร๊ก เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวฉับๆ ไปประจันหน้ากับผู้มาใหม่ทันทีโดยไม่ปล่อยให้ใครทันได้ตั้งตัว
"ใครอนุญาตให้คุณก้าวก่ายโปรเจกต์นี้?" เสียงทุ้มต่ำของเรย์ลอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "นี่มันเรื่องภายในของบริษัทเรา ไม่ใช่ข้อพิพาททางกฎหมายที่คุณจะต้องเอาเอกสารบ้าๆ พวกนี้มาสะเออะสอดมือเข้ามายุ่ง!"
ทนายความรุ่นใหญ่ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ดันแว่นตากรอบทองขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเหลือบสายตาไปมองพายุที่ยืนนิ่งค้างอยู่ข้างๆ โต๊ะทำงาน ก่อนจะหันกลับมาสบตาเรย์ด้วยความนิ่งสงบ
"ผมไม่ได้มาเพื่อก้าวก่ายครับคุณเรย์..." เสียงเรียบเรื่อยเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพแต่เฉียบขาด "แต่ผมมาตามคำสั่งของประธานบริษัท... ผู้ซึ่งกังวลว่า 'ความสมบูรณ์แบบ' จอมปลอมของคุณ กำลังจะทำให้โปรเจกต์นี้พังพินาศลงด้วยน้ำมือของคนนอก"
ประโยคหลังถูกเน้นเสียงหนักหน่วง พร้อมกับสายตาที่คมปลาบพุ่งตรงไปยังพายุทันที
คำว่า 'คนนอก' พุ่งชนความรู้สึกของพายุเข้าอย่างจัง มือเรียวที่กำแฟ้วสเก็ตช์ภาพในมือเผลอเกร็งจนข้อนิ้วขาวซีด ความรู้สึกชาดิ่งวิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง รสชาติขมปร่าแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ แม้เขาจะเป็นคนขวางโลกและเกลียดความเนี้ยบของเรย์แค่ไหน แต่การถูกตราหน้าว่าเป็นตัวปัญหาต่อหน้าคนหมู่มากแบบนี้ มันก็มากเกินกว่าที่ศักดิ์ศรีของดีไซน์เนอร์อย่างเขาจะยอมรับได้
พายุกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตตวัดมองเรย์ด้วยความผิดหวังระคนเย้ยหยัน คิดว่าไอ้สถาปนิกหน้าเลือดนี่คงเป็นคนเรียกทนายมาจัดการเขาเองสินะ!
"หึ... สมใจนายแล้วล่ะสิ คุณสถาปนิกจอมเนี้ยบ" พายุแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่พยายามกลบเกลื่อนด้วยความหยิ่งทะนง "ไม่ต้องส่งคนมาไล่ฉันอ้อมๆ หรอก ฉันมีมือมีเท้า ฉันเดินออกไปเองได้... ไม่ต้องเปลืองค่าจ้างทนายมาบีบกันให้ทุเรศสายตาหรอก!"
พูดจบ พายุก็สะบัดหน้าหนี เตรียมจะหันหลังก้าวเดินออกจากห้องประชุมทันทีด้วยความฉุนเฉียว
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าหมับเข้าอย่างแรง แรงบีบที่มั่นคงและทรงพลังดึงรั้งร่างของพายุไว้จนเซถลาเข้าหาแผงอกกว้างของใครบางคน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์คุ้นจมูกพุ่งปะทะเข้ามาในโสตประสาท พายุเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าคนที่คว้าตัวเขาไว้คือเรย์—ผู้ชายที่เพิ่งจะทะเลาะกันเลือดขึ้นหน้าเมื่อวินาทีที่แล้ว
"ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไงวะ!" พายุตวัดเสียงกร้าวใส่ พร้อมกับออกแรงสะบัดข้อมือหนีสุดกำลัง แต่มือหนากลับยึดตรึงไว้แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก
"หุบปากแล้วยืนเงียบๆ สักวิatเถอะน่า!" เรย์ตวาดกลับเสียงกร้าวไม่แพ้กัน ดวงตาคู่คมที่ปกติมักจะเรียบนิ่ง ไตอนนี้กลับลุกโชนด้วยไฟโทสะที่ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่พายุ... แต่มันพุ่งเป้าไปที่ทนายความและคำสั่งไร้เหตุผลของเบื้องบนต่างหาก
เรย์หันไปจ้องหน้าทนายความคนสนิทของตระกูลด้วยแววตาดุดันราวกับพญาราชสีห์ที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตัวเอง
"กลับไปบอกคุณพ่อซะ ว่าโปรเจกต์นี้ผมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว และพายุ... ก็คือดีไซน์เนอร์ที่ผมเป็นคนเลือกเข้ามาทำงานด้วยตัวเอง ถ้าใครกล้าแตะต้องเขา หรือกล้าเอาเอกสารขยะพวกนี้มาวุ่นวายในพื้นที่ของผมอีกแม้แต่ครั้งเดียว... ผมนี่แหละที่จะฉีกหน้าตระกูลตัวเองให้ดูคาห้องประชุมใหญ่!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ทุกคนในห้องอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง เมฆที่ยืนหลบมุมอยู่ถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากพะงาบๆ พูดอะไรไม่ออก
นี่คือเรย์คนเดิมจริงๆ หรือ? สถาปนิกผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบและไม่เคยขัดคำสั่งใครในตระกูลเลยสักครั้ง กลับยอมประกาศสงครามกับเบื้องบน... เพื่อปกป้องดีไซน์เนอร์ปากจัดอย่างพายุเนี่ยนะ?
พายุยืนแข็งค้างไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่พลิกผันไปอย่างรวดเร็ว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสับสนระคนวุ่นวายในอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะเมื่อก้มลงมองข้อมือตัวเองที่ยังถูกมือหนาของเรย์กุมไว้แน่น—มันไม่มีร่องรอยของการบีบบังคับให้เจ็บ มีแต่ความอบอุ่นมั่นคงที่แผ่ซ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บของสถานการณ์
ทนายความชะงักไปครู่ใหญ่ สีหน้าเรียบเฉยเริ่มฉายแววลังเล ก่อนจะโค้งศีรษะให้เล็กน้อยแล้วเก็บเอกสารใส่แฟ้ม เดินเลี่ยงออกจากห้องไปเงียบๆ ทิ้งให้ความเงียบเข้าครอบคลุมพื้นที่อีกครั้ง
เมื่อประตูปิดสนิทลง เรย์ถึงได้ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด เขาคลายมือออกจากข้อมือของพายุช้าๆ แต่ยังคงยืนประชิดตัวจนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกัน
พายุเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกพายุอารมณ์ข้างในตีรันกันจนยุ่งเหยิง ความปากร้าย เย่อหยิ่ง และท่าทางน่าหมั่นไส้ที่เคยมีต่อเรย์เมื่อก่อนหน้านี้ ราวกับถูกแผดเผาจนมอดไหม้เหลือเพียงความตระหนักรู้บางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ...
นี่คือครั้งแรกที่มีใครสักคนยืนหยัดปกป้องเขาอย่างเต็มตัว ท่ามกลางตระกูลใหญ่และอำนาจมืดที่เขาไม่เคยสู้ไหว
"นาย..." พายุขยับปากพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความแข็งกร้าวเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความสั่นไหวเล็กๆ ในดวงตา "นายทำแบบนั้นทำไม? รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่..."
เรย์ก้มมองคนตรงหน้า แววตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงอย่างหาได้ยากยิ่ง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความดุดันและจริงจังจนน่าใจหาย
"ก็บอกแล้วไงว่านายเป็นคนของฉัน..." เรย์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของพายุ จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดต้นคอขาว "อยากจะด่า จะเถียง จะกวนประสาทฉันยังไงก็ได้ทั้งนั้น... แต่ถ้าใครหน้าไหนกล้ามาทำลายผลงานหรือรังแกคนของฉันในพื้นที่ของฉัน..."
เรย์เว้นจังหวะ เลื่อนสายตากลับมาสบตาตรงๆ ด้วยประกายตาวาวโรจน์ที่ทำเอาพายุแทบหยุดหายใจ
"...ฉันไม่เอาไว้แน่ครับ"
หัวใจของพายุ "กระตุก" วูบอย่างรุนแรง ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่หัวใจที่เคยด้านชาและระแวดระวังภัยมาตลอดชีวิต พายุเพิ่งจะตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนี้เองว่า... ภายใต้ท่าทางปากร้าย เย็นชา และจอมบงการที่เขาเกลียดนักเกลียดหนา เรย์กลับมีเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุดคอยปกป้องเขาอยู่ข้างหลัง
และในจังหวะที่พายุกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ ประตูห้องทำงานด้านในที่เชื่อมกับห้องพักส่วนตัวของเรย์ก็เปิดผางออกด้วยฝีมือของเมฆที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ
"เฮ้ย เรย์! พายุ! ดูนี่ด... อุ๊ย!" เมฆเบรกเอี๊ยดจนเกือบหัวคะมำเมื่อเห็นระยะห่างระหว่างเพื่อนสนิททั้งสองคนที่มีไม่ถึงคืบ แถมบรรยากาศสีชมพูอมเทาที่ลอยฟุ้งอยู่รอบตัวยังชวนให้ขนลุกซู่ เมฆกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วทำท่าจะเดินถอยหลัง "โอ๊ะ ขอโทษที ฉันเข้ามาผิดจังหวะสินะ... เชิญพวกนายสวีทกันต่อตามสบายเลยนะเพื่อน เดี๋ยวฉันออกไปรอข้างนอก..."
"หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้เมฆ!" เรย์ตวาดลั่น หน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเก้อเขิน รีบผละตัวออกจากพายุทันที
พายุดึงสติตัวเองกลับมา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมาบนมุมปากอย่างไม่รู้ตัว
แต่ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากมือถือบนโต๊ะทำงานของเรย์ก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" ขัดจังหวะทุกสิ่งทุกอย่าง
เรย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูเพียงแวบเดียว... แต่ทว่า เพียงแค่กวาดสายตาอ่านบรรทัดแรก ร่างสูงก็ชะงักค้าง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าเคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นความซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัดจนพายุและเมฆต้องขยับเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย
"มีอะไรวะเรย์ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว" เมฆเอ่ยทักด้วยความสังหรณ์ใจ
เรย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาสั่นระริกหันมามองพายุ ก่อนจะเอ่ยชื่อคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ที่สุดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"แม่... แม่ของฉันกำลังจะมาถึงที่นี่... อีกห้านาที"
และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งคำถาม ประตูกระจกด้านนอกสุดก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสูงวัยผู้ทรงสง่าในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและสายตาที่กวาดมองทุกคนในห้องด้วยความเย็นชาจับขั้วหัวใจ!
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ*
เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 18
การปกป้องที่แฝงความดุ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!