เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 6

ข้ามเส้นความอดทน

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เสียงกระแทกของแฟ้มผลงานหนังแท้ราคาแพงกระทบลงบนพื้นโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น หักดิบความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและแรงกดดันระดับสิบ เรย์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองแขนเต็มแรง สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเยือกเย็นและคำนวณทุกตารางนิ้วในงานออกแบบ บัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่ถูกสุมจนเกินขีดจำกัด "คุณเรียกว่านี่คือแผนงานปรับปรุงพื้นที่สำหรับโครงการคอมมูนิตี้มอลล์โซนใหม่เหรอครับ คุณพายุ?" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบังพ่นออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของสถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบ เรย์กวาดสายตามองกระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ตสีฉูดฉาด ลายเส้นอิสระ และการจับคู่สีที่ดูราวกับงานศิลปะขบถข้างถนน มากกว่าจะเป็นแบบแปลนที่ผ่านกระบวนการคิดคำนวณตามหลักวิศวกรรมสถาปัตยกรรม พายุ ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างโยกเก้าอี้หมุนไปมาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ชะงักกึกเล็กน้อย เขาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นรอยสักรูปเรขาคณิตจางๆ ที่ท่อนแขนแกร่ง ดีไซน์เนอร์หนุ่มปรายตามองแฟ้มผลงานของตัวเองที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ปรับตัวฉกาจด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่โลกใบนี้เคยสร้างมา "สายตาคุณมีปัญหาหรือสมองส่วนประมวลผลความสุนทรีย์มันเสื่อมสภาพไปแล้วล่ะครับ คุณสถาปนิก" พายุสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเนิบนาบแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "นั่นคือจิตวิญญาณของพื้นที่ คืออารมณ์ที่มนุษย์ปุถุชนเขาเสพกัน ไม่ใช่ตัวเลขแห้งแล้งในสเปรดชีตที่คุณนั่งกอดมันนอนฝันหวานทุกคืน" "จิตวิญญาณ?" เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงหลายองศา "ถ้าจิตวิญญาณที่คุณว่ามันหมายถึงการวางผังร้านค้าที่เดินชนกันหัวร้างข้างแตก ทางหนีไฟที่ถูกลดขนาดเพราะกลัวเสียพื้นที่โชว์งานศิลปะบ้าๆ นี่ หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้วัสดุที่ไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย... ผมก็ต้องบอกตามตรงว่างานชิ้นนี้มันไร้สาระสิ้นดี" คำว่า 'ไร้สาระ' ลอยคว้างอยู่ในอากาศราวกับใบมีดโกนที่ถูกเหวี่ยงตัดผ่านความเงียบ รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของพายุหายวับไปกับตา ดวงตาสีนิลคู่คมกริบหรี่ลงแคบ รังสีความดุดันและพายุอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแบดบอยถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด พายุผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะประชุมฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็วจนเรย์ต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เมฆ ซึ่งนั่งกอดอกมองสถานการณ์อยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับ ปวดหัวตุบๆ กับเคมีประหลาดที่เหมือนน้ำมันกับไฟ คอยจะปะทะกันทุกครั้งที่มีโอกาสหายใจร่วมห้อง "คุณว่าอะไรนะ... งานของผมไร้สาระงั้นเหรอ?" พายุโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน น้ำเสียงของเขาต่ำทุ้มและสั่นเทาด้วยความโกรธ "พูดใหม่อีกทีสิครับ คุณเรย์" "ผมพูดภาษาไทยชัดเจนดีนะครับ" เรย์เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียว แม้หัวใจในอกจะเต้นกระหน่ำผิดจังหวะจากระยะประชิดที่ใกล้เกินความจำเป็นนี้ "คุณใช้แต่อารมณ์ ความติสท์แตก และความมั่นใจที่เกินพอดีมาขับเคลื่อนงาน โดยไม่สนเลยว่าตึกหลังนี้จะต้องรองรับชีวิตคนเป็นร้อยเป็นพัน งานแบบนี้... ต่อให้สีสวยแค่ไหน แต่มันก็เป็นได้แค่ขยะเปียกที่ประดับอยู่บนกระดาษเท่านั้นแหละครับ" "หึ ขยะเปียกเหรอ?" พายุหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบวับวาวด้วยความท้าทาย เขายื่นมือออกไปคว้าปลายปกเสื้อสูทของเรย์ไว้แน่น รั้งให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาประชิดยิ่งขึ้นจนแผ่นอกกว้างแทบจะแนบชิดกับอกเสื้อของสถาปนิกหนุ่ม "ปากเก่งชะมัด... คนที่มองไม่เห็นคุณค่าของศิลปะและความรู้สึกของผู้คนอย่างคุณต่างหาก ที่เป็นไอ้หุ่นยนต์ไขลานไร้หัวใจ ตัวตนของคุณมันก็แค่บล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยมไร้ชีวิตชีวา!" เรย์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะแรงดึงที่ทำให้ร่างของเขากลืนหายไปในรัศมีของอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะกลิ่นอายเฉพาะตัวของพายุ ทั้งกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ผสมกับน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ที่ลอยมาเตะจมูก มันรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างรุนแรงจนสติสัมปชัญญะที่เคยถูกควบคุมด้วยกฎเกณฑ์เริ่มสั่นคลอน ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางความเงียบงัดข้อที่ไร้เสียงพูดต่อ พายุจ้องมองริมฝีปากที่ยังคงขยับเถียงไม่หยุดของเรย์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนความหมายไปทีละน้อย จากความโกรธเกรี้ยวเดือดดาล กลายเป็นการสำรวจ ลุ่มลึก และสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่พยายามตะกุยขึ้นมาเหนือน้ำ เรย์รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ เขากำหมัดแน่น พยายามจะดันอกอีกฝ่ายออกแต่พายุกลับตรึงร่างเขาไว้ด้วยแรงมหาศาล มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาสัมผัสสันกรามของเรย์แผ่วเบา ราวกับจะพิสูจน์ว่าคนตรงหน้าเป็นหุ่นยนต์จริงอย่างที่ปากว่า หรือมีเลือดเนื้อหัวใจเต้นแรงไม่ต่างกัน "ปล่อยผมนะ..." เรย์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจสะดุดติดขัดเมื่อปลายนิ้วของพายุไล้ผ่านมุมปากอย่างจงใจ "ถ้าผมไม่ปล่อย... คุณจะทำไมล่ะครับ?" พายุโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนขนลุกซู่ "คุณบอกว่างานผมไร้สาระ แต่ทำไมหัวใจใต้เสื้อสูทเนี้ยบๆ ของคุณถึงได้เต้นดังจนผมได้ยินมันล่ะครับ... คุณสถาปนิก" คำพูดนั้นหยุดทุกการเคลื่อนไหวของเรย์ ร่างกายแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับจังหวะชีวิตที่กระโจนข้ามเส้นความปลอดภัยที่เขาสร้างไว้มาเนิ่นนาน *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดต่อกัน ตามด้วยการบิดลูกบิดเปิดเข้ามาอย่างไร้มารยาทของบุคคลที่สาม ทำลายม่านหมอกแห่งความเร่าร้อนและตึงเครียดลงในเสี้ยววินาที "อ้าว... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย พอดีผมเอาเอกสารงบประมาณด่วนมาให้..." เสียงทุ้มของ 'กรณ์' ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวพวดพลาดเข้ามากลางห้องประชุมโดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุและระยะห่างที่อันตรายเกินกว่าคำว่า 'เพื่อนร่วมงาน' ของคนทั้งคู่ พายุผละตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก แต่สายตายังคงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเรย์ที่กำลังหอบหายใจเบาๆ เพื่อดึงสติกลับคืนมา เรย์รีบจัดปกเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ แม้จะพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วก็ตามที "ไม่มีอะไรครับ คุณกรณ์ เชิญวางเอกสารไว้ตรงนั้นได้เลย" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ กรณ์ขมวดคิ้วมองหน้าเรย์ที พายุทีด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ แต่ก็ยอมวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ "โอเค... งั้นผมไม่กวนแล้ว เชิญเคลียร์ 'งานศิลปะ' กันต่อตามสบายนะครับ" พูดจบกรณ์ก็หมุนตัวเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูห้องให้สนิททันที ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องประชุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม มันคือความอึดอัดที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมระลอกใหม่ที่รุนแรงและอันตรายยิ่งกว่าเก่า พายุยืนหันหลังพิงขอบโต๊ะประชุม ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เรย์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำและอ่านไม่ออก ขณะที่เรย์ทำได้เพียงยืนกำมือแน่น หายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมจังหวะหัวใจที่ยังคงเต้นรัวไม่เป็นส่ำในอก เส้นความอดทนที่เคยขีดกั้นระหว่างคนทั้งสอง... ได้ถูกทำลายลงอย่างไร้ชิ้นดีในวินาทีนี้เสียแล้ว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%