เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 5

ความลับใต้ฝ้าเพดาน

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจลวนลามทางกายภาพ" เสียงทุ้มต่ำของเรย์ลอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีชาร์โคลถอยร่นจนแผ่นหลังติดชิดกับโครงคร่าวอลูมิเนียมของผนังเบาที่ยังไม่ได้กรุปิด ปลายจมูกโด่งเป็นสันอยู่ห่างจากใบหน้าของพายุไม่ถึงคืบ ความมืดสลัวใต้ฝ้าเพดานชั้นสามของอาคารพาณิชย์เก่าแก่แห่งนี้ถูกบีบอัดด้วยกลิ่นอายความอึดอัดและฝุ่นปูนที่ลอยคลุ้ง พายุหัวเราะในลำคอ ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตาไหวระริกด้วยความท้าทาย มือข้างหนึ่งค้ำยันโครงเหล็กไว้เหนือศีรษะของสถาปนิกจอมเนี้ยบ ปิดตายเส้นทางหนีเดียวที่มี "ลวนลามเหรอครับคุณเรย์? พูดให้มันน้อยๆ หน่อย คุณต่างหากที่ถอยหลังหนีผมจนมุมเอง ผมแค่มารับอุปกรณ์วัดแสงที่วางอยู่บนคานข้างๆ นี้ต่างหาก ใครจะไปรู้ว่าคุณจะตื่นตูมวิ่งตามผมขึ้นมาบนฝ้าเพดานแคบๆ นี่ แล้วก็ดันซุ่มซ่ามทำบันไดพับตกลงไปข้างล่างเอง" พายุร่ายยาวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พลางปัดเศษยิปซัมที่เกาะตามไหล่เสื้อของอีกฝ่ายออกอย่างถือวิสาสะ เรย์ปัดมือของคนตรงหน้าออกทันทีราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง ความสมบูรณ์แบบในชีวิตของสถาปนิกหนุ่มไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมาติดแหง็กอยู่ในช่องบริการงานระบบ (M&E) ที่กว้างไม่ถึงเมตร สูงแค่พอให้ยืนยันระยะเคลียร์ แถมยังมืดทึบจนต้องอาศัยแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนพื้นไม้กระดานชั่วคราวส่องสะท้อนขึ้นมา "ผมไม่ได้ซุ่มซ่าม ผมแค่จะตามมาเตือนคุณว่าคานรับน้ำหนักตรงนี้ยังไม่ได้ขันน็อตยึดแรงบิดตามสเปก ถ้าคุณเหยียบพลาดไปด้านซ้าย ทะลุลงไปชั้นล่างแน่ๆ แล้วดูที่คุณทำสิ... บันไดพับเวรนั่นพังเพราะความใจร้อนของคุณต่างหาก!" เรย์เสียงแข็งขึ้น แววตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดที่ต้องมาติดอยู่ในสถานการณ์จำยอมเช่นนี้ "อ๋อ เป็นเพราะผมว่างั้นเถอะ?" พายุก้มหน้าลงต่ำเข้าไปอีก จนเรย์ต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการทำงานหนักตีวนอยู่ในพื้นที่แคบๆ จนหัวใจของคนทั้งคู่เต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ "แล้วทำไมคุณต้องรีบวิ่งตามผมมาล่ะครับ หรือว่ากลัวผมจะแอบไปเห็น 'ความลับ' อะไรของคุณเข้าบนฝ้าเพดานนี่?" คำพูดนั้นสะดุดกึก เรย์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคู่คมหันขวับกลับมาสบตาคนกวนประสาททันที ประกายความตื่นตระหนกวาบผ่านดวงตาสีเข้มชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีเยשชาตามนิสัย "เพ้อเจ้ออะไรของคุณ พายุ บนนี้จะมีอะไรนอกจากสายไฟ ท่อแอร์ และเศษซากการก่อสร้าง" "แน่นะครับ?" พายุกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือแววเย้าหยอก "ถ้าไม่มีอะไร แล้วทำไมมือของคุณถึงได้สั่นขนาดนั้นล่ะครับ... ตอนที่จับแขนผมเมื่อกี้" เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ตัวดีว่ายิ่งเถียงก็ยิ่งเสียเปรียบ พื้นที่รอบตัวแคบลงทุกทีเมื่อความร้อนจากร่างกายของคนทั้งสองแผ่เข้าหากัน พายุไม่ได้ขยับหนี แถมยังโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนหน้าอกของทั้งคู่เกือบจะแนบชิดกัน สัมผัสจากเนื้อผ้าลินินราคาแพงของดีไซน์เนอร์หนุ่มเสียดสีกับสูทสากลของสถาปนิกหนุ่มทุกครั้งที่หายใจเข้าออก จังหวะเวลานั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนจากความอึดอัดกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต พายุหยุดยิ้มกวนประสาท แววตาคมปลาวาฬมองสำรวจใบหน้าของเรย์นิ่งนาน ราวกับกำลังค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงความเย่อหยิ่งนั้น "คุณเป็นคนแบบนี้เสมอเลยสินะเรย์..." พายุเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน "เก่งแต่ปาก ปั้นหน้าเย็นชาใส่คนอื่น แต่ลับหลังกลับแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว... เหมือนตอนที่คุณแก้แบบโครงสร้างตึกนี้ตอนตีสามเมื่อสัปดาห์ก่อนไง" เรย์ชะงักกุน มือที่กำหมัดแน่นข้างลำตัวคลายออกเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ "คุณรู้..." "ผมไม่ได้อยากรู้หรอกครับ แต่โต๊ะทำงานของคุณมันรกไปด้วยกระดาษคำนวณโครงสร้างที่เขียนแก้ซ้ำไปซ้ำมาสามรอบ ทั้งที่มันผ่านมาตรฐานตั้งแต่รอบแรกแล้ว... คุณกลัวอะไรเหรอครับ เรย์? กลัวว่างานมันจะออกมาไม่สมบูรณ์แบบตามที่พ่อของคุณคาดหวัง หรือว่า..." พายุเว้นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวยื่นออกไปแตะเบาๆ ที่กรอบหน้าผากของเรย์อย่างถือวิสาสะ เกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกให้อย่างแผ่วเบาโดยที่อีกฝ่ายลืมแม้แต่จะปัดป้อง "กลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอในสายตาใครบางคน" สัมผัสนั้นอบอุ่นและอ่อนโยนจนน่าประหลาด มันตัดกับท่าทีปากร้ายขวางโลกของพายุอย่างสิ้นเชิง เรย์นิ่งอึ้ง สมองประมวลผลไม่ทันกับความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งความเป็นมืออาชีพ กลิ่นอายความเป็นชายและความดื้อรั้นในตัวของพายุกำลังหลอมละลายเกราะป้องกันทีละชั้น สติสัมปชัญญะบอกให้ผลักไส แต่อารมณ์เบื้องลึกกลับร่ำร้องให้อยู่นิ่งๆ แบบนั้น "เรื่องของผม... คุณไม่มีสิทธิ์มา..." เสียงทุ้มขาดหายไปในลำคอ เมื่อพายุขยับเข้ามาประชิดจนไม่มีช่องว่างเหลือเฟือ เรย์รู้สึกได้ถึงแผ่นหลังที่แนบสนิทกับผนังเย็นเฉียบ ขณะที่ด้านหน้าถูกกักขังไว้ด้วยอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของคนตรงข้าม ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นจังหวะเดียวกัน สายตาของพายุกวาดมองลงมาที่ริมฝีปากของเขาชั่วขณะ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาด้วยแววตาที่ร้อนแรงและลุ่มลึกเกินกว่าจะตีความ "ผมอาจจะไม่มีสิทธิ์ในฐานะเพื่อนร่วมงาน..." พายุกระซิบชิดริมฝีปาก แววตาดื้อรั้นฉายประกายบางอย่างที่ทำให้เรย์แทบหยุดหายใจ "แต่ถ้าในฐานะคนที่มีพื้นที่อยู่ในหัวใจของคุณ... ผมว่าผมมีสิทธิ์เต็มๆ" เรย์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธคำพูดที่เกินเลยนั้น แต่ก่อนที่คำพูดใดจะหลุดรอด... *แอ๊ด... โครม!* เสียงประตูเหล็กม้วนชั้นล่างถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนเรียกชื่อของเมฆที่ดังสะท้อนก้องขึ้นมาตามช่องบันได "ไอ้พายุ! ไอ้เรย์! พวกแกติดอยู่ข้างบนนั้นใช่ไหมวะ! ช่างไฟเอาบันไดมาส่งแล้วโว้ย!" ร่างของพายุสะดุ้งเล็กน้อยจากแรงดึงกลับ แต่แทนที่จะผละออกทันที ใบหน้าคมคายกลับโน้มต่ำลงมาอีกนิด จนปลายจมูกเฉียดผ่านแก้มสากของเรย์ไปช้าๆ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างริมฝีปากก่อนที่กระซิบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ไว้เรามาคุยเรื่อง 'สิทธิ์' ของผมต่อ... ตอนที่ไม่มีใครมากวนดีกว่านะครับ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%