เสียงกระแทกของแก้วเซรามิกสีดำสนิทลงบนโต๊ะไม้สักทองดัง *'กริ๊ง'* จนของเหลวสีเข้มข้นข้างในกระฉูดขึ้นมาแตะขอบแก้ว เป็นการต้อนรับยามสายที่ไร้ซึ่งมารยาทและเต็มไปด้วยความตั้งใจกวนประสาทอย่างถึงที่สุด
เรย์เงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขร่างแบบแปลนสถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองแก้วกาแฟตรงหน้าสลับกับใบหน้าของเจ้าของผลงาน
พายุยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงานชั่วคราว มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจอย่างผู้ชนะ ดวงตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความสะใจที่ปิดไม่มิด
"กาแฟลาเต้อุ่นๆ ฝีมือดีไซน์เนอร์ระดับท็อปของประเทศครับคุณสถาปนิก... ผมอุตส่าห์ต้มแล้วตั้งใจชงให้เป็นพิเศษ หวังว่าจะถูกปากคนเนียบๆ อย่างคุณนะ" พายุเอ่ยด้วยน้ำเสียงลากยาวกวนประสาท น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่มแต่วางยาพิษไว้ทุกพยางค์
เรย์ไม่ได้แตะต้องแก้วใบนั้นทันที สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องระรัวตั้งแต่กลิ่นแรกที่ลอยแตะจมูก กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ควรจะเป็น กลับถูกกลบด้วยกลิ่นฉุนประหลาดที่ชวนให้นึกถึงยาแผนโบราณผสมกับน้ำเชื่อมเคี่ยวจนไหม้
"นี่คืออะไร" เรย์ถามเสียงเรียบ เย็นชา และกดต่ำจนน่ากลัว
"กาแฟไงครับ หรือว่าตาบอดสีจนมองไม่ออกว่ามันเป็นสีน้ำตาล" พายุสวนกลับทันควันไม่มีกั๊ก ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานแล้วหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาเป็นระลอก เขาเกลียดความไร้ระเบียบ และเกลียดที่สุดคือการถูกล้ำเส้นด้วยมุกตลกไร้สาระแบบเด็กๆ นี้ แต่วันนี้พายุข้ามเส้นมาไกลเกินไป ไกลจนเขาต้องสั่งสอนให้หลาบจำ
นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาพิจารณา
"เครื่องชงกาแฟในครัวมีมาตรฐานความดันและอุณหภูมิที่ผมตั้งไว้เพื่อความสมบูรณ์แบบ... แต่กลิ่นนี่มันไม่ใช่" เรย์พูดพลางเอียงแก้วตรวจสอบความหนืดของของเหลว "คุณใส่ผงอบเชยเกินปริมาณมาตรฐานถึงสี่เท่า และถ้าผมเดาไม่ผิด... คุณแอบเติมน้ำเชื่อมกลิ่นวานิลลาสังเคราะห์ราคาถูกลงไปด้วยใช่ไหมครับ คุณพายุ"
พายุชะงักไปนิด รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลากระตุกวูบ แต่ยังคงรักษาฟอร์มเชิดหน้าใส่ไม่ยอมลดราวาศอก
"ฉลาดสมเป็นคุณดีนี่ครับ... แต่ลองชิมดูก่อนเถอะ บางทีรสนิยมห่วยๆ แบบนี้อาจจะช่วยปลุกเซลล์สมองที่ตายด้านเรื่องศิลปะของคุณให้ตื่นขึ้นมาบ้างก็ได้นะ"
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นสนุกอยู่หรือครับ?" เรย์วางแก้วลงกระแทกโต๊ะดังปังจนพายุสะดุ้งเล็กน้อย สถาปนิกหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวข้ามโต๊ะเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงแรงกระตุ้นบางอย่างที่อันตราย
พายุผะถอยหลังตามสัญชาตญาณแต่ติดพนักเก้าอี้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัวอย่างกะทันหัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์พุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสจนน่าเวียนหัว
"ในโลกของการทำงาน ความประณีตคือหัวใจ... แต่ในโลกของคุณ มันคงเป็นแค่ความไร้สาระสินะครับ" เรย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นของอีกฝ่าย "ในเมื่อคุณอุตส่าห์ 'ตั้งใจ' ชงมาให้ผมขนาดนี้ ผมก็คงต้องแสดงความมีน้ำใจด้วยการรับมันไว้..."
เรย์หยิบแก้วกาแฟขึ้นมาอีกครั้ง เปิดฝาออกแล้วเทของเหลวสีประหลาดนั้นลงบนกระดาษสเก็ตช์ภาพออกแบบตู้โชว์สินค้าชิ้นเอกที่พายุเพิ่งนั่งวาดมาตลอดทั้งคืนจนเสร็จสมบูรณ์!
"เฮ้ย! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!" พายุผุดลุกขึ้นยืนตบโต๊ะเสียงดังลั่น ดวงตาสีเข้มลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด "นั่นมันงานดีไซน์โครงสร้างสีและแสงที่ผมใช้เวลาทำทั้งคืนนะเว้ย!"
ของเหลวสีน้ำตาลเข้มไหลซึมผ่านกระดาษอาร์ตหนาพิเศษ ทำลายลวดลายโทนสีพาสเทลและเฉดเงาที่พายุบรรจงเกลี่ยทีละชั้นจนพินาศย่อยยับในพริบตา ไม่มีทางกู้คืนได้อีก
เรย์ยังคงมีสีหน้านิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน เขาค่อยๆ วางแก้วเปล่าลงที่เดิม ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบยิ่งกว่าผิวน้ำในยามไร้ลม
"ก็แค่ของเหลวไร้รสนิยมที่หยดลงบนกระดาษไร้ราคา... สมกันดีไม่ใช่หรือครับ" เรย์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปรานี "ถ้าคุณยังเล่นไม่เข้าเรื่องแบบนี้อีกครั้ง งานชิ้นต่อไปที่จะพินาศจะไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียว... แต่จะเป็นโปรเจกต์ทั้งหมดที่คุณพยายามทำมาตลอดชีวิต จำคำผมไว้ให้ดีครับ"
พายุเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือทั้งสองข้างกำเป็นหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก เขาไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยมีใครกล้าทำลายงานของเขาต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ไอสถาปนิกสารเลวคนนี้มันหยามเกียรติกันเกินไปแล้ว!
"ไอ้..." พายุยกมือขึ้นทำท่าจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้สาส姆กับความกวนประสาทนั้น
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยปราศจากการอนุญาต
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาทำงานสำคัญของพวกคุณสองคนหรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มติดจะขี้เล่นของ 'เมฆ' เพื่อนสนิทและคู่คิดของพายุดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้ แต่เมื่อเมฆกวาดสายตามองสภาพบรรยากาศในห้องที่ตึงเครียดรากับสนามรบ รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆ เจื่อนลง ร่างสูงโปร่งชะงักค้างอยู่ตรงธรณีประตู สลับมองหน้าพายุก계หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธกับเรย์ที่ยืนตีหน้านิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พายุสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา มือที่กำหมัดค่อยๆ คลายออกช้าๆ แต่สายตายังคงอาฆาตมาดร้ายจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าเรียบเฉยของเรย์ไม่ยอมกระพริบ
เรย์ปรายตามองผู้มาใหม่แวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจัดระเบียบกระดาษบนโต๊ะของตัวเองเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"คุณเมฆเข้ามาก็ดีครับ..." เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ใดๆ "ช่วยพาเพื่อนของคุณออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยครับ... ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วทำลายโปรเจกต์ของบริษัทคุณทิ้งทั้งหมดจริงๆ"
พายุแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความเจ็บใจ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยแรงขับเคลื่อนบางอย่างที่ไม่อาจระงับ
"ฝากไว้ก่อนเถอะคุณสถาปนิก..." พายุเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธขึง "คนอย่างคุณ... ผมจะทำให้คุณยอมสยบแทบเท้าผมให้ได้คอยดู!"
เรย์ชะงักมือที่กำลังถือปากกาเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับพายุที่กำลังจ้องเขากลับมาด้วยแววตาแห่งการท้าทาย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวูบไหวผ่านก้นบึ้งหัวใจของสถาปนิกหนุ่มอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะทันตั้งตัว
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เรย์รู้สึกว่า... เกมนี้อาจจะไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 4
กาแฟหนึ่งแก้วกับคำสบประมาท
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!