เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 3

เดดไลน์ที่น่ารำคาญ

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เสียงกระแทกของแฟ้มผลงานหนาเตอะกระทบลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองดัง *ปัง!* จนกาแฟดำในแก้วเซรามิกสั่นกระเพื่อม เรย์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังคงรักษาฟอร์มของสถาปนิกหนุ่มผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบเอาไว้ได้ครบถ้วน ดวงตาเรียวคมภายใต้กรอบแว่นสายตาสี่เหลี่ยมจัตุรัสจ้องมองร่างสูงโปร่งของพายุที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือดี "สี่สิบแปดชั่วโมง... คุณบ้าไปแล้วหรือพายุ" เรย์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ "แบบแปลนโครงสร้างปีกซ้ายที่ผมคำนวณมาเป็นสัปดาห์ คุณจะให้ผมรื้อแก้ใหม่ทั้งหมดเพียงเพราะคุณอยากได้ผนังโค้งรับแสงอัสดงเนี่ยนะ? มันเป็นไปไม่ได้ในเชิงวิศวกรรม!" พายุหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยความท้าทาย เขายกมือขึ้นกอดอก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างไม่ยี่หล่าต่อเส้นเลือดที่ปูดโปーンตรงขมับของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย "ถ้าคุณมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเปิดตำราคำนวณตามสูตรสำเร็จโดยไม่ยอมมองความงามของธรรมชาติ คุณก็จะเป็นได้แค่ช่างเขียนแบบหัวโบราณไปจนวันตายนะครับคุณสถาปนิก" พายุจงใจเน้นเสียงคำว่า *หัวโบราณ* ให้บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ผนังโค้งนั่นแหละคือหัวใจของโปรเจกต์นี้ ลูกค้าต้องการความพรีเมียมที่สะท้อนอารมณ์ ไม่ใช่กล่องสี่เหลี่ยมปูนเปลือยไร้ชีวิตชีวาที่คุณภูมิใจนักหนา" "มันไม่ใช่แค่กล่องปูน! มันคือความมั่นคงปลอดภัย!" เรย์ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของพวกเขาแทบไม่ต่างกัน ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของเรย์จนสถาปนิกหนุ่มเผลอชะงักไปชั่ววินาที "ถ้าโครงสร้างฐานรากรับน้ำหนักส่วนโค้งที่คุณต้องการไม่ได้ ทั้งตึกจะพังลงมาทับหัวคนอยู่! ถึงตอนนั้นความสุนทรีย์เฮงซวยของคุณจะเอามาชดเชยชีวิตคนไม่ได้หรอกนะ!" บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เมฆซึ่งนั่งอยู่มุมห้องรีบยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะถอยร่นไปยืนชิดผนังอย่างรู้หน้าที่ เมื่อเห็นรังสีอำมหิตเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากตัวของสัตว์ป่าสองตัวที่กำลังจ้องกันจะกินเลือดกินเนื้อ "โอเค... ใจเย็นๆ ทั้งคู่เลยครับ" เมฆพยายามไกล่เกลี่ยด้วยรอยยิ้มแห้งๆ "ไหนๆ ลูกค้าก็ย้ายเดดไลน์พรีเซนต์งานเข้ามาเป็นมะรืนนี้ตอนเก้าโมงเช้าแล้ว เราเหลือเวลาอีกแค่สี่สิบแปดชั่วโมงจริงๆ ถ้ามัวแต่เถียงกันเรื่องโครงสร้างกับความงาม โปรเจกต์นี้ได้พังก่อนตึกจะสร้างเสร็จแน่" เรย์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อดึงสติกลับมา เขาปัดเสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนให้เรียบร้อยก่อนจะนั่งลงช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงภาพสามมิติของอาคาร พายุเองก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยอมลดทิฐิลงครึ่งหนึ่งเมื่อเห็นว่าเวลาไม่เคยคอยท่าใคร "ว่าไงล่ะครับคุณชายสถาปนิก..." พายุน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงแพรพราว "จะนั่งกอดแบบแปลนเดิมแล้วรอให้โปรเจกต์นี้หลุดมือ หรือจะยอมร่วมมือกับดีไซน์เนอร์ปากจัดคนนี้ เพื่อสร้างงานชิ้นเอกที่สั่นสะเทือนวงการดีล่ะ" เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ "ผมไม่ได้กลัวงานพังหรอกพายุ แต่ผมไม่อยากแก้ปัญหาเช็ดล้างความมักง่ายของคุณต่างหาก... เอาล่ะ ถ้าคุณยืนยันจะเอาผนังโค้ง ผมจะยอมปรับโครงสร้างเหล็กกล้าให้รับน้ำหนักเพิ่มอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าผลลัพธ์มันออกมาเละไม่เป็นท่า คุณต้องเป็นคนรับหน้ากับลูกค้าเองทั้งหมด" "ดีล!" พายุยื่นมือหนาออกมาตรงหน้า "ถ้างานนี้ออกมาห่วย ผมยอมก้มกราบคุณกลางออฟฟิศเลยเอ้า" เรย์ปัดมือนั้นออกเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "เก็บมือของคุณไปจับเมาส์ปากกาดีกว่าครับ เรามีเวลาแค่สี่สิบแปดชั่วโมง อย่าเสียเวลาพูดจาไร้สาระเลย" นับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา สงครามขนาดย่อมในเซฟเฮาส์ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนกระดาษไขและหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่รันโปรแกรมออกแบบกราฟิกตลอดทั้งคืน เสียงคลิกเมาส์และเสียงขีดเขียนด้วยดินสอดังประสานไปกับเสียงถอนหายใจเป็นระยะ ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกาย แต่ไม่มีใครยอมปริปากบ่น เรย์ก้มหน้าก้มตาคำนวณค่าพิกัดความโค้งและจุดรับน้ำหนักด้วยสมาธิขั้นสูงสุด ขณะที่พายุคอยนั่งประกบข้าง คอยปรับโทนสีและเฉดแสงเงาแบบเรียลไทม์เพื่อให้เข้ากับโครงสร้างที่เรย์เพิ่งแก้เสร็จใหม่ๆ บางครั้งหัวไหล่ของทั้งคู่ก็เบียดกันโดยไม่ตั้งใจยามที่โน้มตัวลงไปมองจุดเดียวกันบนหน้าจอ เรย์รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่มาจากกายอีกฝ่าย ส่วนพายุเองก็แอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสถาปนิกหนุ่มที่มุ่งมั่นจนน่าหลงใหล เส้นผมสีดำสนิทที่ปรกลงมาเคลือบหน้าผากชื้นเหงื่อ ทำให้ภาพลักษณ์ที่เคยดูเนี้ยบเฉียบขาดกลายเป็นความเซ็กซี่อย่างประหลาด เวลาผ่านไปอย่างไร้ความปรานี เข็มนาฬิกาบนผนังฟ้องเวลาตีสามของคืนที่สอง ดวงตาของเรย์เริ่มพร่ามัว ร่างกายที่อดนอนมาเกือบสี่สิบแปดชั่วโมงเริ่มประท้วง ศีรษะทุยเริ่มสัปหงกจนเกือบจะโขกกับขอบโต๊ะ *ตุบ...* มือหนาของพายุพุ่งไปรองรับหน้าผากของเรย์ไว้ได้ทันก่อนที่มันจะกระแทกกับมุมโต๊ะไม้ เรย์สะดุ้งตื่นเต็มตา ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบกับพายุที่โน้มตัวเข้ามาใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้ม แววตาของดีไซน์เนอร์หนุ่มไม่มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยเจือประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเรย์กระตุกวูบ "ถ้าคุณน็อคคานี้ งานเราคงไม่รอดถึงพรุ่งนี้เช้าหรอกนะครับคุณสถาปนิก" พายุกระซิบเสียงนุ่ม ทุบต่ำจนสะเทือนถึงช่องท้องของคนฟัง เรย์รีบเบือนหน้าหนี หัวใจเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจากมือของอีกฝ่ายที่ยังคงแตะอยู่ข้างขมับ "ผม... ผมแค่มึนหัวนิดหน่อย ปล่อยได้แล้วครับ" พายุอมยิ้มบางๆ ยอมถอยมือกลับไปแต่โดยดี แต่ยังคงโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อ "อีกแค่สิบบรกเท่านั้น แบบแปลนชุดสุดท้ายก็จะเรนเดอร์เสร็จสมบูรณ์แล้ว อดทนอีกนิดนะคนเก่ง..." เรย์เม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้ากับคำว่า *คนเก่ง* ที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้าย ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูเซฟเฮาส์จะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของเมฆวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ "เฮ้ยพวกแก! แย่แล้ว..." เมฆหอบหายใจตัวโยน นิ้วชี้ออกไปทางประตูด้านนอก "มีแขกไม่ได้รับเชิญมาถึงหน้าออฟฟิศแล้ว... และเขาบอกว่าต้องการเจอพวกแกสองคน *เดี๋ยวนี้*" เรย์และพายุหันขวับไปมองหน้ากันทันที ความง่วงงุนสลายหายไปในพริบตา เมื่อเงาร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาภายใต้แสงไฟสลัวของยามวิกาล ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนอันยาวนานนี้ไปกับความดุเดือดและเคมีที่ร้อนระอุ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%