"บอกมาเดี๋ยวนี้... ทำไมไอ้ระเบียงบ้านนั่นถึงต้องเอียงองศาบ้าบออะไรนั่นด้วยวะ รู้ไหมว่ามันทำให้งานกูพังหมด!"
เสียงโวยวายที่ดังขึ้นกลางดึก ไม่ใช่เสียงของพายุผู้ขวางโลกอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นเสียงของเรย์—สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนียบ ระเบียบจัด และรักษามา D สุขุมนุ่มลึกมาตลอดชีวิต ตอนนี้ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ กำลังนั่งแปะอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มในเซฟเฮาส์ ดวงตาคมกริบที่มักจะมองคนอื่นด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้กลับฉายแววหิวกระหายความสนใจ และรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
พายุที่กำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ทั้งเอือมระอาและกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ ในมือของดีไซน์เนอร์หนุ่มมีแก้วน้ำเปล่าที่เพิ่งรินยื่นให้ แต่เรย์กลับปัดมันทิ้งอย่างไร้ใยดี ก่อนจะคว้าชายเสื้อเชิ้ตของพายุไว้แน่นแล้วดึงเข้ามาหาตัวจนเซ
"คุณ... คุณมันไอ้คนใจร้าย" เรย์พึมพำเสียงอ้อแอ้ ลมหายใจร้อนผ่าวที่มีกลิ่นไวน์แดงลอยคละคลุ้งรดอยู่บริเวณต้นคอของพายุ "ปากก็บอกว่างานผมมันแข็งทื่อ ไม่มีชีวิตชีวา... แต่รู้ไหม ว่าเวลาที่คุณยืนเถียงผม ตาคุณมันสวยเป็นบ้าเลย..."
พายุชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงก้มลงมองสถาปนิกจอมหยิ่งที่ตอนนี้กลายร่างเป็นลูกแมวเมามาย ไร้พิษสง และซื่อตรงต่อความรู้สึกเสียจนน่าตกใจ
"เมาแล้วเรื้อนใหญ่แล้วนะคุณเรย์" พายุพยายามดึงเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ฝ่ามืออีกฝ่ายที่กำเสื้อเขาอยู่เริ่มสร้างความปั่นป่วนให้ระบบประสาทไม่น้อย "ปล่อยมือได้แล้ว ผมจะไปเอาผ้ามาเช็ดหน้าให้ คุณเล่นกระดกไวน์หมดไปเกือบสองขวดคนเดียว สมองคงน็อคไปหมดแล้วมั้ง"
"ไม่ปล่อย!" เรย์เงยหน้าขึ้นทันควัน ดวงตาคู่คมช้อนขึ้นมองส่องประกายหยาดเยิ้ม ริมฝีปากที่ปกติมักจะใช้พ่นคำพูดเชือดเฉือนหรือวิจารณ์งานออกแบบอย่างไร้เยื่อใย เม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ "ทำไม... ทำไมคุณต้องเก่งเรื่องสีสันขนาดนั้นด้วยวะพายุ ทำไมดีไซน์ของคุณมันถึงทำให้ผมละสายตาไม่ได้เลยสักครั้ง... ผมเกลียดคุณ... แต่ผมก็เกลียดตัวเองที่เอาแต่คิดถึงหน้าคุณเวลาผมนั่งแก้แบบคนเดียวเหมือนกัน!"
ประโยคสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนที่อีโก้สูงเสียดฟ้า ทำให้ห้องนั่งเล่นทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
พายุยืนแข็งค้างไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำพูดเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างห้ามไม่อยู่ เรย์ในยามปกติไม่มีทางพูดจาเปิดเผยความรู้สึกเปราะบางแบบนี้ออกมาเด็ดขาด กำแพงเหล็กกล้าที่สถาปนิกหนุ่มสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความสมบูรณ์แบบของตัวเอง ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์พังทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงตัวตนที่แท้จริง—ตัวตนที่ทั้งดื้อรั้น อ่อนไหว และคลั่งไคล้ในตัวเขาไม่แพ้กัน
"พูดอะไรออกมา รู้ตัวบ้างไหมเนี่ยคุณ" พายุถอนหายใจยาวเหยียด พยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนมุมปาก นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปจับข้อมือของเรย์ที่กำเสื้อเขาไว้ออกเบาๆ เพื่อจะแกะออก แต่กลับกลายเป็นว่าเรย์อาศัยจังหวะนี้พลิกตัวคว้าข้อมือเขาไว้แน่นกว่าเดิม แล้วดึงรั้งจนร่างของพายุเซถลาลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าโซฟา
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
ดวงตาของเรย์ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนทุกวัน แต่มันเต็มไปด้วยความเว้าวอนและแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้พายุรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ขอบตาที่แดงก่ำจากการดื่มและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ยิ่งขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเย้ายวนใจอย่างอันตราย
"ผมรู้ตัวดี..." เสียงทุ้มต่ำของเรย์กระซิบแผ่วเบาริมฝีปาก สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดทำให้เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแตะกัน "ผมไม่ได้บ้า... พายุ... ผมแค่เหนื่อยที่ต้องทำเป็นเก่งต่อหน้าคุณ..."
พายุกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุดอกจากอก เคมีที่คุกกรุ่นระหว่างพวกเขามาตลอดหลายสัปดาห์ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน ไม่ใช่แค่การปะทะฝีปากเพื่อเอาชนะ แต่มันคือแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่รุนแรงและซับซ้อนเกินกว่าจะหาคำมานิยาม และในวินาทีนี้... กำแพงทุกอย่างพังทลายลงจนหมดสิ้น
นิ้วมือของพายุที่เคยตั้งท่าจะผลักไส เปลี่ยนเป็นการยกขึ้นสัมผัสกรอบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวบนผิวแก้มของอีกฝ่าย เรย์หลับตาลงรับสัมผัสจากเขาอย่างว่าง่าย ท่าทางที่ยอมจำนนและซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองแบบนี้ ทำให้พายุแทบคลั่ง
"ถ้าคุณพูดคำนี้ออกมาแล้ว... พรุ่งนี้ตื่นมาแล้วจำไม่ได้ มีหวังผมได้หยิบไม่บรรทัดเหล็กมาฟาดหัวคุณจริงๆ แน่" พายุเอ่ยเสียงพร่า ประโยคขู่เข็ญแต่แววตากลับอ่อนโยนจนหยดย้อย
"ไม่ลืม... ผมไม่เคยลืมอะไรเกี่ยวกับคุณสักอย่าง..." เรย์ลืมตาขึ้นมองส่องประกาย ดึงดันจะขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม จนริมฝีปากของทั้งสองแตะสัมผัสกันแผ่วเบา—สัมผัสที่เต็มไปด้วยความลังเลชั่วขณะ ก่อนจะถูกความต้องการลึกซึ้งกลืนกินจนหมดสิ้น
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงกริ่งหน้าประตูเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน!
*กริ่งงงงง!*
เสียงนั้นแหลมคมและดังทะลุความเงียบเข้ามาในห้องนั่งเล่นราวกับฟ้าผ่า เรย์สะดุ้งเฮือกเล็กน้อยด้วยความตกใจ ส่วนพายุชะงักกкаก ใบหน้าคมเข้มตึงเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที
ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงเคาะประตูดังปังๆ ตามมาด้วยเสียงคุ้นเคยที่ตะโกนเรียกข้ามกำแพงเข้ามา ทำให้เลือดในกายของพายุเย็นเฉียบลงทันที
"ไอ้พายุ! เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้! กูรู้ว่ามึงอยู่ในนั้น... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
เสียงของเมฆดังลั่นทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับแรงหมุนลูกบิดประตูที่ดังกรอดๆ แสดงถึงความร้อนรนจนถึงขีดสุด ทำให้โมเมนต์ที่กำลังจะหวานซึ้งขาดสะบั้นลงในพริบตาเดียว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - แบล็กสมิธในตำนาน
เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 12
เมาแล้วรั่ว
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!