"ถ้าคุณยังวางแนวเส้นท่อผิดองศาแบบนี้อีกรอบเดียว ผมจะถือว่าสมองส่วนการคำนวณของคุณมีปัญหา ไม่ใช่แค่เรื่องรสนิยม"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมกระจกใสถูกผลักเปิดออก เรย์ยืนกอดอกอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด นิ้วเรียวยาวเคาะปากกาไวท์บอร์ดกับฝ่ามือเบาๆ เป็นจังหวะจะโคน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองร่างโปร่งที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
พายุชะينฝีเท้าเล็กน้อย ปากบางเฉียบเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะทันทีโดยไม่มีความเกรงกลัว เจ้าตัวโยนแฟ้มหนังสีดำลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นจนเอกสารด้านในกระพือ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนอย่างไร้มารยาทในสายตาของสถาปนิกจอมเนี้ยบ
"สมองผมปกติEvery inchครับคุณเรย์ แต่ดูเหมือนระเบียบจัดเกินเหตุของคุณต่างหากที่กำลังทำให้ระบบประสาทส่วนกลางพังท่อประปาตึกนี้ถึงได้อุดตัน... อ้อ แล้วก็เลิกใช้สายตาดุๆ นั่นมองผมสักที ผมไม่ใช่ลูกน้องคุณ และเราไม่ได้อยู่ในสนามรบ" พายุสวนกลับทันควัน น้ำเสียงกวนประสาทแต่แฝงด้วยความไม่ยอมคนทำให้บรรยากาศในห้องคุกรุ่นขึ้นทันตาเห็น
เมฆ ซึ่งนั่งกุมขมับอยู่มุมห้องรีบยกมือขึ้นเป็นเชิงปราม พร้อมกับหัวเราะแห้งๆ ออกมาเพื่อลดอุณหภูมิความเดือด "ใจเย็นครับคุณพายุ คุณเรย์เขาก็แค่... อยากให้งานมันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดตามสไตล์เขานั่นแหละครับ"
"ความสมบูรณ์แบบบ้าบออะไรล่ะเมฆ ถ้าทุกอย่างต้องเป๊ะตามไม้บรรทัดเหล็กของเขา โลกนี้คงไม่มีพื้นที่ให้ศิลปะและการหายใจหรอก" พายุหันไปเถียงเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงฮึดฮัด แต่ดวงตากลับเหลือบมองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนค้ำหัวอยู่ไม่ไกล
เรย์ถอนหายใจยาวเหยียด เขาไม่ได้เอ่ยปากตอกกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนเหมือนทุกที ชายหนุ่มเพียงแค่ดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม วางปากกาลงบนโต๊ะ แล้วเลื่อนแฟ้มแบบแปลนที่พายุเพิ่งโยนมาเมื่อครู่กลับมาเปิดดูอย่างพินิจพิเคราะห์
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงกระดาษพลิกเบาๆ และเสียงแอร์ที่ทำงานแข่งกับความตึงเครียดในอากาศ พายุขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วเรย์จะโต้เถียงกลับด้วยเหตุผลเชิงวิศวกรรมยืดยาวจนเขาแทบอยากจะเอาไม้บรรทัดฟาดหัว แต่ครั้งนี้... อีกฝ่ายกลับเงียบ เงียบจนผิดปกติ
"ตรงนี้..." เรย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ นิ้วเรียวจิ้มลงไปบนแปลนห้องรับแขกที่พายุเป็นคนออกแบบโทนสี "ที่คุณใช้โทนสีเทาเข้มตัดกับส้มอิฐ... ตอนแรกผมคิดว่ามันจะตีกันตายเพราะความต่างสุดขั้ว"
พายุชะựngไปนิด นัยน์ตาสีเข้มไหววูบด้วยความระแวง รีบแย่งพูดดักคอ "ทำไม? จะบอกว่ามันรกหูรกตาจนรับไม่ได้ใช่ไหมล่ะ งั้นก็แก้เองเลยครับ เชิญ!"
"เปล่า..." เรย์เงยหน้าขึ้นสบตา สายตาดุดันเมื่อครู่ผ่อนคลายลงจนน่าใจหาย แววตาคมกริบฉายประกายยอมรับบางอย่างที่หาได้ยากยิ่ง "พอมันมาอยู่บนหน้างานจริง... แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากกระจกบานใหญ่ตอนบ่ายสาม มันช่วยเบรกความดิบของอิฐแล้วขับให้สีเทาดูนุ่มลงอย่างไม่น่าเชื่อ... ยอมรับก็ได้ ว่าคุณตาถึง"
คำชมที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้าย ทำเอาพายุถึงกับพูดไม่ออก ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ สมองที่เตรียมพร้อมจะปะทะคารมชัตดาวน์ไปชั่วขณะ หัวใจดวงโตเต้นกระหน่ำแปลกๆ ในอกอย่างไม่มีเหตุผล คนอย่างเรย์เนี่ยนะ... จะยอมรับฝีมือคนอื่นง่ายๆ แบบนี้?
"คุณ... กินยาผิดซองมาหรือเปล่าคุณเรย์" พายุถามเสียงอ่อย ความพยศในแววตาเจือจางลงแทนที่ด้วยความงุนงง
"ผมปกติทุกอย่างครับพายุ" เรย์มุมปากกระตุกยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูหล่อเหลาจนน่าหมั่นไส้ "แค่พูดความจริง... ในเมื่อคุณแก้ปัญหาเรื่องฟังก์ชันการใช้งานผสานกับอารมณ์ศิลป์ได้ดีจริง ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องดื้อรั้น"
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอึดอัดที่เคยหนาแน่นเหมือนกลุ่มควันจากเตาหลอม บัดนี้กลับเจือจางลงเหลือเพียงความเงียบงันที่อบอุ่นและน่าประหลาดใจ เมฆที่แอบลุ้นอยู่มุมห้องถึงกับลอบถอนหายใจโล่งอก พร้อมกับแกล้งลุกขึ้นยืนแล้วเดินเลี่ยงออกจากห้องไปเงียบๆ เพื่อเปิดทางให้คนทั้งคู่ได้เคลียร์ใจกันตามลำพัง
"งั้น..." พายุหลบสายตาคู่นั้นโดยอัตโนมัติ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นที่พวงแก้มอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาแกล้งก้มลงมองแฟ้มงานเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า "แปลว่าที่เราทะเลาะกันมาเป็นอาทิตย์... คือผมชนะว่างั้นเถอะ?"
"คุณไม่ได้ชนะผมหรอกพายุ" เรย์ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากกายของสถาปนิกหนุ่ม "แต่เรา... กำลังเรียนรู้ที่จะเดินไปในจังหวะเดียวกันต่างหาก"
คำว่า 'เรา' ที่ถูกเน้นเสียงหนักแน่นทำเอาพายุต้องเงยหน้าขึ้นมองสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ระยะห่างแค่คืบทำให้เห็นประกายความจริงจังในนัยน์ตาสีนิลนั้นชัดเจน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับรัวเร็วจนแทบทะลุออกมานอกอก ความสัมพันธ์จากคู่กัดที่พร้อมจะหยุมหัวกันทุกวินาที บัดนี้เส้นแบ่งเขตแดนได้พังทลายลงเหลือเพียงพื้นที่ปลอดภัยที่คนทั้งสองเพิ่งตระหนักว่า... มันน่าอยู่กว่าที่คิด
พายุอ้าปากจะเอ่ยแซะอะไรสักอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนใจสั่นนี้ แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อกๆ!
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต ร่างสูงโปร่งของแขกที่ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบ
"ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะ... ผมแค่แวะมาดูว่าสถาปนิกคนเก่งกับดีไซน์เนอร์สุดแนว เคลียร์งานกันถึงไหนแล้ว"
เรย์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ ส่วนพายุถึงกับชะựngค้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับที่เมื่อสบตากับผู้ชายคนนั้น
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมไฟให้เตาหลอมดวงนี้เสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 13
เช้าวันใหม่ที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!