เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 14

ความกดดันจากลูกค้า

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"คุณหมายความว่ายังไงที่บอกว่า... จะรื้อแปลนชั้นสองทิ้งทั้งหมด?" น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบจนน่ากลัว มันคือความนิ่งสนิทก่อนพายุลูกใหญ่จะพัดถล่ม แววตาหลังกรอบแว่นโลหะคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมเฉือนทุกอย่างเป็นชิ้นๆ สถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบยืนกอดอกอยู่หน้าจอแท็บเล็ต โดยมีร่องรอยของเส้นเลือดปูดโปนตรงขมับอย่างเห็นได้ชัด ความสมบูรณ์แบบที่เขาใช้เวลาแรมเดือนในการคำนวณสัดส่วนและทิศทางลมกำลังถูกเหยียบย่ำด้วยคำพูดง่ายๆ เพียงประโยคเดียวจากปากผู้มาใหม่ บรรยากาศในห้องประชุมสตูดิโอเวลานี้อึดอัดเสียยิ่งกว่าอยู่ในเตาหลอมเหล็กกล้า พายุที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างกายของดีไซน์เนอร์หนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร กลับแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูยักษ์ เมื่อดวงตาสีเข้มของเขาประสานเข้ากับ 'ผู้ชายคนนั้น' คนที่เคยทิ้งรอยแผลเป็นและความทรงจำอันบิดเบี้ยวไว้ในอดีต คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าในฐานะ 'ลูกค้ารายใหญ่' ที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายโปรเจกต์นี้ "ผมพูดชัดเจนนะ คุณสถาปนิก" กวินท์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษและความเย่อหยิ่ง เขาขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างสบายอารมณ์ สายตากวาดมองแบบแปลนผลงานชิ้นเอกด้วยความเหยียดหยามเล็กๆ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเรย์ตรงๆ "ผมจ่ายเงินแพงลิ่ว ไม่ได้จ้างให้พวกคุณมาสร้างกรงขังหนูที่มีดีไซน์จำเจแบบนี้ แปลนชั้นสองมันน่าเบื่อ ไม่มีชีวิตชีวา พื้นที่ใช้สอยไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ของผม... รื้อแล้วทำใหม่ซะ ออกแบบโซน Open Space ให้มันเชื่อมต่อกับสวนดาดฟ้าแบบไร้รอยต่อ ผมให้เวลาพวกคุณปรับแก้แค่สามวัน" "สามวัน?" เมฆที่ยืนอยู่ข้างพายุอุทานเสียงหลง ทนดูความไร้เหตุผลไม่ไหวจนก้าวออกมายืนบังเพื่อนสนิทไว้ครึ่งตัว "คุณกวินท์ครับ นี่มันโครงสร้างรับน้ำหนักนะ ไม่ใช่ต่อเลโก้เล่น รื้อชั้นสองทิ้งแล้วทำใหม่ภายในสามวัน ต่อให้เอาทีมวิศวกรระดับชาติมาก็ทำไม่ได้หรอกครับ!" "ผมไม่ได้จ้างให้คุณมาบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ผมจ้างให้คุณทำให้ได้" กวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นและทรงอำนาจจนเมฆชะงักไป เรย์กัดกรามกรอดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนปลายนิ้วที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัวอำนาจเงิน แต่เพราะมันคือการหยามหยันหยาดเหงื่อและจิตวิญญาณในวิชาชีพของเขา นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความกดดันจากลูกค้า... แต่มันคือการประกาศสงคราม พายุสูดลมหายใจเข้าลึก, พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง สายตาที่เคยตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวขึ้นมาทีละน้อย เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของเรย์ที่ยืนหยัดเป็นกำแพงด่านแรกปกป้องทีมงาน พายุรู้ดีว่าเรย์เกลียดความผิดพลาดและการเปลี่ยนแปลงกะทันหันขนาดไหน ความกดดันระดับนี้อาจทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งครัดสติหลุดได้ทุกเมื่อ "ถ้าคุณอยากได้พื้นที่เชื่อมต่อกับสวนดาดฟ้าไร้รอยต่อ ทำไมไม่บอกตั้งแต่ขั้นตอนบรีฟแรกครับ?" พายุเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นทรงพลังและบาดลึกพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องหันมามอง ดีไซน์เนอร์หนุ่มก้าวเท้าออกมาข้างหน้า ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเรย์โดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของพายุลอยแตะจมูกเรย์ท่ามกลางบรรยากาศมาคุ กวินท์หันมามองพายุ แววตาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นความท้าทายในดวงตาสีเข้มคู่นั้น "อ้าว... คุณพายุ ดีไซน์เนอร์คนเก่ง นึกว่าจะยืนใบ้กินซะอีก นึกไม่ถึงเลยนะว่าเราจะได้มาร่วมงานกันอีกครั้ง... ในสถานการณ์แบบนี้" "ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคนอย่างคุณ จะยังมีหน้าเอาเงินมาฟาดหัวคนอื่นเพื่อชดเชยรสนิยมแย่ๆ ของตัวเอง" พายุยิ้มเยาะ ปากจัดและไม่ยอมก้มหัวให้ใครตามสไตล์ "แปลนชั้นสองไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาคือคุณต่างหากที่มองไม่เห็นคุณค่าของมัน เพราะในหัวของคุณมีแต่ความอยากเอาชนะ... ใช่ไหมครับ คุณกวินท์" กวินท์หน้าตึงขึ้นมาทันที บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนติดลบ เรย์เหลือบมองพายุแวบหนึ่ง แววตาคู่คมมีความรู้สึกบางอย่างฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง มันไม่ใช่แค่ความตกใจ แต่เป็นความอุ่นวาบที่แปลกประหลาดท่ามกลางพายุเพลิง "ปากกล้าขึ้นนี่พายุ" กวินท์หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานที่เรย์ยืนอยู่ เขาโน้มตัวลงใช้มือค้ำขอบโต๊ะ จ้องหน้าเรย์ด้วยแววตาคุกคาม "เอาล่ะ คุณสถาปนิกจอมเนี้ยบ... ผมให้เวลาพวกคุณถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้ ส่งแบบร่างใหม่มาให้ผมดู ถ้าไม่ถูกใจ... สัญญามูลค่าสิบล้านนี่เป็นอันยกเลิก และพวกคุณต้องจ่ายค่าปรับฐานผิดสัญญาด้วย" กวินท์ยื่นนามบัตรราคาแพงวางกระแทกบนโต๊ะเสียงดัง ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู โดยไม่ลืมที่จะหันมามองหน้าพายุด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความนัยน่าขนลุก "หวังว่าจะได้คุยกันเป็นการส่วนตัวนะ... พายุ" ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กดทับจนหายใจไม่ออก เมฆทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ด้วยความอ่อนแรง ขณะที่เรย์ยังคงยืนนิ่ง คราบความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่น่ากลัวกว่าเดิม พายุหันไปมองเรย์ เตรียมจะเอ่ยปากพูดปลอบใจหรือหาทางออก แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับ เรย์ก็เอื้อมมือมากระชากข้อแขนของพายุอย่างแรงด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา ลากร่างโปร่งให้ถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องประชุมที่ว่างเปล่าอย่างไร้การตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกัน เรย์ใช้แขนอีกข้างกั้นขวางทางหนีไว้ ปลายจมูกโด่งคมกริบห่างจากแก้มเนียนเพียงแค่คืบ แววตาของสถาปนิกหนุ่มดุดัน วาวโรจน์ และเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่อัดอั้นมานาน "นายรู้จักกับมัน... ในระดับไหนกันแน่, พายุ?" เรย์กระซิบถามชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำคาดคั้นและสั่นระริกด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้ตัว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของแบล็กสมิธในตำนานเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%