กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งหนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นหมอกสีชาดปกคลุมทั่วตำหนักเมฆาคล้อย ร่างไร้ลมหายใจของเจ้าสำนักเมฆานั่งทรุดอยู่บนบัลลังก์มังกรหยก ดวงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกและแค้นเคือง กลางหน้าอกของเขามีรอยกระบี่ลึกที่ถูกแทงทะลุหัวใจอย่างไร้ความปรานี และที่สำคัญที่สุด... ปลายกระบี่เล่มนั้น กลับมีคราบเลือดสีสดหยดติ๋งลงสู่พื้นหินอ่อน พร้อมกับที่เงาร่างของ 'เฟยหลง' ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าศพนั้น มือขวาของเขายังคงกุมด้ามกระบี่เหล็กนิลที่ปลดปล่อยไอสังหารเย็นเยียบออกมาอย่างไม่ขาดสาย
"เฟยหลง... เจ้า... เจ้ากล้าลงมือกับอาจารย์ตนเองเช่นนี้เชียวหรือ!"
เสียงตะโกนด้วยความร้าวรานและโกรธเกรี้ยวแผדก้องไปทั่วห้องโถง ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักเมฆาชี้มือมาที่บุรุษหนุ่มด้วยตัวสั่นเทา รอบกายเขาและเหล่าศิษย์นับร้อยชีวิตต่างชักอาวุธออกมารุมล้อมด้วยจิตสังหารพรั่งพรู ทว่าสายตาของเฟยหลงกลับราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ไร้ซึ่งคำแก้ตัว
ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่ร่างบอบบางของ 'มู่หรงเซียน' นางยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตู ดวงตางามคู่นั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดร้าวรานราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า
"ไม่ใช่ข้า..." น้ำเสียงของเฟยหลงทุบทำลายความเงียบงัน มันเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนกดดันให้บรรยากาศรอบกายหนักอึ้ง "เมื่อข้ามาถึง ท่านเจ้าสำนักก็สิ้นใจไปก่อนแล้ว กระบี่เล่มนี้... มีคนฉวยโอกาสยืมมือข้า"
"เหลวไหลสิ้นดี!" ผู้อาวุโสสูงสุดตวาดลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "ในรัศมีร้อยลี้ มีเพียงเจ้าที่ครอบครองวิถีกระบี่ไร้เงานี้ แผลฉกรรจ์บนอกของเจ้าสำนักเกิดจากปราณกระบี่ย่อมๆ ของเจ้าชัดเจน ยังกล้าปฏิเสธอีกหรือ? ทรชนเนรคุณ เจ้าสมควรถูกสับเป็นหมื่นชิ้น!"
เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นชาและเย้ยหยันฟ้าดินยิ่งนัก เขายกกระบี่ขึ้นมาพิจารณา ร่องรอยพลังปราณที่หลงเหลือบนบาดแผลหาใช่ของเขาไม่ มันคือ 'วิชามารโลหิต' ที่ถูกดัดแปลงให้คล้ายคลึงกับกระบี่ของเขาอย่างแนบเนียน ช่างเป็นแผนการที่แยบยลและเลือดเย็นยิ่งนัก ผู้ที่อยู่เบื้องหลังย่อมต้องการทำลายชื่อเสียงของเขา และต้องการให้สำนักเมฆาคล้อยตกอยู่ในความโกลาหล
ทว่า... ในยุทธภพแห่งนี้ ผู้คนมักเชื่อสิ่งที่ตาเห็น มากกว่าความจริงที่ซ่อนอยู่
"เฟยหลง..." เสียงหวานที่สั่นเครือและแหบพร่าดังขึ้นจากริมฝีปากของมู่หรงเซียน นางก้าวเท้าเข้ามาทีละน้อย ท่ามกลางสายตาห้ามปรามของเหล่าผู้อาวุโส ร่างอรชรในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา นางมองหน้าบุรุษที่นางมอบหัวใจให้ทั้งดวงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม "บอกข้าสิ... ว่าไม่ใช่ท่าน เจ้าพูดออกมาสิว่าท่านไม่ได้ทำ!"
เฟยหลงหันกลับไปมองนาง แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี กลับฉายแววความอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่าเขากลับเลือกที่จะปิดผนึกความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้ท่าทีอันทะนงตน
"หากเจ้าเชื่อใจข้า ต่อให้คนทั้งยุทธภพชี้หน้าด่าทอข้าว่าเป็นฆาตกร ข้าก็หาได้ใส่ใจไม่" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มั่นคงในวิถีกระบี่และศักดิ์ศรีของตนเอง "แต่หากในใจของเจ้ามีความเคลือบแคลงสงสัย... เช่นนั้น ต่อให้ข้าอธิบายจนน้ำลายกลายเป็นเลือด ก็ไร้ความหมาย"
คำพูดนั้นราวกับมีดคมที่กรีดแทงลงบนหัวใจของมู่หรงเซียน นางเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ลมหายใจติดขัด นางไม่ต้องการคำแก้ตัวที่เย็นชาเช่นนี้ นางต้องการเพียงคำปฏิเสธที่อ่อนโยนจากปากของเขา เพื่อที่นางจะได้ใช้มันเป็นเกราะคุ้ม ภัยปกป้องเขาจากเงื้อมมือของทุกคนในสำนัก
"ฆ่ามัน! ล้างมลทินให้เจ้าสำนัก!"
เสียงคำรามสั่งตายดังขึ้นจากผู้อาวุโสสูงสุด พร้อมกับที่กระบี่นับร้อยเล่มพุ่งทะยานเข้ามาหาเฟยหลงดั่งห่าฝน จิตสังหารอันบ้าคลั่งแผ่ซ่านจนอากาศบิดเบี้ยว
เฟยหลงไม่ขยับเขยื้อน ร่างของเขายังคงตั้งตรงดั่งกระบี่ที่ปักอยู่กลางปฐพี ในวินาทีที่คมกระบี่แรกกำลังจะเฉียดผ่านผิวเนื้อ ประกายแสงสีครามอันเจิดจ้าก็ระเบิดออกจากร่างของเขา ปราณกระบี่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พลิกผันเมฆหมอกให้ม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น พลังกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายออกไปจนผู้อาวุโสหลายคนถึงกับกระอักเลือดถอยหลัง
เขากวาดสายตามองทุกคนด้วยความเด็ดขาด ปราศจากความหวาดกลัว คมกระบี่ในมือวาดผ่านอากาศเป็นวงโค้งอย่างไร้ร่องรอย เพียงพริบตาเดียว คมกระบี่ของศิษย์นับสิบที่พุ่งเข้ามาก็แหลกละเอียดเป็นผุยผงโดยที่พวกเขาไม่ทันได้รู้ตัวว่าถูกโจมตีจากทิศทางใด
นี่คือวิถีกระบี่เดียวดาย! ดุเดือด ตระการตา และทรงพลังจนผู้คนต้องสั่นสะเทือน
"ข้าไม่ได้ฆ่าเจ้าสำนัก" เฟยหลงกล่าวทิ้งท้าย น้ำเสียงดังกังวานก้องกาลเวลา "แต่หากพวกเจ้ายังดึงดันจะเอาชีวิตข้าด้วยความโง่เขลา... วันนี้ ศาลากลางน้ำแห่งสำนักเมฆาคล้อย จะต้องนองเลือดจนกลายเป็นทะเลสาบสีชาด!"
พูดจบ เขาก็สะบัดชายเสื้อ เตรียมทะยานร่างแหวกม่านเมฆออกไปจากที่นี่ ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเท้าทะยานออกนอกหน้าต่างนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่บนหลังคาตรงข้าม แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของบุคคลปริศนาผู้นั้น รอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นชั่วพริบตา
นั่นคือ... อัครเสนาบดีมาร ผู้ที่ควรจะอยู่ห่างจากดินแดนแห่งนี้หลายพันลี้!
หัวใจของเฟยหลงกระตุกวูบ ทันใดนั้น แผ่นดินใต้เท้าของเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อักขระมารสีดำสนิทนับหมื่นตัวผุดขึ้นจากพื้นศิลา ก่อตัวเป็นค่ายกลกักขังวิญญาณโบราณที่ทรงพลังยิ่ง ปิดตายทุกเส้นทางหลบหนีในพริบตา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับมังกรครามท่องภพนะครับ
กระบี่เดียวดายพิชิตเซียนเมฆา•ตอนที่ 6
เพลิงแค้นสำนักเซียน
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายพิชิตเซียนเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!