โลหิตอุ่นร้อนหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ เสียง *ติ๋ง* นั้นดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของถ้ำผาจันทรา ราวกับเสียงเคาะระฆังเตือนสติแห่งวัฏสงสาร
เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองบาดแผลลึกถึงกระดูกบริเวณหัวไหล่ขวาของตนเอง สมาธิทั้งหมดของบุรุษหนุ่มถูกตรึงไว้กับคมกระบี่ในมือที่ยังคงมีหยดโลหิตสีชาดไหลรินตามเรียวคม ปลายกระบี่สั่นระริกเล็กน้อยมิใช่เพราะความหวาดกลัวต่อเงื้อมมือของอัครเสนาบดีมาร หากแต่เกิดจากการโคจรพลังปราณที่ตีรวนอย่างรุนแรงภายหลังผ่านศึกหนักหน่วงเมื่อยามค่ำคืน
เบื้องหน้าของเขาคือหน้าผาสูงชัน เมฆหมอกสีเทาทะมึนเคลื่อนตัวปิดบังแสงจันทร์จนมืดมิด เหลือเพียงแสงเรืองรองจากอักขระผนึกมารที่กำลังแตกสลายทีละน้อย
"เจ้ายังดื้อรั้นเช่นเดิม... เฟยหลง"
สุ้มเสียงราบเรียบเยือกเย็นราวสายลมหนาวพัดผ่านยอดเขาเอ่ยขึ้น มู่หรงเซียนก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและโลหิต นางเซียนผู้สูงศักดิ์แห่งสำนักเมฆาคล้อยผู้มักรักษาท่าทีห่างเหินและเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้แววตาคู่นั้นกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ความหยิ่งทะนงในวิถีเซียนที่นางยึดถือมาตลอดชีวิตถูกทำลายลงจนย่อยยับ เมื่อเห็นบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่เลือกเอาชีวิตตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องนางจากค่ายกลโลหิตพันอสูร
มือเรียวบางดั่งหยกสลักสั่นเทาเล็กน้อยยามยื่นออกไปสัมผัสบาดแผลฉกรรจ์บนหัวไหล่ของเขา กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นจันทร์หอมจางๆ จากกายของนาง
"ข้าบอกแล้วว่าวิชาสำนักเมฆาคล้อย... ข้าจัดการเองได้ เหตุใดต้องเอาชีวิตเข้าแลกเช่นนี้" น้ำเสียงของมู่หรงเซียนขาดห้วง นางพยายามซ่อนความสั่นเครือไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น ทว่าหยดน้ำตาใสที่ร่วงหล่นจากดวงตาคู่งามกระทบลงบนหลังมือของเฟยหลง กลับร้อนรุ่มยิ่งกว่าเปลวเพลิงอัคคีสวรรค์
เฟยหลงเงยหน้าขึ้น สบตากับนางเซียนผู้ครองใจเขา ริมฝีปากซีดเผือดแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง ราวกับพยับหมอกยามรุ่งอรุณที่สลายตัว
"ในยุทธภพนี้... ข้าอาจยอมให้กระบี่ในมือหักสลาย ยอมให้ลมหายใจสุดท้ายดับสูญ..." เฟยหลงหยุดเว้นจังหวะหนึ่งเพื่อกลืนความเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคงยิ่ง "แต่ข้าไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงที่ข้าสลักไว้ในดวงใจ... ต้องมีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย"
หัวใจของมู่หรงเซียนกระตุกวูบ คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังดั่งวจีสวรรค์นี้ กรีดลึกลงไปในกลางใจของนาง ทลายกำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นปกป้องความรู้สึกมานานนับปีจนหมดสิ้น ความรู้สึกผิดบาปจากการบำเพ็ญเพียรที่ตัดขาดโลกีย์วิสัย มลายหายสิ้นในวินาทีนี้
นางไม่ลังเลอีกต่อไป สองแขนเรียวบางสวมกอดร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเฟยหลงไว้แนบอก ใบหน้างามซบลงกับแผ่นอกกว้างที่ยังคงสะท้อนความห้าวหาญ ไอร้อนจากร่างกายของทั้งสองหลอมรวมกันท่ามกลางความเหน็บหนาวของยอดเขา
"เจ้าคนโง่..." มู่หรงเซียนพึมพำชิดริมฝีปาก น้ำตาของนางซึมผ่านเนื้อผ้าเปื้อนเลือดของเขา "หากเจ้าตาย... ข้าจะมียอดเขาเมฆาคล้อยไว้เพื่อสิ่งใด ยุทธภพนี้ ต่อให้ไร้ซึ่งสำนักเซียน ไร้ซึ่งวิถีแห่งเต๋า หากไร้ซึ่งเจ้า... โลกหล้าก็เป็นเพียงสุสานไร้ชีวัน"
เฟยหลงกระชับอ้อมกอดตอบรับสัมผัสนั้น แม้บาดแผลจะกรีดลึกสร้างความเจ็บปวดเจียนตาย แต่ความอบอุ่นจากหัวใจของนางกลับเป็นโอสถทิพย์ชั้นดีที่เยียวยาทุกสิ่ง พลังปราณกระบี่ที่เคยตีรวนค่อยๆ สงบลงและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจุดตันเทียนอย่างน่าอัศจรรย์
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขมักสั้นเสมอ
*เปรี้ยง!*
เสียงสายฟ้าฟาดคำรามก้องสะท้านฟ้าดินจากเบื้องล่างหน้าผา เมฆหมอกสีดำสนิทม้วนตัวเป็นเกลียวพายุหมุนขนาดมหึมา แรงกดดันระดับขอบเขตราชันมารแผ่พุ่งขึ้นมาปกคลุมทั่วบริเวณจนลมหายใจสะดุด อักขระผนึกมารที่ควรจะดับสูญ กลับส่องแสงสีโลหิตเจิดจ้าขึ้นมาใหม่อย่างน่าสะพรึงกลัว
มู่หรงเซียนผละออกจากอ้อมกอดทันที นัยน์ตาคู่สวยกลับคืนสู่ความเฉียบคมดั่งเดิม กระบี่เซียนเมฆาในมือส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับรับรู้ถึงภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่
"พวกเขามาเร็วกว่าที่คาดไว้..." มู่หรงเซียนกล่าวเสียงเครียด
เฟยหลงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนหยัดอย่างมั่นคง แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจดจ้องไปยังเบื้องล่าง ท่ามกลางความมืดมิด เงาร่างนับร้อยกำลังพุ่งทะยานขึ้นมาตามหน้าผา นำหน้าด้วยบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากอสูรครึ่งซีก ปล่อยไอสังหารรุนแรงจนต้นไม้ใบหญ้าเหี่ยวเฉาลงในพริบตา
อัครเสนาบดีมาร... ปรากฏตัวแล้ว!
และในวินาทีที่เงาร่างของผู้นำมารก้าวขึ้นมาเหยียบขอบหน้าผา สายตากลับกวาดมองตรงมาที่เฟยหลงและมู่หรงเซียน ก่อนที่มุมปากใต้หน้ากากอสูรจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กล่าวประโยคพลิกผันสถานการณ์ทั้งหมด
"นึกไม่ถึงว่า... เจ้าสำนักเมฆาคล้อยผู้สูงส่ง จะยอมลดตัวมาเคียงคู่กับไอ้สารเลวแซ่เฟยผู้ทรยศสำนัก... ช่างเป็นภาพที่น่าสมเพชเสียจริง... ศิษย์น้องแปด!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับมังกรครามท่องภพนะครับ
กระบี่เดียวดายพิชิตเซียนเมฆา•ตอนที่ 12
สายลมเย็นในใจนาง
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายพิชิตเซียนเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!