เม็ดเหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าคมคายของเฟยหลง เสียงลมหายใจของเขาไม่ได้ติดขัด ทว่ากลับหนักหน่วงดุจเสียงหินบดอัดในโม่หินยักษ์ ใต้ผืนแผ่นดินเบื้องล่างที่พวกเขานั่งขัดสมาธิอยู่ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์กำลังแผ่พุ่งพล่านราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันปะทุ
"หากเจ้ายังคงบังคับลมปราณด้วยความลังเลเช่นนี้ เก้ากระบวนท่าเมฆาคล้อยย่อมไม่มีทางหลอมรวมเข้ากับวิถีกระบี่เดียวดายของเจ้าได้"
น้ำเสียงราบเรียบทว่ากังวานดั่งหยกกระทบกันดังขึ้นจากเบื้องหน้า มู่หรงเซียนในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์มิได้ขยับกาย นางยังคงนั่งหลับตาพริ้ม สองมือประสานกันไว้ที่หน้าตัก ปลายกระบี่เซียนอัสนีวางพาดอยู่บนตักเรียวงาม ทว่าไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกลับทำให้ใบไม้รอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามในพริบตา
เฟยหลงลืมตาดำขลับที่ฉายแววดุดันดั่งพญาอินทรีขึ้นช้าๆ เขาแค่นเสียงในลำคออย่างเย่อหยิ่ง "ความลังเลมิเคยมีอยู่ในสารบบกระบี่ของข้า มีเพียงแต่... ปราณฟ้าดินเบื้องล่างนี้ดูเหมือนจะดื้อรั้นเกินกว่าจะยอมสยบต่อวิชาสายสำนักเมฆาของเจ้าต่างหาก"
"ปากแข็งนัก" นางเซียนลืมตาขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่สวยที่ลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทร ทว่าในความเยือกเย็นนั้น กลับสะท้อนเงาของชายหนุ่มผู้ทะนงตนผู้นี้ไว้อย่างชัดเจน นางยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกออกไป นิ้วเรียวดุจลำเทียนแตะลงที่กลางหน้าอกของเฟยหลงเบาๆ "วิชานี้มิใช่การสยบ... แต่มันคือการ 'หลอมรวม' ปราณของข้าคือความหยาดเยิ้มอ่อนโยนดั่งสายหมอก ปราณของเจ้าคือความเฉียบคมเด็ดเดี่ยวราวกายาเหล็กไหล หากปราศจากการยอมจำนนซึ่งกันและกัน ต่อให้เจ้าฝึกฝนจนถึงร้อยปี ก็เป็นได้เพียงจอมยุทธ์ผู้ถือกระบี่ที่โดดเดี่ยวไร้สหาย"
คำพูดนั้นแทงใจดำของเฟยหลงยิ่งนัก เขาเป็นผู้ฝึกกระบี่ที่เชื่อมั่นเพียงหนึ่งเดียวมาตลอดชีวิต โลกหล้าล้วนอยู่ในกำมือ โดดเดี่ยว ทว่าทรงพลัง แต่วินาทีที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของมู่หรงเซียนสัมผัสลงบนชีพจรหัวใจ เขากลับรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งที่ไหลซึมผ่านเนื้อหนังทะลวงเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างประหลาด
"เช่นนั้น... แม่นางมู่ เชิญชี้แนะ" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาสื่อความหมายลึกซึ้ง
ทั้งสองประสานสายตากันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่พลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณจะระเบิดออกรอบทิศทาง!
ตูม!
พื้นศิลาโบราณใต้ร่างแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงกดดันจากวิชาประสานพลังกระบี่แผ่ขยายเป็นวงกว้างนับร้อยลี้ ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งพลันปรากฏเมฆฝนสีนิลก่อตัวหมุนวนเป็นเกลียวพายุ สายฟ้าคำรามกึกก้องดั่งอสูรกายคำรามรับการถือกำเนิดของเคล็ดวิชาสะท้านฟ้า
ในมิติแห่งจิตสำนึก เฟยหลงพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะโหมกระหน่ำ ความหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูกดำ ทว่าเบื้องหน้าของเขากลับมีร่างระหงของมู่หรงเซียนยืนร่ายรำกระบี่ด้วยท่าทางงดงามดั่งเทพธิดาล่องหน กระบี่เซียนอัสนีของนางกรีดกรายผ่านอากาศเกิดเป็นประกายแสงสีเงินยวดยิ่งยวด ทว่าในขณะเดียวกัน กระบี่เหล็กนิลของเฟยหลงก็ตวัดเข้าต้านทานด้วยความดุดัน ทรงพลัง และเด็ดขาด
"เคล็ดวิชาหล่อหลอมกายา... ขั้นที่สาม!"
เสียงของทั้งสองประสานกันก้องกังวานในห้วงจิต ปราณกระบี่สองสายที่แตกต่างสุดขั้ว—สายหนึ่งเย็นชาดั่งน้ำแข็ง อีกสายร้อนแรงดั่งอัคคีผลาญ—เริ่มพันธนาการเข้าหากันราวกับมังกรเพลิงและหงส์เหมันต์ที่กำลังหยอกล้อกันกลางนภา กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายของเฟยหลงปูดโปนขึ้น เส้นเลือดเขียวปมปะทุขึ้นตามลำแขน ความเจ็บปวดจากการทะลวงขีดจำกัดทางกายภาพทำให้เขาต้องกัดฟันจนเลือดสดๆ ไหลรินที่มุมปาก
มู่หรงเซียนสังเกตเห็นความผิดปกติ นางไม่ลังเลที่จะขยับกายเข้าไปประชิดแนบชิด ไออุ่นจากร่างของนางถ่ายเทเข้าสู่แผ่นหลังของเขาผ่านฝ่ามือที่แนบสนิท "เฟยหลง... ตั้งสติ! อย่าให้พลังมารเข้าแทรกแซงตอนนี้!"
น้ำเสียงของนางมีความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน และนั่นคือพลังใจอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เฟยหลงคำรามก้องฟ้า ดวงตาสะท้อนแสงกระบี่สีครามเจิดจ้า
"ข้าคือเฟยหลง! ต่อให้ฟ้าดินพิพากษา ข้าก็จักใช้กระบี่นี้แหวกมันออกเป็นสองเสี่ยง!"
ฉับพลันนั้น ร่างของทั้งสองก็เปล่งแสงสว่างวาบเจิดจ้าจนกลบรัศมีของดวงจันทร์ ปราณกระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งลำแสงอัคคีผสมหิมะผ่าทะลวงชั้นเมฆหนาทึบจนแตกกระจาย!
ทว่า... ในวินาทีที่พลังประสานกำลังถึงจุดสูงสุด ณ ยอดเขาเมฆาคล้อยเบื้องล่าง เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากหุบเหวเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดแก้วหูจนโลหิตในกายแทบสำลัก
"ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริง... น่าเสียดายนักที่คัมภีร์เซียนในมือของพวกเจ้า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเจ้าของแล้ว!"
เฟยหลงลืมตาโพรงขึ้นอย่างเฉียบคม ประกายกระบี่ในมือวาวโรจน์ขึ้นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันคุ้นเคย—มันคือไอพลังมารที่เคยทำลายล้างสำนักของเขาเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับมังกรครามท่องภพนะครับ
กระบี่เดียวดายพิชิตเซียนเมฆา•ตอนที่ 10
เคล็ดวิชาหล่อหลอมกายา
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายพิชิตเซียนเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!