"นั่นสินะครับ..." กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังในทุกพยางค์ "บางที... ผีจากอดีต อาจจะกำลังกลับมาทวงหนี้ที่คุณติดเอาไว้... ก็เป็นได้"
ความเงียบงันราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนบรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของธนทอดยาวออกไป ทุกอณูอากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่มองไม่เห็น ธนชะงักมือที่กำลังจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นจด ริมฝีปากที่เคยแย้มยิ้มหยันแข็งค้าง ดวงตาคู่คมที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์มาตลอดไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะในลำคอที่แห้งผาก
"คุณกรณ์นี่พูดจาเหมือนตัวละครในนิยายสืบสวนไม่มีผิดนะครับ" ธนวางแก้วลงกระทบโต๊ะกระจกเสียงดังทึบ พยายามรักษามาดสุขุมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด "เรื่องอดีตอะไรนั่น ผมจำไม่ได้หรอกครับว่าเคยติดหนี้ใคร... โดยเฉพาะหนี้ที่คุณอ้างถึง"
กรณ์ไม่ตอบ เขายังคงยืนนิ่งอยู่ในชุดสูทสีเข้ม ร่างกายผึ่งผายทว่าแฝงไว้ด้วยความระแวดระวัง สายตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องกระจกใสไปยังมุมห้องที่พิมพ์ชนกกำลังยืนถือกระดานสเก็ตช์ภาพอยู่ รอยยิ้มที่เคยสดใสของเธอยามนี้เจือความกังวลอย่างเห็นได้ชัด กรณ์รู้ดีว่าทุกย่างก้าวที่เขากำลังเดินอยู่ในเวลานี้ ไม่ใช่แค่การแก้เกมธุรกิจธรรมดา แต่มันคือการเดินอยู่บนสนามรบที่เคยพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาเมื่อห้าปีก่อน ความผิดพลาดที่เขาปล่อยให้ธนบิดเบือนแปลนโครงสร้างตึกโบราณจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม... เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดซ้ำรอยเดิมเป็นอันขาด
"จำไม่ได้... หรือพยายามลืมกันแน่ครับ, ธน" กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบถึงกระดูก "เอกสารอนุมัติงบประมาณการเสริมความแข็ง L-Beam ของโครงการรีโนเวทหอศิลป์เก่า... ถ้าผมจำไม่ผิด คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติให้ลดเกรดวัสดุลงครึ่งหนึ่ง เพื่อเอาส่วนต่างไปโปะหนี้พนันของคุณเองเมื่อเดือนก่อนใช่ไหมครับ"
ร่างของธนกระตุกวูบ สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเสมือนภาพลวงตา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว เขาไม่คิดว่ากรณ์จะสืบสาวราวเรื่องมาได้ลึกถึงเส้นทางการเงินส่วนตัวที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด
"คุณ... คุณรู้ได้ยังไง!" ธนเผลอหลุดเสียงดังอย่างลืมตัว
"ความลับไม่มีในโลกหรอครับ ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนนับร้อยที่จะต้องเข้ามาใช้พื้นที่ตึกนั้นด้วยแล้ว ผมไม่มีทางปล่อยให้ความโลภของคุณมาทำลายมันเป็นครั้งที่สองแน่" กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทรงพลังจนธนพูดไม่ออก
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง กรณ์คิดว่าเขาเป็นผู้กุมชัยชนะ เขาได้แก้ไขเปลาะปัญหาที่ผิดพลาดในอดีตไปทีละเปลาะแล้ว เขากำลังจะปกป้องพิมพ์ชนกและโครงการนี้จากเงื้อมมือของความโลภของธนได้สำเร็จ แต่ทว่า... ทฤษฎีที่ว่ากาลเวลาไม่เคยเปลี่ยนแปลก กลับกำลังแสดงฤทธิ์เดชของมันให้เขาได้ประจักษ์
พิมพ์ชนกที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ มานาน ร่างกายของเธอกลับเซถลาลงไปชั่วขณะ มือเรียวบางเอื้อมไปควบจับขอบโต๊ะไม้เก่าแก่ข้างกายเพื่อพยุงตัว สีหน้าของจิตรกรสาวเปลี่ยนเป็นขาวซีดราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผม ลมหายใจหอบถี่ราวกับคนขาดอากาศ
"พิมพ์!" กรณ์ผละจากธนในทันที ร่างสูงปรากฏตัวเคียงข้างหญิงสาวด้วยความเร็วที่เหนือกว่าความคิด "คุณเป็นอะไรไป?"
"กรณ์..." พิมพ์ชนกพึมพำเสียงสั่น ดวงตาของเธอมองตรงไปยังผนังห้องโล่งๆ ที่ว่างเปล่า แต่แววตานั้นกลับหวาดกลัวสุดขีด "ฉัน... ฉันรู้สึกเหมือน... เหมือนเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว... กลิ่นฝน กลิ่นสีทาผนังกลิ่นนี้... และเสียงพูดคุยของคุณกับธน... มันซ้อนทับกัน... ฉันจำได้ว่า... ฉันเคยยืนอยู่ตรงนี้... ในวันที่คุณ..."
ประโยคของเธอขาดหายไปพร้อมกับร่างที่ทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของกรณ์
กรณ์หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารวบตัวเธอเข้าแนบอก ความเย็นเฉียบจากร่างกายของพิมพ์ชนกส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเขาสั่นสะท้าน เขามองไปรอบห้องอย่างตื่นตระหนก ประวัติศาสตร์ไม่ได้กำลังซ้ำรอยแค่โครงสร้างตึกหรือกลโกงทางธุรกิจ แต่มันกำลังเล่นตลกร้ายกับ "จิตวิญญาณและความทรงจำ" ของผู้หญิงที่เขารักที่สุด
ประวัติศาสตร์กำลังปกป้องตัวเอง... มันพยายามดึงพิมพ์ชนกกลับคืนสู่ห้วงเวลาแห่งโศกนาฏกรรมที่เธอควรจะเผชิญเมื่อห้าปีก่อน กฎแห่งกาลเวลากำลังทำงานอย่างโหดร้าย และเขากำลังพบว่า ไม่ว่าเขาจะพยายามแก้ไขอดีตมากแค่ไหน แรงเหวี่ยงของโชคชะตากลับยิ่งดึงพวกเขาทั้งคู่ให้ดำดิ่งลงไปในวังวนเดิมลึกยิ่งขึ้น
ธนที่ตั้งสติได้จากอาการตกใจ ยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว รอยยิ้มที่แปรเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความเย้ยหยันอย่างน่าประหลาด เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดจากริมฝีปากของชายหนุ่มผู้เป็นเพื่อนสนิท
"คุณคิดว่าจะแก้ไขมันได้ทั้งหมดจริงๆ เหรอครับ, กรณ์..." ธนเอ่ยเสียงพร่า ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความวิปริตบางอย่าง "คุณไม่มีวันชนะโชคชะตาหรอก... ดูเธอนั่นสิ เธอกำลังจำมันได้แล้ว... ความทรงจำที่ว่า... ใครเป็นคนฆ่าเธอกلายๆ ในอดีต"
กรณ์หันขวับไปมองธนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกราดยัวะถึงขีดสุด คำพูดของธนไม่ได้เป็นเพียงคำถากถาง แต่มันเต็มไปด้วยความลับดำมืดบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน
ก่อนที่กรณ์จะได้เอ่ยปากคาดคั้นอะไร เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก หน้าประตูห้องทำงานเปิดผางออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะเตือน ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวล้ำเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วดั่งหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้
และผู้ที่ก้าวตามหลังชายชุดดำเหล่านั้นออกมา คือชายชราในชุดสูทเนี๊ยบกริบ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา ดวงตาคู่คมกริบจ้องตรงมาที่กรณ์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มของคนเหนือกว่าที่กรณ์จำได้ไม่เคยลืม... ชายผู้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมทั้งหมดเมื่อห้าปีก่อน ผู้ที่ควรจะอยู่ในเรือนจำความมั่นคงสูงสุด!
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ... คุณสถาปนิก" เสียงแหบต่ำเอ่ยทักทาย ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันนะครับ
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 19
แก้ไขทีละเปลาะ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!