รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 18

การพบกันอีกครั้ง

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"คุณเป็นใครกันแน่... ทำไมถึงมองผมด้วยสายตาแบบนั้น?" เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องแสดงงานศิลปะขนาดเล็ก ย่านรัตนโกสินทร์ กลิ่นสีน้ำมันและผ้าใบใหม่ๆ ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่เย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศ แต่นั่นก็ยังไม่อาจดับความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นในอกของชายหนุ่มได้ ตรงหน้าเขาคือพิมพ์ชนก หญิงสาวในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมเรียบง่าย เธอกำลังถือพู่กันเบอร์เล็กค้างไว้กลางอากาศ ปลายขนแปรงยังมีหยดสีน้ำเงินเข้มเปื้อนอยู่เล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง เธอยังเป็นพิมพ์ชนกที่เขารู้จัก—ทว่าไม่ใช่พิมพ์ชนกคนเดียวกันกับที่เขาเพิ่งสูญเสียไปในอีกเส้นเวลาหนึ่ง นี่คืออดีต... อดีตที่เธอยังไม่เคยรู้จักเขาเลยแม้แต่น้อย กรณ์ในวัยหนุ่มผู้ซึ่งเพิ่งก้าวผ่านความสูญเสียอันแสนสาหัสมาหมาดๆ ยืนนิ่งสนิท มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นในกระเป๋าเสื้อโค้ตเนื้อหนา ความทรงจำจากอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงกรีดแทะจิตใจเขาจนปวดร้าว เขารู้ดีว่าทุกคำพูด ทุกย่างก้าวในตอนนี้ อาจเปลี่ยนแปลกทิศทางของโชคชะตาไปตลอดกาล แต่หัวใจที่โหยหากลับไม่ยอมเชื่อฟังสมอง "ฉัน... ฉันขอโทษค่ะ... เอ๊ย ขอโทษครับ" พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิด เธอกะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหม่า รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คือฉันแค่รู้สึกว่า... คุณดูแปลกหน้ามาก แต่ในขณะเดียวกัน... ก็เหมือนกับคนที่ฉันเคยรู้จักที่ไหนสักแห่ง" กรณ์แค่นجยิ้มขมขื่นในใจ 'เคยรู้จัก' อย่างนั้นหรือ... เธอกำลังพูดกับคนที่จมดิ่งลงไปในก้นบึ้งแห่งความมืดมิดเพื่อกลับมาหาเธอโดยเฉพาะ "คุณคงจำคนผิดกระมังครับ" กรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วจะสั่นเทาเล็กน้อย "ผมเพิ่งย้ายกลับมาจากต่างประเทศ... เราคงไม่เคยพบกันมาก่อน" พิมพ์ชนกวางพู่กันลงบนถาดไม้เสียงดังกระทบกันเบาๆ เธอยังคงพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเขาอย่างไม่วางตา ราวกับพยายามค้นหาคำตอบบางอย่างจากแววตาที่ลึกล้ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดคู่นั้น ผู้ชายคนนี้ดูสุขุมเกินกว่าวัย มีร่องรอยความเหนื่อยล้าฉาบอยู่ทั่วใบหน้า ราวกับผ่านโลกมามากกว่าอายุจริงหลายเท่า "บางที... อาจจะเป็นอย่างนั้นมั้งคะ... เอ๊ย ครับ" พิมพ์ชนกหัวเราะแห้งๆ ออกมาแก้เก้อ "แปลกจัง ทั้งที่ฉันไม่ชอบให้ใครมาจ้องมองงานที่ยังวาดไม่เสร็จแท้ๆ แต่พอเป็นคุณ... ฉันกลับรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ต้องอธิบายความหมายของมันเสียอย่างนั้น" เธอยื่นมือไปหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดคราบสีที่เปื้อนนิ้ว ท่าทางเก้ๆ กังرسนั้นช่างคุ้นตาเสียจนกรณ์ต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาขอบตา เขาไม่อยากอ่อนแอต่อหน้าเธอ—โดยเฉพาะในเวลาที่เธอยังบริสุทธิ์และไร้เดียงสาจากแผนชั่วร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ธน์... เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดคนนั้น ในเวลานี้คงกำลังวางแผนการบางอย่างร่วมกับกลุ่มทุน เพื่อฮุบแกลเลอรีแห่งนี้ไปจากพิมพ์ชนก กรณ์จำช่วงเวลานี้ได้แม่นยำ มันคือจุดเริ่มต้นของรอยร้าวทั้งหมด "รูปภาพรูปนี้..." กรณ์เปลี่ยนเรื่องเพื่อดึงสติกลับมา เขาก้าวเข้าไปใกล้ผืนผ้าใบอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูก "ทิวทัศน์ของสะพานเหล็กยามเย็น... ทำไมคุณถึงเลือกวาดมุมนี้ล่ะครับ ทั้งที่มันดูโดดเดี่ยวเกินกว่าจะเรียกว่าภาพวาดเพื่อการจัดAแสดง" พิมพ์ชนกชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มสดใสที่มักประดับบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงัน ดวงตาของเธอทอประกายความเศร้าสร้อยออกมาอย่างปิดไม่มิด "เพราะมันจริงใจดีค่ะ" พิมพ์ชนกตอบเสียงแผ่วเบา เธอมองทอดสายตาไปยังผืนผ้าใบ "สิ่งก่อสร้างเหล่านั้น... แม้จะเก่าและเป็นสนิม แต่ซื่อตรงกับกาลเวลา มันไม่เคยเสแสร้งว่ายังคงงดงามเหมือนวันแรกที่ถูกสร้างขึ้น ต่างจากผู้คน... ที่มักซ่อนความตั้งใจอันดำมืดไว้เบื้องหลังรอยยิ้ม" คำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนกลางใจกรณ์ มันช่างบังเอิญ หรือบางที... อาจเป็นจิตใต้สำนึกของเธอที่สัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา "ถ้าอย่างนั้น..." กรณ์หันกลับมาสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นจนทำให้พิมพ์ชนกต้องกลั้นหายใจ "ถ้าคุณรู้ว่าความมืดมิดกำลังจะมาทำลายสิ่งที่รัก คุณจะเลือกยืนหยัดสู้ หรือจะยอมปล่อยให้มันถูกกลืนหายไป" พิมพ์ชนกขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ เธอมองหน้าชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นี้อย่างระแวดระวังอีกครั้ง "คุณหมายความว่ายังไงคะ? หรือว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับ..." "ผมรู้..." กรณ์ตัดบท น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "และผมจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด... แม้ว่าผมจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม" ก่อนที่พิมพ์ชนกจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของประตูทางเข้าแกลเลอรี พร้อมกับเสียงหัวoาะทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนน่าสะตน "อ้าว พิมพ์... ยังไม่อีกล่ะหรือ นึกว่าจะกลับไปนานแล้วเสียอีก" ร่างสูงโปรดของธน์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสบายๆ เขาสวมสูทตัดเย็บอย่างดี ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร แต่ดวงตากลับคมกริบราวกับเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อ ธน์หยุดยืนอยู่ตรงข้ามกับกรณ์พอดี ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจะค่อยๆ แข็งค้างเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบทันที ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยมือเปล่า ธน์หรี่ตาลงเล็กน้อย มองกรณ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเคลือบแคลง "ขอโทษนะ... เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า? ทำไมหน้าตาคุณ ถึงคุ้นนัก... เหมือนเคยเห็นในฝันร้ายของฉันยังไงยังงั้น" กรณ์ไม่ได้ถอยหนี เขาก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับเพื่อนรักผู้ทรยศในอดีต รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่ม ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธน์อย่างไร้ความเกรงกลัว "นั่นสินะครับ..." กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังในทุกพยางค์ "บางที... ผีจากอดีต อาจจะกำลังกลับมาทวงหนี้ที่คุณติดเอาไว้... ก็เป็นได้" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครทุกตัวนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%