"คุณคิดจริงๆ หรือครับกรณ์ ว่าการเดินเข้ามาหาผมในสภาพนี้ จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ที่เราเคยขีดเส้นตายไว้ได้"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่มีการต้อนรับ ไม่มีแม้กระทั่งการเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานที่รกเรื้อไปด้วยตำราโบราณและพิมพ์เขียวเก่าคร่ำครึ
กลิ่นอับของกระดาษและควันบุหรี่จางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ตั้งอยู่มุมอับของย่านเมืองเก่า กรณ์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะตัวนั้น ขาของเขายังคงปวดร้าวจากเหตุการณ์ไล่ล่าเมื่อคืนก่อน แต่วิญญาณและศักดิ์ศรีไม่อนุญาตให้เขาแสดงความอ่อนแอออกมาทางสีหน้า
ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมยุ่งเหยิงและแววตาคมกริบราวกับสัตว์ป่าในกรงขังค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ปริญญา... อดีตเพื่อนร่วมชั้นวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ผู้เคยเป็นคู่แข่งตัวฉกาจ สมสมัยที่ทั้งคู่ยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ปริญญาไม่เคยเป็นคนที่กรณ์สนิทด้วยเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้าย ทั้งคู่ยังเคยเกือบจะซัดกันนัวเนียในห้องประชุมภาควิชาเมื่อเจ็ดปีก่อนจากความเห็นที่ไม่ลงรอยกันเรื่องโครงสร้างอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์
แต่ในยามนี้ เมื่อธำรงกำลังใช้8อิทธิพลทั้งหมดบีบคั้นลมหายใจของเขา และพิมพ์ชนกกำลังตกอยู่ในอันตรายที่เขาไม่สามารถมองเห็นจุดจบ ปริญญาคือ “ทางรอด” เดียวที่เหลืออยู่บนกระดานหมากรุกชีวิตนี้
กรณ์ไม่ตอบคำถามทันที เขาดึงเก้าอี้ไม้เก่า
ฝุ่นที่เกาะอยู่ลอยฟุ้งขึ้นมาตามแรงกด ก่อนที่เขาจะหย่อนตัวลงนั่งอย่างช้าๆ สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาคมดุของปริญญาอย่างไร้ความเกรงกลัว
"ผมไม่ได้มาเพื่อขอความเห็นใจจากคุณ ปริญญา" เสียงของกรณ์ราบเรียบ เยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายต้องหรี่ตามอง "ผมมาเพื่อยื่นข้อเสนอที่คนฉลาดอย่างคุณจะปฏิเสธไม่ลงต่างหาก"
ปริญญาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาหยิบปากกาหมึกซึมด้ามเก่าขึ้นมาหมุนเล่นในมือ
"ข้อเสนอ? จากสถาปนิกผู้เพียบพร้อมที่กำลังตกอับ ไล่ตามเงาของอดีต และทำลายทุกสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมากับมือเนี่ยนะกรณ์? คุณมีอะไรเหลือพอที่จะเอามาแลกกับผมล่ะ ความลับเรื่องบริษัท? หรือว่า... เรื่องผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อพิมพ์ชนก?"
ชื่อของพิมพ์ชนกหลุดออกมาจากปากของปริญญาอย่างง่ายดายราวกับเขารู้จักเธอดี ราวกับเขากำลังรอเวลานี้มานานแสนนาน
กรณ์รู้สึกได้ถึงเลือดที่สูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้า หัวใจเต้นรัวด้วยความโกรธแต่ต้องสะกดกลั้นไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุม เขารู้ดีว่าปริญญาเป็นคนฉลาด เป็นสถาปนิกนอกรีตที่ถูกขับไล่ออกจากสมาคมเพราะแนวคิดสุดโต่งเรื่องการผูกขาดพื้นที่ประวัติศาสตร์ และที่สำคัญ... ปริญญาคือคนเดียวที่ล่วงรู้ความลับเกี่ยวกับ "รอยต่อของกาลเวลา" ที่เชื่อมโยงระหว่างตึกเก่าคู่นั้นกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อเจ็ดปีก่อน
"คุณรู้เรื่องพิมพ์ชนก..." กรณ์ทวนคำ น้ำเสียงต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ "คุณรู้ว่าเธอกำลังหาอะไร และคุณก็รู้ว่าธำรงต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือในการครอบครองที่ดินแปลงนั้นเพื่อปิดบังคดีฆาตกรรมอำพรางในอดีต"
ปริญญาวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่หน้าต่างกระจกสีชาที่มองออกไปเห็นตรอกแคบๆ ด้านนอก แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านคราบสกปรกตกกระทบลงบนใบหน้าซีกหนึ่งของเขา
"คุณมันโง่กรณ์ โง่มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว" ปริญญาหันกลับมามองด้วยแววตาสสมเพชแกมสมน้ำหน้า "คุณคิดว่าธำรงเป็นแค่เพื่อนสนทรยศที่อยากได้ตำแหน่งหุ้นส่วนบริษัทแค่นั้นหรือ? คุณคิดว่าการตายของคนรักเก่าของคุณเมื่อเจ็ดปีก่อนมันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ งั้นหรือ?"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ กรณ์รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายของเขาชาดิก มือทั้งสองข้างที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"คุณหมายความว่ายังไง..." กรณ์เค้นเสียงถาม คำพูดแต่ละคำราวกับถูกบีบออกมาจากซอกหลืบของความเจ็บปวด
"หมายความว่า... คนที่ฆ่าเธอรอดพ้นจากเงื้อมกฎหมาย ไม่ใช่เพราะหลักฐานไม่พอ แต่เพราะมันมีเงื่อนไขบางอย่างที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างตระกูลของคุณกับตระกูลของธำรง" ปริญญาเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงเหนือโต๊ะ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกรณ์ "และพิมพ์ชนก... เธอกำลังเดินตามรอยเท้าของคนที่ตายไปแล้วโดยไม่รู้ตัว เพราะเธอดันไปเจอ 'สมุดบันทึกสถาปัตยกรรม' เล่มที่สาบสูญไปเมื่อเจ็ดปีก่อน"
ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมอันเน่าเฟะเริ่มปรากฏชัดขึ้นทีละน้อย กรณ์หายใจติดขัด สมองของเขาประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ปมปริศนาที่เคยพันandกันยุ่งเหยิง บัดนี้เริ่มคลายออก แต่ความจริงนั้นกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความมืดมนที่เขาเคยเผชิญมาตลอดชีวิต
"สมุดบันทึกเล่มนั้นอยู่ที่ไหนปริญญา" กรณ์เงยหน้าขึ้นถาม แววตาของเขาเปลี่ยนไป ไม่มีอีกแล้วความลังเล มีเพียงประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุล
ปริญญายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่น แต่เป็นรอยยิ้มของผู้กุมชัยชนะในเกมที่ยาวนาน
"มันไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลหรอกกรณ์..." ปริญญาหันไปหยิบกุญแจดอกเล็กๆ จากลิ้นชักลับ โยนมันลงบนโต๊ะต่อหน้ากรณ์ เสียงโลหะกระทบไม้ดัง กังวานบาดหู "มันอยู่ในตึกร้างที่พวกคุณกำลังจะเซ็นสัญญาขายให้ธำรงในวันพรุ่งนี้... และถ้าคุณอยากช่วยพิมพ์ชนก คุณต้องไปที่นั่นก่อนเที่ยงคืนนี้"
กรณ์มองกุญแจดอกนั้นสลับกับใบหน้าของอดีตคู่อริ ปริญญาไม่ได้เป็นเพียงแค่คนในอดีตที่ไม่เคยสนิทกัน แต่วันนี้... เขาคือผู้ถือกุญแจสู่ความตายหรือการไถ่บาปของกรณ์
ก่อนที่กรณ์จะเอื้อมมือไปหยิบกุญแจ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของเขาก็สั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อ แต่มีรหัสตัวเลขสี่ตัวปรากฏขึ้น... เป็นรหัสเดียวกับที่พิมพ์ชนกเคยใช้ส่งสัญญาณเตือนภัย
กรณ์กดรับสายโดยไม่ลังเล ทว่าสิ่งที่ดังกลับมาจากปลายสายไม่ใช่เสียงของพิมพ์ชนก แต่เป็นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำคุ้นหูของธำรง พร้อมกับคำพูดที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
*“ยินดีด้วยนะกรณ์ นายหาพันธมิตรได้ถูกคนจริงๆ... แต่เสียดายนะ ที่ตอนนี้พิมพ์ชนกอยู่ในมือฉันแล้ว และเธอกำลังจะเปิดประตูบานสุดท้ายที่นายไม่มีวันปิดมันลงได้ทัน...”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันนะครับ
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 20
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!