รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 35

คำสัญญาใต้แสงดาว

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"นายมั่นใจนักหรือกรณ์ ว่าหมากกระดานนี้... นายจะเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า?" เสียงทุ้มต่ำของธน ์ดังแทรกความเงียบงันภายในห้องทำงานกระจกใสที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงระฟ้านอกหน้าต่าง กรณ์ไม่ได้หันกลับไปมองทันที เขายังคงยืนนิ่งทอดสายตาไปยังผืนฟ้าอันมืดมิดเบื้องล่าง มือหนาทั้งสองข้างประสานกันไว้ที่ราวระเบียง ปลายนิ้วเรียวยาวกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ความกดดันจากคดีการฮุบที่ดินโครงการมรดก และเอกสารลับที่ธน ์พยายามใช้เล่นงานเขาในบริษัท กำลังบีบรัดเข้ามาทุกทิศทางราวกับกรงเหล็ก แต่ในวินาทีนี้ สิ่งที่หนักอึ้งยิ่งกว่าปัญหาธุรกิจ กลับไม่ใช่เรื่องผลกำไรหรือการสูญเสียอำนาจ หากแต่เป็นเงาปริศนาของกาลเวลาที่คอยกัดกินชีวิตของพิมพ์ชนก หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของเขา กรณ์ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทที่แปรเปลี่ยนเป็นศัตรู แววตาของสถาปนิกหนุ่มผู้สุขุมนิ่งสนิท ราวกับผิวน้ำในยามวิกาลที่ไร้ซึ่งระลอกคลื่น ทว่าลึก ภายใต้ความนิ่งนั้นกลับซ่อนพายุอารมณ์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า "ชัยชนะไม่ได้วัดกันที่ใครถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้หรอกธน ์..." กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องชะงัก "แต่มันวัดกันที่... ใครจะยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวินาทีสุดท้ายต่างหาก และฉันบอกนายไว้ตรงนี้เลยว่า ฉันไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากสิ่งที่สำคัญที่สุดไปจากชีวิตฉันอีกเป็นครั้งที่สอง" ธน ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววริษยาที่ปิดไม่มิด "ปากดีให้ได้ตลอดเถอะกรณ์... หวังว่าความรักที่แกพยายามปกป้องนักหนา มันจะแข็งแกร่งพอที่จะไม่พังทลายลงคามือแกเองนะ" เมื่อร่างของธน ์ลับตาไปพร้อมกับเสียงประตูกระจกที่ปิดลง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง กรณ์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความเครียดสะสมตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้า แต่เขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาอ่อนแอ เขาคว้ากุญแจรถบนโต๊ะทำงานแล้วก้าวเดินออกจากห้องด้วยฝีบ่าวที่มั่นคง จุดหมายปลายทางเดียวในยามวิกาลนี้คือเรือนกระจกหลังเก่าริมแม่น้ำ ที่ซึ่งพิมพ์ชนกกำลังรอเขาอยู่ บรรยากาศยามค่ำคืน ณ สวนริมน้ำเงียบสงบ ลมหนาวระลอกแรกแห่งฤดูกาลพัดพาเอาความเย็นเยียบเข้ามาปะทะผิวกาย พิมพ์ชนกนั่งอยู่บนม้าไม้ตัวยาว ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา เธอกำลังใช้พู่กันวาดภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนลงบนผืนผ้าใบ แสงดาวพร่างพราวระยิบระยับบนผืนผ้าใบสะท้อนเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคุ้นเคย เธอวางพู่กันลงแล้วหันไปมอง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม แม้จะพยายามซ่อนความเหนื่อยล้าไว้สักเพียงใด แต่กรณ์ก็ยังคงมองทะลุผ่านแววตานั้นได้เสมอ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ นั่งลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหญ้าที่ชุ่มน้ำค้าง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของเธอเอาไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านไปยังปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของหญิงสาว พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะบีบมือเขาตอบแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วภาพตรงหน้าจะเลือนหายไปในอากาศ "มือเย็นเฉียบอีกแล้วนะพิมพ์..." กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งกร้าวจากห้องทำงานเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยอันลึกซึ้งที่เขามีให้ผู้หญิงคนนี้คนเดียว "ฉันไม่เป็นไรค่ะกรณ์..." พิมพ์ชนกส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มเศร้าๆ ปรากฏที่มุมปาก "แค่... รู้สึกเหมือนเวลามันกำลังวิ่งหนีเราไปเรื่อยๆ ภาพความทรงจำบางอย่างในหัวฉันมันเริ่มเลือนรางลงทุกที ฉันกลัวเหลือเกินกรณ์ กลัวว่าสักวันหนึ่ง... ฉันจะจำคุณไม่ได้" คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจ กรณ์เจ็บแปลบในอก เขาขยับเข้าไปใกล้ร่างบางยิ่งขึ้น ดึงมือเธอขึ้นมาแนบ2แก้มสากของตนเอง สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำตา "ฟังผมนะพิมพ์..." กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ทุกถ้อยคำกลั่นกรองออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ "ต่อให้กาลเวลาจะหมุนเปลี่ยนไปสักแค่ไหน ต่อให้อดีต อนาคต หรือโชคชะตาจะเล่นตลกกับเราอย่างไร... ขอแค่คุณจำไว้เพียงอย่างเดียว" พิมพ์ชนกมองเขาด้วยความเว้าวอน หยาดน้ำตาใสไหลรินอาบแก้มเนียน "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..." กรณ์สบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำกังวานชัดท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน "ผมจะไม่ยอมปล่อยมือจากคุณเด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ผมจะปกป้องคุณ... และเราจะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน" ความอบอุ่นจากคำมั่นสัญญานั้นโอบล้อมหัวใจที่หวาดกลัวของพิมพ์ชนกให้สงบลง เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ก่อนจะโผเข้าสวมกอดร่างสูงของกรณ์แน่น ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา สูดดมกลิ่นกายคุ้นเคยที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยที่สุดในโลกใบนี้ กรณ์โอบกอดเธอไว้แนบกาย วงแขนแข็งแกร่งโอบล้อมปกป้องร่างบางราวกับจะหลอมรวมเธอเป็นหนึ่งเดียวกับหัวใจของเขา ใต้แสงดาวพราวระยับและผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ ทั้งสองต่างส่งผ่านความรู้สึกผ่านอ้อมกอดอันแน่นแฟ้น โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า... ในความมืดมิดบริเวณมุมมืดของสวนหลังบ้าน มีเงาร่างหนึ่งยืนนิ่งจ้องมองภาพความหวานซึ้งนั้นด้วยแววตาเย็นเยียบ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของแขกยามวิกาล พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมด้วยวัตถุโลหะสีเงินวับในมือที่สะท้อนแสงดาวระยิบระยับ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%