รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 7

รอดพ้นแต่ไม่ปลอดภัย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างยังคงติดตรึงอยู่ในโพรงจมูก ราวกับมันฝังรากลึกอยู่ใต้ผิวหนังของกรณ์ "คุณกรณ์... มือคุณสั่นครับ" เสียงทุ้มต่ำของธนดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องพักฟื้นสีขาวสะอาดตา กรณ์ก้มลงมองมือข้างที่เพิ่งใช้เหนี่ยวรั้งร่างของพิมพ์ชนกไว้จากปากเหวแห่งความตาย ปลายนิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มกำลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ มันไม่ใช่ความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่มันคือความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าอันสุขุมเยือกเย็น พิมพ์ชนกนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้ ผิวแก้วใสซีดเซียวไร้เลือดฝาด แต่ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ รอดพ้นจากเงื้อมมือของความตายมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยความช่วยเหลือของเขาเอง... หรืออย่างน้อยที่สุด กรณ์ก็คิดเช่นนั้นในตอนแรก "ผมไม่เป็นไร ธน" กรณ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามบังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ให้แสดงความผิดปกติออกไป "แค่... พักผ่อนน้อยเกินไปเท่านั้น" ธนหรี่ตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของนักธุรกิจหนุ่มไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นั้นฉายแววครุ่นคิดและเคลือบแคลงใจบางอย่าง "พักผ่อนน้อย? หรือเพราะคุณกำลังนึกถึงเรื่องเมื่อห้าปีก่อนกันแน่ครับ กรณ์? เหตุการณ์ที่โกดังริมน้ำ... มันซ้อนทับกันอยู่ในหัวคุณใช่ไหม?" คำพูดนั้นราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า กรณ์นิ่งงัดดวงตาคมกริบขึ้นสบตากับธน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าธนเป็นคนเดียวที่ล่วงรู้ความลับอันดำมืดในอดีต ความผิดพลาดที่เขาไม่สามารถปกป้องคนที่รักที่สุดได้ ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดห้าปีเต็ม "อย่าก้าวล้ำเส้นนั้น ธน" กรณ์เอ่ยเตือน เสียงของเขาต่ำลึกและเต็มไปด้วยแรงกดดันอันทรงพลัง "เรื่องในอดีต มันจบไปแล้ว" "จบจริงหรือครับ?" ธนหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทอีกนิด "ถ้ามันจบ ทำไมคุณถึงจำไม่ได้แม้กระทั่งว่า... คุณขับรถพาพิมพ์ชนกมาที่โรงพยาบาลนี้ทางไหน?" ฉับพลัน... โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน กรณ์นิ่งงันไปชั่วขณะ สมองที่เคยเฉียบคมและแม่นยำราวนาฬิกาจักรกลกลับสะดุดกึก เขานิ่งคิดทบทวนเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนนี้ ภาพที่เขาจำได้แม่นคือเสียงกรีดร้องของพิมพ์ชนก แรงกระชากที่ดึงเธอกลับมาจากขอบหน้าต่างตึกร้าง และอ้อมกอดที่สั่นเทาของเขาเอง... แต่เส้นทาง? ถนนสายไหนที่เขาใช้ขับรถฝ่าความมืดมิดเพื่อพาเธอมาที่นี่? ความว่างเปล่าสีเทาหม่นเข้าปกคลุมรอยต่อของความคิด ราวกับมีใครบางคนใช้ยางลบลบภาพความทรงจำในช่วงเวลานั้นออกไปอย่างไร้ร่องรอย กรณ์ขมวดคิ้วแน่น เผลอกำหมัดเข้าหากันจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว เขาลองไล่ลำดับเวลาในหัวอีกครั้ง... ก่อนหน้านั้น เขาทำอะไรอยู่? เขาคุยกับใครที่ร้านกาแฟหัวมุมถนน? ชื่อของบาริสต้าคนนั้นคืออะไร? ทำไม... ทำไมมันถึงขาวโพลนไปหมดเสมือนหมอกหนายามค่ำคืน "สีหน้าของคุณบอกทุกอย่างแล้วนะ กรณ์" ธนแย้มยิ้มอย่างมีความหมาย สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้คราบความห่วงใย "ความจำของคุณเริ่มมีปัญหา... หรือว่านี่คือผลข้างเคียงจากการที่คุณพยายามฝืนโชคชะตามาโดยตลอด?" "เงียบซะ ธน" กรณ์กัดฟันกรวด ข่มความหวาดหวั่นที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ความทรงจำคือสิ่งเดียวที่สถาปนิกผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบเช่นเขาภาคภูมิใจ หากความทรงจำกำลังพังทลายลง นั่นหมายความว่าตัวตนของเขาก กำลังถูกกัดกินจากภายใน ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพักฟื้น ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของนายแพทย์ชราผู้ดูแลเคสของพิมพ์ชนก สีหน้าของแพทย์ท่านนั้นดูเคร่งเครียดและตื่นตระหนกจนปิดไม่มิด "คุณกรณ์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" นายแพทย์ละล่ำละลักเอ่ย พลางถือแฟ้มประวัติคนไข้สั่นๆ กรณ์หันขวับไปมองด้วยความตกใจ รีบก้าวเข้าไปหาแพทย์ทันที "เกิดอะไรขึ้นครับ? อาการของพิมพ์ชนกแย่ลงเหรอ?" "ไม่ใช่เรื่องอาการป่วยกายครับ..." นายแพทย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาหวาดหวั่นมองสลับระหว่างกรณ์และร่างของหญิงสาวบนเตียง "ผลการตรวจสแกนสมองล่าสุด... รวมถึงประวัติการรักษาทั้งหมดที่เราบันทึกไว้เมื่อคืน... มัน..." นายแพทย์หยุดพูดไปชั่วขณะราวกับไม่กล้าเอ่ยคำพูดนั้นออกมา "พูดมาเถอะครับหมอ!" ธนเป็นฝ่ายเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงที่เริ่มตึงเครียด "ในระบบของโรงพยาบาล... และในความทรงจำของพยาบาลทุกคนที่เข้าเวรเมื่อคืนนี้..." นายแพทย์สูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากสั่นระริก "ไม่มีใครจำได้เลยว่าคุณเป็นคนพาคุณพิมพ์ชนกมาส่งที่นี่ครับ..." กรณ์เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "แล้ว... ใครเป็นคนพาเธอมา?" กรณ์เค้นเสียงถามออกไปอย่างยากเย็น นายแพทย์ก้มหน้าลงต่ำ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ความหนาวยะเยือกแล่นริ้วไปทั่วกระดูกสันหลังของสถาปนิกหนุ่ม "ในรายงานระบุไว้ชัดเจนครับว่า... คนที่อุ้มคุณพิมพ์ชนกเข้ามาในห้องฉุกเฉินตอนตีสอง... คือตัวของคุณพิมพ์ชนกเอง ที่เดินเข้ามาทั้งๆ ที่หมดสติไปแล้ว... และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ในกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล... ปรากฏภาพของคุณยืนมองดูเหตุการณ์อยู่มุมตึกนั้น... ตั้งแต่ก่อนที่เธอจะมาถึงเสียอีก" กรณ์ผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลมหายใจสะดุดติดอยู่ที่ลำคอ สายตาของเขาหันกลับไปมองร่างของพิมพ์ชนกที่ยังคงนอนหลับตาแนิ่งอยู่บนเตียง ท่ามกลางความเงียบอันน่าสะพรึงกลัว เปลือกตาบางของพิมพ์ชนกค่อยๆ ขยับเปิดขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่สวยที่ว่างเปล่าไร้แววตา เธอมองตรงมาที่กรณ์ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง "คุณช่วยฉันไว้ไม่ได้หรอกกรณ์... เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเมื่อห้าปีก่อน... ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเงาของคุณต่างหาก" ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%