แก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทในมือของกรณ์ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างแรงจนเกิดเสียงกระทบกันดังทึบ กลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าคั่วเข้มไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดภายในห้องประชุมสถาปนิกย่านใจกลางเมืองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่โรยตัวอยู่ระหว่างเขากับธนกลับหนาแน่นเสียจนแทบจะใช้มือเปล่าคว้าจับมันขึ้นมาได้
"นายกำลังจะบอกฉันว่า... โครงการรีสอร์ทที่เชียงราย จะถูกโอนสิทธิ์การออกแบบทั้งหมดไปให้บริษัทของภาคิน อย่างนั้นเหรอธน?"
กรณ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนเกือบจะเย็นชา แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับจ้องตรงไปยังเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนร่วมก่อตั้งบริษัทอย่างไม่กะพริบ ปมในใจเรื่องอดีตที่เขาเคยสูญเสียความเชื่อใจจากคนรอบข้างราวกับถูกสะกิดให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ธนชะงักไปชั่วครู่ มือที่กำลังจัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะชะงักค้าง ก่อนที่ริมฝีปากจะได้รูปจะแย้มยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่กรณ์ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งมิตรภาพ แต่มันคือรอยยิ้มของการถือไพ่เหนือกว่า
"นายอย่าใช้น้ำเสียงแบบนั้นสิกรณ์" ธนหัวנסเบาๆ ในลำคอ ทอดสายตามองเพื่อนรักด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "เราเป็นเพื่อนกันนะ ตั้งบริษัทมาด้วยกัน ลุยมาด้วยกัน ทำไมฉันจะต้องแทงข้างหลังนายด้วยล่ะ? นี่มันเป็นเรื่องของธุรกิจ ภาคินเขาเสนอตัวเลขที่ผู้บริหารฝั่งโนนปฏิเสธไม่ลงจริงๆ และในฐานะกรรมการ ฉันก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้บริษัทของเรา... รวมถึงตัวนายด้วย"
"สิ่งที่ดีที่สุด?" กรณ์ทวนคำ ปลายลิ้นสัมผัสกับรสขมปร่าของกาแฟ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ แขนทั้งสองข้างกอดอกไว้แน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งพล่าน "ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ฉันเป็นคนร่างแบบรีสอร์ทนั้นด้วยตัวเองทุกตารางเมตร พิมพ์ชนกเองก็ช่วยลงสีภาพทัศนียภาพจนดึกดื่นทุกคืน แล้วจู่ๆ นายก็เอาโปรเจกต์นี้ไปให้คนอื่น โดยที่ฉันมารู้เอาในวันที่ต้องเซ็นสัญญาเนี่ยนะ ธน... นายเรียกว่านี่คือมิตรภาพงั้นเหรอ"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตา ธนไม่ได้หลบสายตาของกรณ์ เขากลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเพื่อนรัก ช้าๆ ทว่ามั่นคง มือทั้งสองข้างวางทราบลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวลงเล็กน้อยราวกับจะกดดัน
"นายมัวแต่ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ กรณ์... นายเอาแต่ใจตัวเองเรื่องงานศิลปะจนลืมมองความเป็นจริง นายเคยหันไปมองพิมพ์ชนกจริงๆ หรือเปล่า หรือว่านายเห็นเธอเป็นแค่เครื่องมือในการทำงานของนายกันแน่?"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าเข้ากลางใจของกรณ์ราวกับลูกศรอาบยาพิษ ดวงตาของสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้เกี่ยวกับพิมพ์ชนกถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าต่อตา ธนรู้จุดอ่อนของเขา... รู้ว่าควรจะจี้ตรงไหนเพื่อให้กรณ์เสียศูนย์
"นายหมายความว่ายังไง..." กรณ์เค้นเสียงถาม ลมหายใจเริ่มติดขัด
"เปล่าหรอก..." ธนถอนหายใจยาวนาน แววตาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างกะทันหันจนน่ากลัว เขายกมือขึ้นตบไหล่กรณ์เบาๆ สองครั้ง "ฉันแค่เป็นห่วงนาย... พักผ่อนซะบ้างเถอะกรณ์ ช่วงนี้นายดูเครียดเกินไป จนระแวงแม้กระทั่งเพื่อนสนิทอย่างฉัน"
พูดจบ ธนก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างไร้รอยต่อ ทิ้งให้กรณ์นั่งอยู่ลำพังท่ามกลางความอ้างว้างและคำถามนับร้อยที่ตีรวนอยู่ในหัว ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของธน ความลับเรื่องโปรเจกต์ และคำพูดที่จงใจสะงิดปมในใจเรื่องพิมพ์ชนก ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด
กรณ์ขบกรามแน่น มือหนาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเพื่อจะต่อสายหาพิมพ์ชนก คนเดียวที่อาจจะช่วยคลายความสงสัยนี้ได้ ทว่าก่อนที่นิ้วเรียจะทันได้กดปุ่มโทรออก หน้าจอโทรศัพท์กลับสว่างวาบขึ้นมาเสียก่อนพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อ
ภาพถ่ายทางไลน์แสดงให้เห็นภาพของธนกำลังนั่งพูดคุยอย่างสนתิทสนมกับพิมพ์ชนกในคาเฟ่ลับแห่งหนึ่งเมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวาน... ภาพที่ทั้งคู่กุมมือกันไว้แน่น และรอยยิ้มของพิมพ์ชนกในภาพนั้น ก็ไม่ใช่รอยยิ้มเศร้าสร้อยอย่างที่เขาเคยเห็นมาตลอด
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ... ฟีนิกซ์สีทอง
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 8
มิตรภาพที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!